ข่าว

ขึ้นเงินเดือนหรือไล่ออก

ขึ้นเงินเดือนหรือไล่ออก

29 ธ.ค. 2552

ถึงช่วงเวลาปลายปีอย่างนี้ คนที่ทำงานกินเงินเดือนทั้งหลายต่างก็จ้องกันว่าตัวเองจะได้รับเงินพิเศษหรือโบนัสกันเท่าไร แต่ก็มีบ้างบางบริษัทที่ปัจจุบันเหลืออยู่เป็นส่วนน้อย จะไปจ่ายเงินเพิ่มพิเศษในช่วงเทศกาลตรุษจีน และเรียกว่าเงินแต๊ะเอีย

 แต่ทั้งเงินโบนัสและเงินแต๊ะเอียนั้น หมายถึงเงินพิเศษที่ฝ่ายนายจ้างมอบให้เป็นของขวัญแก่ลูกจ้าง เพราะเห็นว่าบรรดาลูกจ้างต่างตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มีความขยันขันแข็งและร่วมแรงกันเพื่อองค์กรอย่างจริงจัง จนทำให้บริษัทหรือห้างร้านมีผลประกอบการในปีนั้นๆ ได้กำไรมากพอที่จะนำมาแบ่งปันกัน

 แน่นอนว่า ในการประกอบธุรกิจทุกชนิดนั้น ย่อมมีบ้างบางองค์กรห้างร้านที่ไม่ประสบความสำเร็จ หมายถึงมีผลประกอบการที่ติดลบหรือขาดทุน ซึ่งอาจจะทำให้ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายเป็นเงินเพิ่มพิเศษได้ หรือบางครั้งก็ถึงขั้นที่ต้องปลดลดจำนวนพนักงานลงไป หรือปิดกิจการเพื่อพยุงสถานะไม่ให้เสียหายมากไปกว่านั้น

 พนักงานห้างร้านและเจ้าหน้าที่ในแต่องค์กรแต่ละหน่วยงาน จึงได้รับเงินเพิ่มพิเศษที่เรียกว่าโบนัสต่างกันออกไปตามผลประกอบการ และแน่นอนว่าระหว่างเจ้าของกิจการหรือผู้บริหารระดับสูง กับฝ่ายพนักงานที่ทำงานก็มีบ้างที่จะมองรายได้ผลประกอบการต่างมุมมองกันไป

 แต่สำหรับหน่วยงานหรือห้างร้านบางแห่ง ที่มีพนักงานเข้าทำงานสายไม่ตรงเวลา มาถึงที่ทำงานเซ็นชื่อแล้วก็หลบไปนั่งสูบบุหรี่ดื่มกาแฟกันอยู่ที่โรงอาหาร ใครจะมาติดต่อค้าขายเจรจางานใดก็ต้องตามตัวกันให้ควั่กไปหมด  บางครั้งถึงขั้นต้องปิดประตูบริษัทก่อนกำหนด เพราะหาพนักงานไม่ได้สักคนเดียว

 ถึงเวลาที่ผู้ถือหุ้นเรียกประชุมพนักงานและผู้บริหาร แทนที่จะมีการเตรียมข้อมูลเพื่อให้กิจการงานลุล่วงราบรื่น พนักงานเหล่านั้นกลับมานั่งโต้เถียงทะเลาะด่าทอกัน บางครั้งถึงขั้นลงมือลงไม้ตบตีกันให้วุ่นไปหมด เรื่องที่เอามาเป็นหัวข้อถกเถียงกันก็ไม่ได้เป็นแก่นสาร หรือเป็นประโยชน์ต่อการประกอบการแม้แต่น้อย ส่วนใหญ่เป็นเพียงแค่ข้อครหานินทาซุบซิบกันไปมา หรือเอาเรื่องส่วนตัวมานั่งเถียงกันในที่ทำงาน ไม่มีใครยอมรับกฎระเบียบที่บริษัทออกมาเพื่อใช้บังคับให้พนักงานทำงานตามวัตถุประสงค์ของการว่าจ้าง

 ซึ่งการกระทำดังกล่าวของบรรดาลูกจ้างเหล่านั้น นอกจากจะทำให้บริษัทหรือองค์กรเกิดความเสียหายขาดทุนย่อยยับแล้ว ยังบ่อนทำลายชื่อเสียงขององค์กรให้ขาดความน่าเชื่อถือลงไปอีกด้วย กิจการงานใดๆ ก็ไม่มีมาอ้างอิงได้แม้แต่น้อย ว่าเป็นผลงานที่ได้กระทำกันมา แต่ถึงเวลาปลายปีกลับรวมหัวรวมตัวกันเรียกร้องขอเงินโบนัส แถมยังยโสโอหังถึงขั้นขอขึ้นเงินเดือนและให้เพิ่มเบี้ยเลี้ยงการประชุมเข้าไปอีกด้วย

 บริษัทห้างร้านใดก็ตามเมื่อประสบชะตากรรมมีพนักงานลูกจ้างเป็นดังที่ว่า วิธีการแก้ไขที่ชะงัดที่สุดและเป็นวิธีเดียวที่ไม่มีทางเลือกอื่นเหลือไว้ให้ นั่นคือไล่บรรดาลูกจ้างทั้งหมดออกไปชนิดไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย หรือไม่อย่างนั้นก็ปิดประตูบริษัทเลิกกิจการกันไป ก่อนที่จะวิบัติพินาศกันไปมากกว่าที่เป็นอยู่

 เสียดายก็เพียงแต่ว่า กิจการที่ผมว่าไม่ใช่กิจการทางธุรกิจปกติ แต่เป็นกิจการทางด้านการเมืองที่เรียกกันว่ารัฐสภา ที่มีพนักงานหรือบรรดาท่าน ส.ส. ไร้สมรรถภาพไม่ยอมทำงานตามหน้าที่ แต่ดันมาเรียกร้องขอขึ้นเงินเดือนกันยกใหญ่ ถ้าไล่ออกได้ผมว่าประชาชนคนไทยคงตัดสินใจไล่ออกไปหมดแล้ว  อย่าว่าแต่มาด้านหน้าขอโบนัสและเงินเดือนกันเลยครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