ข่าว

“พัชรวาท”เบิกความฟ้องหมิ่น“นสพ.ผจก.”

“พัชรวาท”เบิกความฟ้องหมิ่น“นสพ.ผจก.”

28 ธ.ค. 2552

"พัชรวาท”ขึ้นศาล เบิกความฟ้องหมิ่น“นสพ.ผจก.”ลงข่าวเป็นตอ ขวางสอบสวนคดียิง"สนธิ" อดีต ผบ.ตร. ยัน ไม่เคยยุ่งทีม สส. ระบุ นายกฯ เคยขอให้ลาพัก 1 เดือน หลังมีข่าวเรื่องตอ ส่วนตัวยืนยันไม่คิดลา อดีตไม่มี ผบ.ตร.ลานานนับเดือน ยอมเสนอไปประชุมจีน 10 วัน พร้อมแจ้งนา

(28ธ.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 904 ศาลอาญา เวลา 09.00 น. ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องครั้งแรกคดีหมายเลขดำ อ.2660/2552 ที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท เอเอสทีวีผู้จัดการ จำกัด ผู้ประกอบการหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการรายวัน และ นายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นสพ.ASTV ผู้จัดการรายวัน เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 326, 328, 332  กรณีระหว่างวันที่ 25 มิ.ย.-21 ก.ค.52  นสพ.ASTV ผู้จัดการรายวัน เสนอข่าวต่อเนื่องกันทำนองว่า พล.ต.อ.พัชรวาท คือ “ บิ๊กคนมีสี” ที่เป็น “ ตอ” ขัดขวางการสอบสวนคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 17 เม.ย.52

 โดยวันนี้ฝ่ายโจทก์ นำพยานเข้าไต่สวนเพียงปากเดียว คือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ซึ่ง พล.ต.อ.พัชรวาท เบิกความยืนยันว่า ตนเองไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือเป็นอุปสรรค ในการสืบสวนสอบสวนคดีที่มีคนร้ายยิงนายสนธิ โดยคดีดังกล่าวมี พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. ซึ่งดูแลรับผิดชอบคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นทีมสืบสวนสอบสวน ขณะที่ตนเองไม่เกี่ยวข้องการสั่งย้าย พ.ต.อ.วิวัฒน์ คลังชำนาญ ซึ่งมีชื่อร่วมเป็นพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว ไปปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดภาคใต้ในการปราบปรามน้ำมันเถื่อน ตามที่มีการเสนอข่าว ภายหลังเมื่อตนทราบข่าวการสั่งย้ายและรู้ภายหลังว่า พ.ต.อ.วิวัฒน์ ร่วมเป็นพนักงานสอบสวน จึงได้สั่งให้ย้ายกลับมาปฏิบัติหน้าที่สอบสวนคดีสนธิ

 พล.ต.อ.พัชรวาท เบิกความด้วยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เคยพบและพูดกับตนที่บ้านพิษณุโลก ซึ่งมีนายนิพนธ์ พร้อมพันธ์ อยู่ด้วยเมื่อประมาณต้นเดือน ส.ค.52  เสนอให้ลาพัก 1 เดือน หลังมีกระแสข่าวเรื่องตอ อุปสรรคคดียิงสนธิ ซึ่งมีการสอบถามว่าตนขัดขวางการสอบสวนคดีหรือไม่  ตนปฏิเสธ โดยนายก ฯ เสนอให้ลาพัก 1 เดือนตั้งแต่วันที่ 1-30 ส.ค.52 แต่ตนปฏิเสธ เพราะตำแหน่ง ผบ.ตร. ไม่เคยปรากฏว่าจะมีการขอลาพักนาน 1 เดือนมาก่อน นอกจากนี้ในการที่นายนิพนธ์ เรียกตนไปพบที่บ้านพิษณุโลกอีกครั้ง เรื่องการลาพัก ตนยังยืนยันเหมือนเดิม ซึ่งตนยังแจ้งให้นายนิพนธ์ทราบว่า ถ้านายก ฯ ไม่สบายใจจะย้ายตนไปปฏิบัติหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรี ก็ไม่เป็นอะไร ตนยอมรับได้ ถ้านายก ฯ ทำแล้วสบายใจ แต่ยืนยันไม่ขอลาพัก 1 เดือน เพราะถ้าลาพักเสมือนกับการยอมรับว่า มีตอเป็นอุปสรรคสอบสวนคดีนายสนธิ โดยตนเสนอยอมที่จะเดินทางไปประเทศจีน ที่เวลานั้นมีการประชุม ตนเสนอว่าจะไปให้ 10 วันตั้งแต่วันที่ 5 - 14 ส.ค.52 เพื่อเป็นการช่วยเหลือนายก ฯ ทางการเมืองทั้งที่งานดังกล่าวปกติ ผบ.ตร. จะไปแค่เป็นเกียรติการเปิดงานเพียง 3-4 วันเท่านั้น แต่เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวใกล้จะถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถวันที่  12 ส.ค.52 ซึ่งตนในฐานะ ผบ.ตร. ต้องเข้าเฝ้าในวันที่ 11 ส.ค. จึงต้องเดินทางกลับมาก่อนกำหนด 10 วัน โดยตนทำหนังสือชี้แจงให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายก ฯ ฝ่ายความมั่นคงรับทราบตามหนังสือลงวันที่ 9 และ 11 ส.ค.52 

