
คำตอบสุดท้าย...ไม่ใช่ตำรวจ
จับลูกเขาได้ เขาก็บอกว่าลูกเขาเป็นเด็กดี ขับมาซื้อของ ความจริงเขาต้องช่วยเราควบคุมลูกด้วย ถ้าครอบครัวไม่ช่วยแก้ก็แย่ กับเด็กนี่ ตำรวจใช้การปราบปรามแบบเด็ดขาดไม่ได้ เขายังเด็ก พ่อแม่เองก็ต้องช่วยไม่ให้ลูกออกมาขี่รถในตอนกลางคืนแบบนี้ นายตำรวจแสดงความคิดเ
“สิ่งที่สำคัญคือ มอเตอร์ไซค์ราคาถูกลง ไม่ต้องดาวน์ก็ซื้อได้ ถ้าจะแก้จริงๆ ต้องแก้ที่ต้นเหตุ เรื่องซีซีรถอีก ต้องควบคุม ไม่ใช่ปล่อยให้เพิ่มซีซีรถตามอำเภอใจ แล้วเด็กก็มาปรับ-แต่งให้มันแรงขึ้นไปอีก เราต้องแก้ที่อุตสาหกรรม แก้ที่ร้านแต่งรถ ตอนนี้เราจับได้เฉพาะผู้ใช้รถที่ดัดแปลง เปลี่ยนสภาพ จับเฉพาะผู้ขี่ ผู้ผลิตจับไม่ได้ ควรเพิ่มโทษปรับพวกนี้ให้มากขึ้น”
“ในส่วนของร้านแต่งรถนั้น ตำรวจทำได้แค่เข้าไปตรวจสอบ กำชับ แต่กฎหมายยังไม่ชัดเจนให้ดำเนินการ ตำรวจทำได้แค่เพียงขอความร่วมมือ”
ถึงแม้ว่าจะมีความคิดเห็นว่าพ่อแม่และครอบครัวควรมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและควบคุมการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ของเด็กวัยรุ่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความสัมพันธ์และความร่วมมือกันระหว่างตำรวจและผู้ปกครองในการหาทางป้องกัน รวมถึงควบคุมเด็กวัยรุ่นไม่ให้มาซิ่งรถนั้น เป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะไกลเกินจริง“
ตำรวจไม่มีอำนาจไปยุ่งเกี่ยวกับพ่อแม่ เวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับมาได้ก็ไม่แน่ใจว่าพ่อแม่ของเขาจะมาไหม เวลาปรับ ตำรวจก็หวังแค่ว่าต้องการให้เขาลำบากบ้าง ให้เอาหลักฐานมาแสดง ปรับสูงก็กลัวว่าเขาจะเดือดร้อนอีก มาตรการนี้จึงได้ผลแค่ส่วนหนึ่ง เด็กบางคนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ มาเรียน มาเช่าหออยู่ ก็ทิ้งรถไปเลย ทิ้งเป็นเดือนๆ ไม่มาเอา
"ตำรวจควบคุมตัวเด็กได้แค่ 24 ชั่วโมง ไปสถานพินิจฯ เดี๋ยวก็ปล่อย ทำให้เด็กไม่กลัว ยิ่งเด็กที่ไม่ได้เรียน ชีวิตเขาไม่กลัวอะไร ฝ่าไฟแดงไม่กลัวหรอก ตายก็คือตาย" ความในใจที่มีต่อปัญหาและอุปสรรคในการปราบปรามพรั่งพรู เด็กและเยาวชนผู้กระทำผิดที่ถูกตำรวจจับและดำเนินคดีนั้น ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา และไม่มีงานทำ การที่พวกเขาเรียนไม่จบ ออกจากโรงเรียนกลางคัน และไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่งแน่นอนนั้น เป็นบริบทการดำเนินชีวิตอันสำคัญที่ทำให้พวกเขาใช้เวลาว่างในการรวมกลุ่มและกระทำสิ่งผิดกฎหมาย ก่อความเดือดร้อนให้ตนเองและสังคม
"ผมเรียนไม่จบ ครูเขาให้ลาออก ไปทำงานก็อายุไม่ถึง เขารับอายุ 18" คือคำพูดของเด็กผู้นิยมแว้น พวกเขาเรียนรู้ระบบประกันตัวและบทลงโทษที่ตนเองจะต้องเผชิญเมื่อกระทำความผิด
ระบบดังกล่าวกลายเป็นดาบสองคมที่มีความคมมากด้วย กล่าวคือ ระบบประกันตัวเป็นเครื่องมือที่แสดงสิทธิ เสรีภาพ และโอกาสที่เปิดให้แก่ผู้ที่ยังไม่ได้ถูกพิจารณาว่ามีการกระทำผิดแต่อีกด้านหนึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กเรียนรู้ว่า เมื่อเขากระทำผิด ก่อนที่ศาลจะตัดสินนั้นเขาสามารถใช้ระบบประกันเพื่อให้ได้มาซึ่งอิสรภาพ และมีความคิดว่า โดยส่วนมากแล้วเมื่อถึงเวลาของการพิพากษาเขาก็จะได้รับการปล่อยตัว การคุมประพฤติก็เป็นเพียงการมารายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติหรือที่ศาล ไม่ได้น่ากลัวหรือทำให้เขาสูญเสียอิสรภาพหรือมีชีวิตที่แตกต่างไปจากช่วงเวลาก่อนหน้า หรือถ้าเขาถูกส่งฝึกที่ศูนย์ฝึกอบรมเขาก็จะอยู่ในนั้น ไม่นาน ทั้งนี้โอกาสที่จะเป็นเช่นนั้นมีน้อยมาก
นายตำรวจคู่ปรับเด็กแว้นบอกกับดิฉันว่า “เมื่อตำรวจจับเด็กที่กระทำผิด แล้วพ่อแม่ไปประกันตัวออกมา เด็กกลายเป็นฮีโร่นะ เรียนรู้ว่าเดี๋ยวพอโดนจับ พ่อแม่ก็ไปประกันตัวอีก”
ปนัดดา ชำนาญสุข [email protected]



