
"ชวน" ย้ำเปิดสมัยประชุมเป็นไปตามกฎหมาย
"ชวน" ย้ำการเปิดสมัยประชุมเป็นไปตามกฎหมาย เตรียมหารือผู้นำฝ่ายค้านจัดที่นั่ง ส.ส.ในห้องประชุม มั่นใจสามารถควบคุมการแพร่เชื้อได้
นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมแจกถุงยังชีพแก่ผู้ประสบความเดือดร้อนจากเหตุการณ์โรคระบาดไวรัสโค-19 ซึ่งจัดโดยชมรมสมาชิกรัฐสภาสตรีไทย ณ วัดแก้วฟ้าจุฬามณี ถ.ทหาร กรุงเทพฯ โดยมีนางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหารชมรมสมาชิกรัฐสภาสตรีไทย และสมาชิกชมรมรัฐสภาไทย เข้าร่วม อาทิ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา
โดย นายชวน กล่าวว่า ชมรมสมาชิกรัฐสภาสตรีไทย เกิดจากการรวมตัวของ สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นสุภาพสตรีมารวมตัวจัดเป็นชมรม และจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา โดยได้ใช้งบประมานของสมาชิกร่วมกันเพื่อจัดถุงยังชีพให้ประชาชน ถือเป็นความคิดที่ห่วงใยเพื่อนบ้านบริเวณรอบรัฐสภา และวัดนี้ก็เป็นวัดที่ได้มาทำบุญกันบ่อยครั้ง อีกทั้งยังได้จัดกิจกรรมจิตอาสาร่วมกันด้วย ดังนั้นในยามวิกฤต"โควิด-19 "รัฐสภาจึงจัดทำถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของประชาชนในบริเวณใกล้รัฐสภา และจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน
นอกจากนี้ นายชวน ยังกล่าวถึงหารือเรื่องของการเปิดสมัยประชุมกับผู้นำฝ่ายค้าน ว่า เบื้องต้นตนได้โทรศัพท์ไปพูดคุยหารือกับผู้นำฝ่ายค้านแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ก่อนที่จะมีการเปิดสมัยประชุมจะได้มีการหารือถึงกระบวนการจัดที่นั่งของสมาชิก ว่าจะทำอย่างไรให้ให้มีการควบคุมการระบาดของเชื้อ"โควิด-19" ให้ได้ และหลังจากนั้นก็จะมีการเชิญผู้นำฝ่ายค้าน พรรคการเมือง และฝ่ายรัฐบาลมาร่วมกันตรวจห้องประชุมก่อนถึงวันเปิดประชุม แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดวันและเวลา เนื่องจากส่วนใหญ่ยังอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด พร้อมยืนยันว่าจะสามารถควยคุมดูแลในเรื่องของการป้องกันเชื้อได้
ทั้งนี้ นายชวน ยังย้ำว่าการเปิดสมัยประชุมเป็นการเปิดไปตามกฎหมาย จะไปเลื่อนการประชุมไม่ได้ แต่วันประชุมนั้นสามารถเลื่อนได้ แต่ด้วยสภามีเวลาจำกัดเพียง 120 วัน และมีเรื่องที่ต้องพิจารณาจำนวนมาก ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะไปเลื่อน ดังนั้นในวันที่ 27-28 พ.ค. 2563 ควรจะมีการเปิดประชุมตามปกติ ส่วนระเบียบวาระการประชุมขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนด
ส่วนที่มีการเสนอให้ ส.ส.ที่มาจากจังหวัดเสี่ยงควรจะมีการตรวจเชื้อโควิดก่อนนั้น นายชวน บอกว่า จังหวัดที่เสี่ยง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเสี่ยง จะเห็นว่าจังหวัดที่เสี่ยงส่วนใหญ่จะเป็นจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองที่ทำรายได้ให้ประเทศ อย่างเช่น ภูเก็ต หากไปดูตัวเลขจริงๆประชากรมีจำนวนไม่มาก แต่คนที่อยู่ทำงานมาก ทำรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ดังนั้นจังหวัดเหล่านี้ต้องเข้าใจเขาว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากคนในพื้นที่ แต่เป็นเมืองการท่องเที่ยว แน่นอนความเสี่ยงจึงมากกว่า ไม่ว่า ส.ส.จะมาจากจังหวัดใด ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะจะมีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย แต่หากใครติดใจจะไปตรวจก็สามารถทำได้ และเชื่อมั่นว่า ส.ส.ทุกคนมีการระมัดระวังตัวอย่างดีอยู่แล้ว



