
ส่งขอทานบำบัดสถาบันกัลยาณ์ก่อนสรุปลักเด็ก
ตำรวจส่ง"ขอทานพเนจร"เข้าบำบัดสถาบันกัลยาณ์ให้หมอสรุปผลสอบจิตก่อนสรุปสำนวนคดีลักเด็ก คาดไม่เกิน 2 สัปดาห์รู้ผล โฆษกตำรวจโดดอุ้ม ยันเป็นคนดี ควักเงินสด 5,000 บาทสมัครเป็นแฟนคลับขอทานพเนจร เจ้าตัวยัน ถ้าแม่เด็กไม่รังเกียจจะถอนเงินฝาก 5 พันบาทให้เป็นทุนการศึ
(28ธันวาคม) เมื่อเวลา 12.00 น. พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาที่ สน.บางขุนเทียน เพื่อตรวจสำนวนคดีที่นายบุญแถม ศรีสุข อายุ 23 ปี หนุ่มนักดนตรีวณิพกซึ่งถูกนางวิไลวรรณ บุตรสิงห์ อายุ 37 ปี แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแล จากกรณีนายบุญแถมรับตัวน้องอาร์ม บุตรชายวัย 7 ขวบของนางวิไลวรรณ ไปอุปการะเป็นเวลานานกว่า 1 เดือน
พล.ต.ท.พงศพัศกล่าวว่า ได้ติดตามข่าวนี้มาตั้งแต่ต้น เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายบุญแถม เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางตำรวจเองก็ได้พิจารณาเห็นว่า บางครั้งผู้ต้องหาก็อาจกระทำการใด ๆ ลงไปโดยไม่รู้ข้อกฎหมายว่าตัวเองทำผิด วันเกิดเหตุนายบุญแถมเล่นพิณอยู่ที่ตลาดวัดไทร ย่านบางขุนเทียน กระทั่งไปเจอกันกับน้องอาร์มก่อนจะรับตัวไปเลี้ยงดู โดยพ่อแม่ของน้องอาร์มก็มีปัญหาอย่าร้างกันตั้งแต่อายุ 7 เดือน ประกอบกับเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา นางวิไลวรรณผู้เป็นแม่ก็ถูกตำรวจจับข้อหาเสพยาบ้า ถูกส่งตัวไปบำบัดที่สถานกักขังหญิง จ.ปทุมธานี
ระหว่างนั้น แม่น้องอาร์มก็ฝากลูกไว้ให้เพื่อนบ้านดูแล กระทั่งเด็กไปพบนายบุญแถมและขอตระเวณไปตามที่ต่าง ๆ ด้วยกัน เมื่อนางวิไลวรรณพ้นโทษกลับมาไม่เจอลูก แต่ทราบว่าลูกไปกับนายบุญแถม นักดนตรีวณิพก เลยตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน จากนั้น นายบุญแถม ก็ตั้งใจว่า จะพาตัวน้องอาร์ม เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน จ.อำนาจเจริญ บ้านเกิด แต่ปรากฏว่า ไม่มีเอกสารใบเกิด ผอ.โรงเรียนดังกล่าวจึงทำการตรวจสอบ พบว่า ก่อนหน้านี้ น้องอาร์ม เรียนอยู่ที่ชั้น ป.1 โรงเรียนวัดพรหมมานุกูล หรือโรงเรียนวัดไทร ทาง ผอ.จึงทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน กระทั่งทราบว่า นางวิไลวรรณ ไปแจ้งความเอาไว้ เรื่องน้องอาร์ม ถูกลักพาตัว ทางผอ.ทั้ง 2 โรงเรียน จึงแจ้งให้ตำรวจที่ จ.อำนาจเจริญ ควบคุมตัวนายบุญแถม ไว้ ก่อนประสานให้ตำรวจท้องที่ สน.บางขุนเทียน เดินทางไปรับตัวกลับมาดำเนินคดี
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ต่อจากนี้ขบวนการของตำรวจคือต้องเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน แต่การกระทำของนายบุญแถมนี้ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายถึงแม้ว่าจะมีเจตนาหรือไม่ก็ตาม แต่ทางตำรวจเองก็ไม่ได้ใจร้าย เพราะรู้ดีว่านายบุญแถม มีนิสัยรักเด็ก และจากการตรวจสอบสภาพร่างกายกับจิตใจของน้องอาร์ม แล้วผลปรากฏว่าไม่ได้รับการกระทบกระเทือนแต่อย่างใด ในชั้นของพนักงานสอบสวนก็จะต้องใช้เวลาสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเห็นว่า นายบุญแถม ไม่สมควรที่จะถูกดำเนินคดีส่งตัวไปเรือนจำ แต่ควรจะส่งตัวไปตรวจสอบสภาวะทางจิต หรืออาการทางประสาทที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ โดยไม่ต้องยื่นเรื่องประกันตัว เพราะเท่าที่สอบปากคำเบื้องต้นพบว่า นายบุญแถม อาจจะมีอาการทางจิตจึงต้องส่งไปตรวจสอบ เพื่อนำผลการตรวจมาประกอบสำนวนคดี ส่วนตนก็ได้ขอร้องให้ทางสถาบันช่วยดูแล นายบุญแถม ให้เป็นอย่างดีแล้ว คาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็จะทราบผล เมื่อผลออกมาแล้วก็จะพิจารณาอีกครั้งว่า จะสั่งฟ้องหรือไม่ต่อไป
