
คดียิงกันในศาลจันท์ฯ แจ้งข้อหาเสมียนทนาย- ร.ต.อ.ปมปลิดชีวิต อดีตรองจเรตำรวจ
รองผู้บังคับการปราบปรามแถลงความคืบหน้าคดียิงกันภายในห้องศาลจังหวัดจันทบุรี ล่าสุดแจ้งข้อหาเสมียนทนาย-ร้อยตำรวจเอกปมยิง อดีตรองจเรตำรวจในศาลจันทบุรี จ่อเรียก"บุญช่วย" อ้างตัวเป็นเจ้าของที่ดิน หลังหลักฐานปรากฎเป็นธรณีสงฆ์
วันนี้ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พันตำรวจเอกเอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม แถลงความคืบหน้ากรณีพลตำรวจตรีธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตรองจเรตำรวจแห่งชาติ อายุ 67 ปี ก่อเหตุยิงนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ โจทก์ นายวิจัย สุขรมย์ ทนายโจทก์ ระหว่างเข้ารับฟังการพิจารณาคดีการฟ้องร้องทางแพ่งเกี่ยวกับที่ดินขนาด 3,800 ไร่ ใน อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ภายในศาลจังหวัดจันทบุรีเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 ว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนสภ.เมืองจันทบุรีได้รับคำร้องทุกข์ไว้ 2 คดี คดีแรกกรณีพลตำรวจตรีธารินทร์ก่อเหตุยิงผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ คดีที่ 2 กรณีนายธนากร และร้อยตำรวจเอกขจรก่อเหตุยิงพลตำรวจตรีธารินทร์
พันตำรวจเอกเอนก กล่าวอีกว่า คดีแรกคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้มีความเห็นว่าพลตำรวจตรีธารินทร์ มีความผิด“ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนในครอบครอง,พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร " แต่เนื่องจากคดีนี้ผู้ต้องหาถึงแก่ความตายทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(1) คดีที่สองกรณีนายธนากรใช้อาวุธปืนประจำกายของร้อยตำรวจเอกขจรก่อเหตุยิงพลตำรวจตรีธารินทร์ถึงแก่ความตาย
พันตำรวจเอกเอนก กล่าวด้วยว่า ส่วนคดีที่2 มีความเห็นสั่งฟ้องนายธนากร ในความผิดฐาน "ฆ่าผู้อื่น" แม้ว่าจะอ้างเหตุที่ลงมือก่อเหตุนั้น เพราะต้องการป้องกันชีวิตของตนเองและบุคคลอื่น ส่วนในกรณีของร้อยตำรวจเอกขจร ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาล มีหน้าที่รักษาความสงบและความเรียบร้อยภายในบริเวณศาล เมื่อพบว่าพลตำรวจตรีธารินทร์ ก่อเหตุยิงคู่ความในห้องพิจารณาย่อมมีหน้าที่ต้องเข้าระงับเหตุ แต่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่เข้าระงับเหตุไปตามยุทธวิธีและยังส่งอาวุธปืนประจำกายของตนให้นายธนากรอันเป็นการช่วยเหลือให้ความสะดวกแก่นายธนากรกระทำความผิดลงมือก่อเหตุยิงพลตำรวจตรีธารินทร์ และหลังเกิดเหตุก็ไม่ทำการจับตัวนายธนากรดำเนินคดีตามกฎหมาย การกระทำของร้อยตำรวจเอกขจร จึงเป็นความผิด“ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, สนับสนุนให้ฆ่าผู้อื่น” โดยสำนวนจะดำเนินการส่งไปยังอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 จังหวัดระยอง ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2563 พร้อมตัวผู้ต้องหา
พันตำรวจเอกเอนก กล่าวปิดท้ายว่า เรื่องการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์การถือครองที่ดินกว่า 3,800 ไร่ ที่มีการฟ้องร้องกันนั้น จากการรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารราชการ การสอบสวนพยานบุคคลและประจักษ์พยานอื่นทั้งหมด พบว่าที่จริงแล้วมีทั้งหมดกว่า 4 พันไร่ และทั้งหมดเป็นของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุจริง จากนี้จะมีการประชุมก่อนให้พนักงานสอบสวนออกเรียกนายบุญช่วย เจริญสถาพร ที่อ้างตัวเป็นเจ้าของที่ดิน ผู้ถูกกล่าวหา รวมถึงขบวนการที่ช่วยให้ที่ดินกลายมาเป็นนายบุญช่วยมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่านายบุญช่วย ที่เป็นผู้ครอบครองที่ดินในขณะนี้ได้นำเอกสารอันเป็นเท็จไปร้องต่อศาลจนสามารถออกเอกสารสิทธิถือครองที่ดินได้ แต่หลังจากการตรวจสอบพบว่าการได้มาซึ่งที่นั้นเป็นการได้มาโดยมิชอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมแจ้งข้อกล่าวหากับนายบุญช่วยและบุตรชาย ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่นั้นหลักฐานยังไปไม่ถึง
สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 เวลาประมาณ 09.20 น. พลตำรวจตรีธารินทร์ จันทราทิพย์ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกสั้นออโตเมติกยี่ห้อกล็อกขนาด .40 มม. ยิงคู่ความภายในห้องพิจารณาคดีที่ 2 ศาลจังหวัดจันทบุรี เป็นเหตุให้นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ และนายวิจัย สุขรมย์ ทนายความถึงแก่ความตาย นายวิชัย อุดมธนภัทร และนางสุภาพร ปรมีศณาภรณ์ ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นนายธนากร วีรวโรดม เสมียนทนายความของนายวิจัยได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นออโตเมติกขนาด .45 มม. ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำกายของร้อยตำรวจเอกขจร บรรจง เจ้าหน้าที่ตำรวจเวรประจำศาลจังหวัดจันทบุรี ก่อเหตุยิงพลตำรวจโทธารินทร์ โดยยิงผ่านทะลุประตูกระจกด้านนอกหน้าห้องพิจารณาคดีที่ 2 และเข้าไปยิงซ้ำภายในห้องเกิดเหตุถูกพลตำรวจตรีธารินทร์เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย



