ข่าว

คริสต์มาสกับวันโลกแตก

คริสต์มาสกับวันโลกแตก

29 ธ.ค. 2552

เดือนธันวาคมเป็นเดือนที่มีความสุขของคนทั้งโลก ดังจะเห็นว่าช่วงนี้เป็นห้วงเวลาแห่งการแต่งงานและฮันนีมูนมากกว่าเดือนอื่น (จากสถิติเป็นรองเพียงเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น ทั้งนี้เพราะพระจันทร์เดือนสิบสองสวยเกินหน้าเดือนอ้ายอยู่เล็กน้อยกระมัง)

และที่สำคัญคือเป็นห้วงเวลาคริสต์มาส ที่เวลานี้กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับการเฉลิมฉลองของคนทั้งโลกไปแล้ว ชาติเมืองหนาวก็มีเทศกาลนี้คลายหนาว ชาติเมืองร้อนก็สนุกสนานกิจกรรมนี้ไปกับเดือนที่ร้อนน้อยที่สุดของปี ความตระหนักถึงโลกจะแตกนั้นไม่มีหรอกครับ ยกเว้นเมื่อเดือน ธันวาคมของปี ค.ศ.1000

 หลายประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ และกรีก รื่นเริงกับเทศกาลคริสต์มาสกันทั้งเดือน บริษัทห้างร้านจำนวนมากเปิดโอกาสให้คนลางานกลับบ้านเป็นเวลานาน ในยุคที่การสื่อสารและคมนาคมเข้ามาหนุนช่วยเทศกาล ธุรกิจคริสต์มาสดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก ตลาดขายของที่เกี่ยวกับคริสต์มาสของเยอรมนีมีชื่อเสียงอย่างมาก นักท่องเที่ยวพากันไปช็อปปิ้งที่นี่อย่างมหาศาล เช่นเดียวกับการไปเยี่ยมชมรูปปั้นพระคริสต์ยืนแผ่พระหัตถ์ที่บราซิล ซึ่งตอนนี้กลายเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ไปแล้ว ที่ฟินแลนด์มีการอ้างอิงอย่างเป็นจริงเป็นจังว่าที่นี่คือถิ่นกำเนิดซานตาคลอส คนที่อยากสัมผัสคุณปู่เสื้อคลุมแดงกับหมู่กวางลากเลื่อนน่ารักก็พากันไปที่นี่

 ในไทยก็มีความคึกคักไม่เบา เพราะถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่ใช่คริสตศาสนิกแต่ก็เฮไปกับเขาได้ทุกเทศกาล ในวันคริสต์มาสอีฟ โบสถ์ของคริสตจักรจะจัดมิสซาขึ้นทุกแห่ง ส่วนใหญ่อนุญาตให้คนต่างศาสนาเข้าร่วมพิธีได้ โรงเรียนฝรั่งมักจะจัดงานรื่นเริงในวันคริสต์มาส ในสมัยที่ผมเป็นเด็กจะเล่นสนุกในงานของโรงเรียนเซนต์คาเบรียลที่จัดงานได้ค่อนข้างใหญ่โต มีวงดนตรีดังๆ มาแสดงพร้อมการละเล่นทั่วทุกมุมของโรงเรียน ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ใครก็สามารถร่วมวงนักร้องประสานเสียงกันในค่ำนั้นเพื่อไปครวญดนตรีให้หอต่างๆ ฟังแลกกับขนมน้ำใจเล็กน้อย ที่โรงเรียนเซนต์จอห์นก็มีการจัดงานแบบงานวัดย้อนยุคถึงหลายทุ่ม 

 แต่เดือนธันวาคมของปี 1000 ไม่ใช่เช่นนี้ ในยุโรปเวลานั้นอยู่ในยุคมืดที่เชื่อกันว่าโลกจะอยู่ไม่ถึงขึ้นสหัสวรรษใหม่ พระคริสต์ จะเสด็จมาพิพากษาทั้งคนตายคนเป็นเพื่อแยก คนดีขึ้นสู่สวรรค์ คนชั่วลงนรก ตามตำราบอกไว้ว่า ห้วงเวลานั้นกลับเป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์ แม้คนจะกลัวตายกันมาก แต่ก็หยุดรบกัน คนรวยบริจาคเงินจนหมดตัวแล้วไปรวมตัวตามโบสถ์รอเวลา 23.59 ซึ่งจะเป็นวาระสุดท้ายของโลก แน่นอนว่าพวกเขาต้องงงเมื่อระฆังตีบอกเวลาเข้าวันที่ 1 มกราคม และแล้วคนบนโลกก็กลับมาเห็นแก่ตัวเหมือนเดิมดังเช่นทุกวันนี้

 เรือรบ เมืองมั่น www.ruaob.blogspot.com