ข่าว

คำขู่ของทหารนอกแถว

คำขู่ของทหารนอกแถว

30 ธ.ค. 2552

สถานการณ์การเมืองหลังปีใหม่เหมือนกับคาดการณ์ได้ว่าน่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรง หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นอาชญากรหนีโทษจำคุกได้ส่งสัญญาณให้กลุ่มผู้จงรักภักดี กลุ่มแกนนำมวลชนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย

และนายทหารทั้งอยู่ในและนอกราชการรวมสรรพกำลังเพื่อล้มรัฐบาลให้ได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม เพื่อหาโอกาสคืนสู่การกุมอำนาจรัฐ และล้มกลไกกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสถาบันหลัก ย่อมเป็นบรรยากาศที่น่าหวาดกลัวสำหรับประชาชน ซึ่งยังจดจำการเผาบ้าน เผาเมือง โดยกลุ่มอันธพาลการเมืองในช่วงสงกรานต์ปีนี้

 สัปดาห์ที่ผ่านมา นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงถึงกรณีที่มีแนวร่วมที่เป็นอดีตนายทหารของ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศจะจัดชุมนุมใหญ่หลังวันที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยอ้างเหตุการณ์ให้คล้ายกับสงกรานต์เลือดว่า พรรคมีความวิตกอย่างยิ่งต่อการส่งสัญญาณการชุมนุมให้เกิดความวุ่นวายอีกครั้ง รวมทั้งการที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ได้บอกอีกว่าการประกาศล่วงหน้าเป็นสัญญาของลูกผู้ชาย ระบุระเบิดจะลงวันไหนก็จะบอกล่วงหน้า

 นพ.บุรณัชย์ ได้ขอให้หน่วยงานความมั่นคงป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอันตรายขึ้นเหมือน 6 ตุลาคม 2519 และต้นปี 2551 เพราะการประกาศของ พล.ต.ขัตติยะ ถือเป็นความผิดที่สมบูรณ์ตามองค์ประกอบ มีโทษครึ่งหนึ่ง จึงไม่ต้องการเห็นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยุยงให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และยังขอประณามผู้ที่จะทำให้เกิดสงครามการเมือง การจลาจล

 การประณามย่อมไม่ได้ผล นอกจากการกระทำการโดยกฎหมาย และเป็นที่น่าประหลาดใจ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำรัฐบาล หัวหน้าพรรคยังเป็นนายกรัฐมนตรี ย่อมมีอำนาจหน้าที่สั่งการให้ผู้บังคับบัญชา พล.ต.ขัตติยะจัดการกับพฤติการณ์ของนายทหารนายนี้ได้ เพราะเป็นการประกาศล้มล้างรัฐบาลอย่างเปิดเผย ทั้งยังข่มขู่ว่าจะใช้อาวุธและความรุนแรงเพื่อช่วยเหลืออาชญากรหนีคุกให้ยึดบ้านเมือง เหมือนเป็นสมบัติส่วนตัว

 พล.ต.ขัตติยะ เป็นนายทหารคนแรกและคนเดียวซึ่งประกาศจะใช้ความรุนแรง ฝึกฝนกองกำลังนอกระบบ ยอมรับว่ามีส่วนสร้างความรุนแรง และการละเมิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง แต่การถูกลงโทษที่ผ่านมาไม่สามารถทำให้นายทหารผู้นี้ถูกพักราชการ หรือมีโทษทางวินัย ทั้งๆ ที่ได้ด่าและโจมตีผู้บังคับบัญชา กระด้างกระเดื่อง ไม่เคารพกฎหมายและระเบียบ

 เมื่อถูกเพิกเฉย ละเลย จึงถูกสงสัยว่ามีบุคคลทรงอิทธิพลให้ท้ายและปกป้องตลอดมา ส่งผลให้เกิดความเสื่อมเสียมัวหมองต่อสถาบันกองทัพของชาติ และผู้บังคับบัญชาถูกมองว่าไร้น้ำยา หรือไม่เคารพกฎหมายด้วยเช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ประชาชนย่อมรู้สึกสิ้นหวัง ไร้ที่พึ่ง ตกอยู่ในอาณาจักรแห่งความหวาดกลัว โดยไม่รู้ว่าจะตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงเมื่อไร