 พล.ต.อ.พัชรวาท อดีต ผบ.ตร. เบิกความด้วยว่า เมื่อเกิดเหตุคนร้ายลอบยิงนายสนธิ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.52 แล้ว ทันทีที่รับทราบรายงาน ตนสั่งการว่าคดีต้องทำโดยเร็ว เพราะประชาชนสนใจ ซึ่งเวลานั้น พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่นครบาล แต่ภายหลังนายก ฯ แจ้งเป็นนโยบายด้วยวาจากับตนว่า เป็นคดีสำคัญต้องการให้ พล.ต.อ.ธานี รอง ผบ.ตร. มาดูแล ตนจึงมีคำสั่งให้ พล.ต.อ.ธานี รอง ผบ.ตร. มารับผิดชอบคดีพื้นที่นครบาลซึ่งต้องดูแลยิงนายสนธิด้วย เหตุเกิดขึ้นพื้นที่นครบาล ขณะที่ตนยังมอบเงินเกือบล้านบาทให้ทีมสืบสวนสอบสวนที่เวลานั้นมี พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง และ พล.ต.ต.จักรทิพย์ ไชยจินดา เป็นทีมสอบสวนคดี เป็นค่าใช้จ่ายทำคดีโดยเฉพาะด้วย

 โดย พล.ต.อ.พัชรวาท อดีต ผบ.ตร. ยังเบิกความตอบการซักค้านทนายจำเลยด้วยว่า นอกจาก นสพ. เอเอสทีวีผู้จัดการ ที่ลงข้อความ “ ตอ” ซึ่งเป็นอุปสรรคคดียิงนายสนธิแล้ว นสพ.ฉบับอื่น เช่น มติชน เดลินิวส์ ไทยรัฐ กรุงเทพธุรกิจ แนวหน้า ไทยโพสต์ บ้านเมืองด้วย ขณะที่บางฉบับมีการลงรูปภาพเป็นไอ้โม่งสีดำ เครื่องหมายคำถามด้วยเหมือนกับ นสพ. ผู้จัดการ ส่วนการขอออกหมายจับทหาร 2 นาย และตำรวจ 1 นาย ผู้ต้องหาคดียิงนายสนธิ เกิดขึ้นช่วงตนเดินทางไปประชุมที่ประเทศจีน ซึ่งก่อนเกษียณยังไม่สามารถจับกุมได้ แต่จนถึงวันนี้จับกุมผู้ต้องหาได้หรือไม่ตนไม่ทราบเนื่องจากเกษียณราชการมาแล้ว

 ภายหลังการไต่สวน พล.ต.อ.พัชรวาท ให้สัมภาษณ์ว่า ในคดีที่ฟ้องหมิ่นสื่อผู้จัดการ 3 สำนวน ตนยืนยันจะสู้คดี ไม่มีการไกล่เกลี่ยคดี เพื่อปกป้องเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของตน ครอบครัว วงศ์ตระกูล เช่นเดียวกับคดีที่ฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ การมีมติชี้มูลความผิดอาญาและวินัย เรื่องการสั่งสลายม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 7 ต.ค.51 ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ก็เดินหน้าฟ้องคดีต่อไป โดยการขึ้นศาลเบิกความเพื่อสู้คดีอย่างนี้ก็สนุกดี    

 ขณะที่นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ กล่าวว่า นอกเหนือจาก พล.ต.อ.พัชรวาท แล้ว ยังเตรียมพยานอีก 3 ปากที่จะนำเข้าเบิกความชั้นไต่สวนมูลฟ้องนี้