นายบุญแถม กล่าวว่า ได้เจอกับน้องอาร์ม ที่ตลาดวัดไทร น้องเข้ามาทักทายว่าตนเล่นพิณไพเราะดีและขอไปอยู่กับตนด้วย ที่ผ่านมาตนก็เคยรับเด็กคนหนึ่งชื่อน้องบาสไปเลี้ยงดู แต่ขณะนี้ได้ส่งคืนให้พ่อแม่ไปแล้ว ประกอบกับตนเคยเลี้ยงหลานแท้ๆ ที่มีพ่อขี้เมาและแม่ไม่เอาใจใส่มาแล้วถึง 2 คน จึงทราบถึงปัญหาของเด็กๆ ดีและอยากจะช่วยเหลือน้องอาร์ม ไม่อยากเห็นเด็กเสียอนาคต อยากให้น้องอาร์มได้เรียนหนังสือ โดยตลอดเวลาที่รับไปเลี้ยงดูน้องอาร์ม ก็เป็นเด็กซนเหมือนเด็กทั่วไปที่อยู่ไม่เฉย เวลาที่ติดตามตนไปในร้านอินเตอร์เน็ตเพื่อเช็กข้อความจากพวกแฟนคลับก็จะชอบขอเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์แต่ไม่ค่อยยอมกินข้าว หลังจากนี้ถ้าแม่น้องอาร์มไม่รังเกลียด ตนจะขอแบ่งเงินเก็บในธนาคารที่มีอยู่ 10,000 บาท ให้แม่น้องอาร์มเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาจำนวนครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งตนจะนำไปซื้อพิณตัวใหม่มาขับกล่อมบทเพลงให้ชาวบ้านฟังกันต่อไป
ด้านนางวิไลวรรณ ซึ่งพาตัว น้องอาร์ม มาร่วมฟังการแถลงข่าวด้วย เปิดเผยว่า ตนดีใจที่นายบุญแถม ดูแลน้องอาร์มเป็นอย่างดี ก่อนหน้านี้ ผอ.โรงเรียน ที่ จ.อำนาจเจริญ ได้ให้ข้อมูลกับตนว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นายบุญแถม ได้อุปการะเลี้ยงดู น้องอาร์ม เป็นอย่างดี ทีแรกตนก็รู้สึกเปนห่วงลูกมาก จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ แต่พอรู้ว่า นายบุญแถม ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายลูก ตนก็เลยไม่อยากจะเอาเรื่อง ซึ่งในวันพรุ่งนี้ตนก็จะพาตัวน้องอาร์ม ไปเข้าเรียนโรงเรียนวัดพรหมมานุกูล หรือโรงเรียนวัดไทร ตามปกติหลังขาดเรียนมาแล้วรวมระยะเวลากว่า 1 เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานในระหว่างการแถลงข่าว พล.ต.ท.พงศพัศ ก็ได้เสนอตัวเป็นแฟนคลับและมอบเงินสด จำนวน 5,000 บาท ให้แก่นายบุญแถม ไว้เป็นค่าใช้จ่ายในช่วงเข้ารับการรักษาตัวที่ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ แต่นายบุญแถม ก็ฉีกซองนำเงิน จำนวน 3,000 บาท แบ่งให้ น้องอาร์ม พร้อมเขียนข้อความว่า “ขอให้แม่และน้องอาร์ม รักกัน อย่าจากกันไปไหนอีก” ก่อนที่จะดีดพิณร้องเพลงโชว์ให้ผู้สื่อข่าวรับฟังจำนวน 2 เพลง ก่อนที่พนักงานสอบสวน จะควบคุมตัว นายบุญแถม ส่งสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์เพื่อเข้ารับการบำบัดต่อไป ทั้งนี้ตามกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 14 หรือ พ.ร.บ.สุขภาพจิต ปี พ.ศ.2551 มาตรา 35 ระบุว่า หากผู้ต้องหารายใดเข้าข่ายว่ามีอาการทางจิต หรือทางประสาท จะต้องให้แพทย์ทำการวินิจฉัยอาการของผู้ต้อองหารายนั้นเพื่อนำผลการตรวจมาประกอบสำนวนคดีว่า เห็นควรจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องต่อไป



