ข่าว

หญิงสู้ชีวิต ทำทุกอย่างเลี้ยงหลาน3คนพิการ1 หนักไปอีกต้องเช่าบ้านตัวเอง ที่ดินอยู่กับนายทุน

หญิงสู้ชีวิต ทำทุกอย่างเลี้ยงหลาน3คนพิการ1 หนักไปอีกต้องเช่าบ้านตัวเอง ที่ดินอยู่กับนายทุน

05 พ.ค. 2563

วอนช่วยหญิงแกร่งวัย 56 ปี ถูกสามีทิ้ง อดทนอดกลั้นเลี้ยงหลานทั้ง 3 คนจนเติบใหญ่ โดยคนกลางพิการแต่กำเนิดต้องใส่ผ้าอ้อมและนั่งรถเข็นตลอดเวลา ทั้งครอบครัวทานข้าววันละ 2 มื้อ ด้วยไข่ไก่คนละฟอง ซ้ำร้ายที่ดินถูกนายทุนยึดไปต้องเช่าบ้านตัวเองอยู่

วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากชาวบ้านตะโนน ตำบลแจนแวน อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ ว่าพบคุณยายวัย 56 ปี เลี้ยงหลาน 3 คนโดยคนกลางพิการเดินไม่ได้แต่กำเนิด ที่บ้านเลขที่ 9/3 หมู่ที่ 11 ตำบลแจนแวน อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรุดตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น สภาพเก่าทรุดโทรมพอบังแดดบังฝนได้ เป็นบ้านของนางสาวกรกนก ทองอ้ม อายุ 56 ปี อาศัยอยู่กับหลานอีก 3 คน โดยคนที่ 1 ชื่อนางสาวณัฐวดี ก้อนคำ อายุ 16 ปี จบ ป.6 ที่โรงเรียนบ้านตะโนน (ไม่ได้ศึกษาต่อ) คนที่ 2 เด็กหญิงณัฐกาญจน์ ก้อนคำ อายุ 14 ปี (ผู้พิการ) เรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านตะโนน คนที่ 3 เด็กชายณัฐดนัย หมัดพวง อายุ 10 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.3

ซึ่งนางสาวกรกนก ทองอ้ม อายุ 56 ปี (ยาย) ประกอบอาชีพขายไก่ย่าง หมูย่าง โดยมีนางสาวณัฐวดี ก้อนคำ (หลานคนโต) คอยช่วยเหลืองานบ้านทุกอย่าง โดยในทุก ๆ เช้าเวลา 02.00 น. นางสาวกรกนก ทองอ้ม อายุ 56 ปี (ยาย) จะตื่นมาหมักไก่หมักหมู และเสียบไม้เตรียมปิ้งย่าง ต่อมาเวลา 04.00 น. นางสาวณัฐวดี ก้อนคำ (หลานคนโต) จะตื่นมาช่วยปิ้งไก่/หมู จนกระทั่งจำหน่ายในรุ่งเช้า ซึ่งทุก ๆ วัน ยายจะเป็นคนหุงข้าว ส่วนนางสาวณัฐวดี ก้อนคำ (หลานคนโต) จะเป็นคนทำกับข้าว โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเจียวไข่ทานข้าวกัน ซึ่งจะใช้ไข่มื้อละ 4 ฟอง มื้อเช้ากับเย็น ส่วนมื้อเที่ยงมักจะไม่กินข้าวกัน เพื่อความประหยัด

หญิงสู้ชีวิต ทำทุกอย่างเลี้ยงหลาน3คนพิการ1 หนักไปอีกต้องเช่าบ้านตัวเอง ที่ดินอยู่กับนายทุน หญิงสู้ชีวิต ทำทุกอย่างเลี้ยงหลาน3คนพิการ1 หนักไปอีกต้องเช่าบ้านตัวเอง ที่ดินอยู่กับนายทุน หญิงสู้ชีวิต ทำทุกอย่างเลี้ยงหลาน3คนพิการ1 หนักไปอีกต้องเช่าบ้านตัวเอง ที่ดินอยู่กับนายทุน

 

เด็กหญิงณัฐกาญจน์ ก้อนคำ อายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านตะโนน ซึ่งพิการมาตั้งแต่เกิด โดยท่อนล่างจะไม่มีความรู้สึก จึงไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองปวดหนักปวดเบา ถึงเวลาก็ไหลออกมาเองโดยอัตโนมัติ จึงจำเป็นต้องใส่ผ้าอ้อมตลอดเวลา ในแต่ละวันจะต้องใช้ผ้าอ้อมจำนวน 3-4 ชิ้น ภายในบ้านจะมีรถเข็นวีลแชร์ อยู่ 3 คัน และสภาพบ้านก็มีระดับความสูงของพื้นดินต่างกันประมาณ 40 ซม. จึงจำเป็นต้องมีรถเข็นวีลแชร์ไว้เปลี่ยนถ่ายหากต้องเข้าบ้าน หรือจำต้องเข้าห้องน้ำก็ต้องเปลี่ยนรถเข็นวีลแชร์อีกรอบ ซึ่งในการเข้าบ้านแต่ละครั้งจะลำบากมาก และต้องใช้กำลังแขนอย่างมาก เพื่อยกตัวเองจากรถเข็นวีลแชร์คันหนึ่งไปอีกคันหนึ่ง ที่มีระดับความสูงที่แตกต่างกัน

