ข่าว

สู่ปีเสือลำบาก

สู่ปีเสือลำบาก

29 ธ.ค. 2552

การเมืองไทย กำลังจะเดินทางสู่ปีเสือลำบาก ที่คนไทยสองฝ่ายได้พัฒนาความขัดแย้งมาถึงจุดที่ยากจะประนีประนอมอีกต่อไป ด้วยความพยายามสถาปนาตัวเองคล้ายกษัตริย์ไร้บัลลังก์ของทักษิณ ชินวัตร ถึงแม้ความขัดแย้งดูจะหยุดนิ่ง

 แต่กาลเวลาที่จะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ชีวิตของผู้คนก็ยังเดินทางต่อไป วันนี้ กาลเวลาเดินทางมาถึงวันที่จะปลดปฏิทินใบเก่าทิ้ง และแขวนไว้ด้วยปฏิทินชุดใหม่ ปฏิทินบอกวันและเวลาปีเก่า ไม่มีความหมายอีกต่อไป แต่ปฏิทินใหม่ที่แขวนไว้วันนี้ ก็จะกลายเป็นปฏิทินเก่าในปีต่อไป ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเช่นนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ดุจเดียวกับต้นใบ ดอกไม้เมื่อบานสะพรั่งแล้ว ก็จะปลิดปลิวร่วงลงสู่พื้นดิน กลายเป็นปุ๋ยให้ชีวิตต้นไม้ต้นใหม่เติบโตขึ้นมาแทนที่

 ปรากฏการณ์ของโลกและชีวิต เป็นเช่นนี้ไม่มีสิ้นสุด ทุกคนมีเวลาเท่ากัน บางคนใช้เวลาไปอย่างคุ้มค่า หลายคนปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า เวลาที่เราใช้ไปเกือบตลอดระยะเวลา 1 ปีแห่งความสับสนอลหม่านของบ้านเมืองนั้น คุ้มและมีค่า มีความหมายต่อชีวิตอย่างไร นี่เป็นสิ่งที่ควรใคร่ครวญ กาลเวลาเดินทางไม่มีวันหยุด นาฬิกาบอกเวลาตายได้ แต่เวลาไม่เคยตาย มันคงเดินต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันพัก ไม่เคยหนีหน้าไปไหน มันนำพาทั้งความรื่นรมย์ และวิปโยคเข้ามาในชีวิต สลับสับเปลี่ยนกันมาไม่ขาดสาย ฉะนั้น การมีชีวิตอยู่ จึงควรมีชีวิตอยู่อย่างมีสติ มีธรรมะซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติเป็นเครื่องมือกำกับชีวิต

 ธรรมะในใจ คือตัวจริง ที่ไม่มีวันเกิดและวันตาย ไม่มีใครทำให้สูญหายไปได้ หนทางแห่งธรรมย่อมบริสุทธิ์ สะอาดเหนือรูปลักษณ์และเงื่อนไขของกาลเวลาทั้งปวง แต่หากกาลเวลามีค่าเพียงการเดินทางมาสู่โอกาสแห่งความรื่นเริง บันเทิงใจ สนุกสุดเหวี่ยงเพียงชั่วราตรี ก็ย่อมเป็นการเดินทางของกาลเวลาที่สูญเปล่า ไร้ความหมายยิ่ง แต่ละวัน แต่ละนาทีที่กำลังจะผ่านไป เราได้ใช้ไปอย่างคุ้มค่ากับชีวิตบนโลกใบนี้ที่มีเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้หรือไม่ หลายคนปล่อยให้กาลเวลาเดินจากไป โดยมิได้ทำให้ชีวิตมีสาระประโยชน์อันใด ในขณะที่หลายคนได้เก็บเกี่ยวความดีงาม ใช้ประโยชน์จากเวลาที่ผ่านไปแต่ละวัน แต่ละนาที อย่างคุ้มค่า

 ปี 2553 กำลังขับไล่ปี 2552 ออกไปจากวิถีการโคจรของดวงดาว ปีวัวดุ ที่สร้างความวุ่นวาย สับสนให้คนไทยทั้งชาติ สร้างความร้าวฉานให้เกิดขึ้นกับคนไทย จนอาจแยกได้เป็นพลเมืองฝ่ายทักษิณ และพลเมืองของรัฐบาลไทย กำลังจะสิ้นสุดลง พร้อมๆ กับการเกิดของปีเสือลำบาก เสือตัวที่คนไทยจะต้องอดทน อดกลั้น กับความขัดแย้ง ข่าวร้าย อีกต่อไป อีกเพียง 3 วัน จะเข้าสู่วันปีใหม่ ปีที่คนไทยยังมิอาจคาดหวังสังคมที่สงบสุขได้ คงไม่มีพรใดที่จะทรงพลานุภาพและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งไปกว่า พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งคำพรของพระ สิ่งนี้เองที่จะยังความสว่างไสวให้เกิดในหัวใจของทุกคนตลอดไป