ข่าว

เล่าสู่กันฟัง-ปีใหม่ทำไมถึงไม่กลับบ้าน

เล่าสู่กันฟัง-ปีใหม่ทำไมถึงไม่กลับบ้าน

30 ธ.ค. 2552

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทำงานในปี 2552 แต่เชื่อว่าหลายคนคงจะหยุดงานไปล่วงหน้าตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ผ่านมาแล้ว เพราะถนนหนทางในกรุงเทพฯ ดูเงียบเหงาผิดหูผิดตา รถราไม่ค่อยติด นับแต่เช้าวันจันทร์ ก็ถือเป็นช่วงแห่งความสุขเล็กๆ สั้นๆ ของคนเมือง ที่ไม่ต้องทรมาน

 เขียนอย่างนี้ ผู้อ่านที่อยู่ต่างจังหวัด และไม่เคย หรือไม่ค่อยได้เข้ามากรุงเทพฯ อาจแปลกใจว่า กะอีแค่รถติดไม่เห็นจะเป็นความทุกข์อะไรนักหนา ก็ขอขยายความว่าเวลาที่รถติดในกรุงเทพฯ นั้น มันหนักหนาสาหัสมากๆ ไม่ใช่แค่สิบ ยี่สิบนาที แต่บางครั้งเดินทางแค่สามสี่กิโลเมตรใช้เวลาเป็นชั่วโมงก็มีบ่อยๆ เรียกว่าถ้าลงเดินก็จะเดินไปเดินมาได้หลายรอบ ประมาณนั้น คงพอเห็นภาพนะครับ

 พรรคพวกหลายคนบอกว่า ปีนี้คนไทยดูจะมีอารมณ์ออกไปเที่ยวฉลองปีใหม่กันมากกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา จะเที่ยวในประเทศ หรือต่างประเทศก็ช่างเขาเถอะ ไม่ต้องว่ากัน ไม่ต้องกระแนะกระแหนกัน ให้ผู้คนเขาได้ระบายความเหนื่อยล้าจากการงานและความเครียดในอารมณ์ กับเหตุการณ์บ้านเมืองที่ยุ่งเหยิงมาทั้งปีบ้าง ก็น่าจะดี ใครมีเงินมากก็ไปไกลหน่อย มีเงินน้อยก็ไปใกล้ๆ ตามอัตภาพ จะได้ไม่เดือดร้อนภายหลัง

 เคยถามเพื่อนๆ ที่เป็นคนต่างจังหวัดว่า ปีใหม่นี้ไม่กลับบ้านหรือ? คำตอบที่ได้รับก็มีทั้งที่บอกว่ากลับ และไม่กลับ ในอัตราที่ค่อนไปทางไม่กลับมากกว่า เว้นแต่คนที่ยังมีพ่อแม่ พี่น้องอยู่กันมากๆ และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก

 “เอาไว้กลับตอนสงกรานต์” คือคำตอบของคนที่วางแผนใช้เวลาช่วงหยุดงานตอนปีใหม่ เพื่อไปเที่ยวพักผ่อนตามแหล่งต่างๆ และเมื่ออยากรู้ให้ลึกว่าทำไม “สงกรานต์หยุดยาวกว่า พี่ๆ น้องๆ ก็พร้อมหน้าพร้อมตากว่า แถมสนุกกว่าด้วย เพราะมีกิจกรรมทำ คือทั้งทำบุญ ทั้งเยี่ยมญาติ พี่น้อง ทั้งเล่นสาดน้ำกันสนุกสนาน” คือคำตอบที่ชัดเจน

 แถมการกลับบ้านตอนสงกรานต์ยังเป็นเหมือนประเพณีที่คนไทยในต่างจังหวัดปฏิบัติกันแทบทุกคน สงกรานต์แต่ละครั้ง จึงมีความหมายมากสำหรับผู้เฒ่าผู้แก่ ลูกเล็กเด็กแดง เพราะเป็นช่วงแห่งการรอคอย และถ้าบ้านไหน ลูกหลานมัวแต่หลงระเริงไม่ได้กลับบ้าน คนที่เศร้าที่สุด คือ พ่อแม่ ที่รู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง เพราะไม่ว่าจะมองไปบ้านไหนก็มีแต่ลูกหลานเขามากันเต็มบ้าน

 เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลประกาศให้สงกรานต์ปีหน้ามีวันหยุดยาวขึ้น จึงเป็นสิ่งที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะมองในแง่ดีไว้ก่อนว่าจะช่วยให้ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ลูกหลาน หลายช่วงอายุคนได้กลับมาพบกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง ประจำปี และนานพอจนจุใจ ซึ่งเรื่องพวกนี้คนที่ไม่ต้องจากบ้านจากเมืองไปทำงานต่างจังหวัดคงไม่เข้าใจ อาจไม่เห็นคุณค่าอย่างลึกซึ้ง แต่สำหรับคนนับสิบๆ ล้านคนที่ต้องไปทำมาหากินต่างถิ่นจะรู้ดีว่า ช่วงเวลาที่ยาวนานขึ้นอีกแม้วัน สองวัน มีคุณค่าต่อจิตใจเพียงใด

 อย่างที่รู้กัน สถาบันครอบครัว เป็นหัวใจสำคัญของสังคมมนุษย์ การทำให้ครอบครัวอบอุ่น ก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยเสริมสถาบันครอบครัวของเราให้เข้มแข็ง และเมื่อสถาบันครอบครัวเข้มแข็ง สังคมของเราก็จะเข้มแข็งตามไปด้วย ก็จะนำมาซึ่งคุณประโยชน์อีกนานัปการ

 เริ่มต้นเป็นเรื่องปีใหม่ แต่ไหงมาลงท้ายที่เรื่องวันสงกรานต์ไปได้ เอาเป็นว่าขอให้ทุกท่านมีความสุขกับปีใหม่ ที่กำลังจะมาถึงในอีกสองวันข้างหน้า และตลอดทั้งปีขอให้ไม่เจ็บไม่ไข้ มีกินมีใช้ สุขกาย สุขใจ และปลอดภัยทุกวัน ทุกวัน คร้าบ

บัญญัติ  คำนูณวัฒน์