ข่าว

ความสำเร็จของปฏิบัติการ"สองแพน"

ความสำเร็จของปฏิบัติการ"สองแพน"

29 ธ.ค. 2552

เห็นว่าปลายปีแล้ว ฉบับนี้เลยไม่ค่อยอยากเขียนอะไรให้เคร่งเครียด ท่ามกลางกระแสการให้คะแนนรัฐบาล

 ผมเองก็เบื่อแสนเบื่อที่จะต้องตอบคำถามแบบนี้ ขณะที่เพื่อนฝูงส่วนหนึ่งบอกว่า ไม่รู้จะตอบไปทำไม ไร้สาระสิ้นดี

 นึกถึงงานนักวิชาการสมัยก่อนชิ้นหนึ่ง ที่พยายามค้นหาว่าเมื่อไหร่คนคนหนึ่งจะเลือกที่จะ "ส่งเสียง" หรือ "เดินออก-ไม่ยุ่งด้วย" กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ก็พอเข้าใจได้ว่าความเงียบของเสียงของคนที่ไม่ให้คะแนน บางทีอาจจะน่ากลัวกว่าเสียงของคนที่ให้คะแนนเสียอีก

 และในขณะเดียวกัน เรื่องที่ขำๆ ที่ต่อเนื่องกันอีกประเด็นหนึ่งก็คือ เรื่องของการให้คะแนนรัฐบาลที่สื่อมวลชนชอบถามว่า ถ้าให้คะแนนจาก 0-10 แล้วจะให้คะแนนเท่าไหร่ แล้วก็มาเฉลิมฉลองกันว่า "ผ่าน"

 ทั้งที่เรื่องสำคัญในการวัดผลสมัยนี้ก็คือ คะแนน กับเกณฑ์การผ่านก็ไม่เท่ากัน เช่นได้คะแนนเกินครึ่งก็ไม่จำเป็นจะต้องแปลว่าผ่านเสมอไป 

 แต่ก็เถอะนะครับ เรื่องแบบนี้ก็เป็นเรื่องปลายปีของประเพณีของสื่อไทย ซึ่งในส่วนหนึ่งก็คือการตั้งฉายาให้นักการเมือง ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของการสอบถามนักวิชาการว่า จะให้คะแนนรัฐบาลสักเท่าไหร่

 ที่ผมคิดว่าน่าประหลาดใจก็คือ ในการถามคำถามเรื่องการประเมินผลงานรัฐบาลนั้น ไม่มีสื่อฉบับไหนสนใจประเมินการทำงานของรัฐมนตรี/นายกรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ประเมินผลงานพรรค ประเมินผลงานกระทรวง หรือประเมินผลงานอะไรที่เป็นระบบมากกว่าถามคำถามแบบง่ายๆ ให้ตอบภายในหนึ่งนาทีเพื่อเล่นเป็นข่าวสักชิ้น

 แต่ก็เถอะนะครับ (อีกที) ผมว่าเรื่องนี้ปีนี้ก็จบไปแล้ว มีข่าวลงสักวันสองวัน เดี๋ยวก็ลืมๆ กันไป ไม่ได้จริงจังอะไรทั้งสื่อทั้งรัฐบาลเอง อย่างตัวรัฐบาลเองนั้นก็แถลงผลงานโดยไม่ได้เปิดให้มีการซักถาม ทั้งที่โดยอุดมคติ รัฐบาลที่ขาดความชอบธรรมกับประชาชนเช่นที่เป็นอยู่ เนื่องจากไม่สามารถทำให้ประชาชนจำนวนมากยอมรับที่มาของรัฐบาลได้ (ไม่ได้แปลว่ากฎหมายไม่อนุญาต แต่คำถามคือกฎหมายไม่ได้ให้เสียงของประชาชนมีความหมาย ดังที่มีการถกเถียงกันมานานแล้ว) ควรจะใช้โอกาสปีใหม่เปิดให้มีการตอบคำถามกับประชาชน หรือกับสื่อมวลชน

 อย่างน้อยควรจะเป็นงานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชนที่อุตส่าห์อุ้มชูรัฐบาลมาตลอด แล้วก็เปิดให้มีการสอบถามเรื่องต่างๆ อย่างเป็นกันเองมากกว่าที่เป็นอยู่ ...ไม่ต้องกลัวหรอกครับ สื่อทั้งหลายเขาก็อุ้มชูรัฐบาลของท่านมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 วิธีการใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวเช่นนี้ไม่ค่อยต่างกันนักกับการเมืองสมัยพลเอกเปรม เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อหลายสิบปีก่อนครับ ที่คำถามในสังคมไม่มีแรงกดดันอะไรที่รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีต้องตอบ ความเงียบถือเป็นคำตอบในตัวของมันเองอยู่แล้ว

 และเมื่อย้อนกลับมาที่เรื่องราวในรอบปีที่ผ่านมา ผมคิดว่า เรื่องที่น่าสนใจของเมืองไทยนั้นย่อมไม่ได้อยู่ที่เรื่องปฏิบัติการไทยเข้มแข็งหรอกครับ แต่อยู่ที่ปฏิบัติการ "สองแพน" นั่นก็คือแพนด้า กับแพนเค้กนั่นแหละครับ

 หรือใครจะบอกว่าในหน้าสื่อมวลชนแล้ว ผมเองยังไม่แน่ใจเลยว่ามีใครสนใจอะไรเป็นเรื่องเป็นราว อาทิ ข่าวของใครมีคนชมมากกว่ากัน ลองประเมินดูไหมครับ หนึ่งปี แพนด้ากับแพนเค้ก ปรากฏตัวในสื่อและโทรทัศน์มากกว่ารัฐบาลและนายกรัฐมนตรีแค่ไหน (แค่ละครแพนเค้กที่มีตลอดปีเนี่ย รัฐบาลก็หนาวแล้ว หุหุ หนาวกว่าเสื้อแดงอีกครับ) หรือมีการทำสถิติข้อมูลไหมครับว่าพื้นที่สาธารณะนั้นเป็นพื้นที่ของใครมากน้อยแค่ไหน มากกว่าถามคำถามง่ายๆ พื้นๆ เพื่อเล่นข่าวให้จบไปวันๆ

 แต่ก็เถอะนะครับ (ครั้งสุดท้าย) ในปีหน้าที่จะถึงนี้ ขอให้แพนด้ากับแพนเค้กอยู่เป็นขวัญใจพี่น้องชาวไทยต่อไปอีกนานแสนนานจนลืมไปเลยว่าจะมีการแก้รัฐธรรมนูญไหม จะมีการแต่งตั้งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติไหม จะมีการเลือกตั้งไหม หรือเศรษฐกิจไทยเข้มแข็งจริงหรือเปล่า?

 ฮ่าฮ่า ... แพนด้าธิปไตย แพนเค้กธิปไตย ...