หญิงสู้ชีวิต ทำทุกอย่างเลี้ยงหลาน3คนพิการ1 หนักไปอีกต้องเช่าบ้านตัวเอง ที่ดินอยู่กับนายทุน หญิงสู้ชีวิต ทำทุกอย่างเลี้ยงหลาน3คนพิการ1 หนักไปอีกต้องเช่าบ้านตัวเอง ที่ดินอยู่กับนายทุน

ส่วนเด็กชายณัฐดนัย หมัดพวง อายุ 10 ขวบ (หลานคนเล็ก) ทุกเช้าวันหยุดเรียนจะออกจากบ้านไปหารับจ้างทำงานทุกอย่างที่พอทำได้ ทั้งโกยปุ๋ยคอก ขุดดิน ถางหญ้า แกะขี้ยาง งานไหนที่ทำแล้วได้เงินก็ไม่เกี่ยง พอมีรายได้ช่วยจุนเจือครอบครัววันละ 50-60 บาท โดยจะกลับบ้านอีกทีก็ช่วงเย็นๆ ของแต่ละวัน

หญิงสู้ชีวิต ทำทุกอย่างเลี้ยงหลาน3คนพิการ1 หนักไปอีกต้องเช่าบ้านตัวเอง ที่ดินอยู่กับนายทุน หญิงสู้ชีวิต ทำทุกอย่างเลี้ยงหลาน3คนพิการ1 หนักไปอีกต้องเช่าบ้านตัวเอง ที่ดินอยู่กับนายทุน หญิงสู้ชีวิต ทำทุกอย่างเลี้ยงหลาน3คนพิการ1 หนักไปอีกต้องเช่าบ้านตัวเอง ที่ดินอยู่กับนายทุน

 

ด้านนางสาวกรกนก ทองอ้ม อายุ 56 ปี (ยาย) เล่าว่า ตนมีลูกสาวเพียงคนเดียว ซึ่งตนได้หย่าร้างกับสามีไปตั้งแต่ลูกสาวตนยังตัวเล็ก ๆ และอดทนอดกลั้นเลี้ยงลูกมาจนเติบใหญ่ ต่อมาตนได้ไปทำงานที่กรุงเทพฯ กับลูกสาว ซึ่งตอนที่ลูกสาวตนคลอดลูกคนแรกได้ประมาณ 6 เดือน ตนจึงตัดสินในนำหลานมาเลี้ยงที่บ้านให้ลูกสาวอยู่ทำงานที่กรุงเทพฯ ต่อมามีลูกคนที่ 2 ตนให้กลับมาคลอดที่สุรินทร์ พอถึงกำหนดคลอดเกิดรกพันขาน้องจนทำให้ขาผิดรูป เป็นเนื้องอกกระดูกไขสันหลัง และได้รับการรักษาฝ่าตัดเนื้องอกกระทั่งกลับมาอยู่บ้าน ก็ไม่สามารถเดินได้ จะต้องนั่งและคลานจนกระทั่งเกิดแผลกดทับ ต้องล้างแผลทุกวันด้วยตัวเอง หลังจากลูกสาวตนคลอดหลานและพักฟื้นได้ 1-2 เดือน ตนให้กลับไปทำงานที่ กรุงเทพฯต่อ ก็ไปมีครอบครัวใหม่มาอีก ส่งหลานคนเล็กมาให้เลี้ยงอีก 1 คน และมีลูกอีก 1 คน โดยคนสุดท้องลูกสาวเลี้ยงเอง

ส่วนเรื่องที่ดินที่ตนอาศัยอยู่ เริ่มแรกเป็นของแม่ตน ต่อมาแฟนของน้องสาวจะเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ในการเดินทาง น้องสาวจึงขอโอนกรรมสิทธิ์เป็นผู้จัดการมรดก และจะแบ่งพี่น้องเอง ต่อมาเมื่อประมาณ 30 กว่าปี ตนพึ่งมาทราบข่าวช่วงปลายปี 2562 ว่าที่ดินที่เอาไปจำนองกับนายทุน ตกไปเป็นของนายทุนแล้ว ซึ่งน้องสาวกับแฟนก็เลิกกันไปแล้ว โดยตนทราบว่าที่ดินตกไปอยู่กับนายทุนในเมืองสุรินทร์ ซึ่งขณะนั้นนายทุนเดินทางมาหาตนและได้กล่าวกับตนว่า ถ้าหากอยากจะอยู่ต่อก็ให้เช่าอยู่ ในราคาเดือนละ 500 บาท แต่หากตนอยากได้คืน ถ้าแบ่งเฉพาะพื้นที่บ้านตน ราคาไม่เกิน 3 แสนบาท หากต้องการทั้งแปลง ตนจะต้องซื้อคืนในราคา 1.2 ล้านบาท ซึ่งตนเองก็ไม่แน่ใจว่าที่ดินมีขนาดเท่าไหร่ ส่วนน้องสาวตนไปทำงานดูแลคนชราแถวไหน ตนก็ไม่ทราบ แต่ก็ได้ติดต่อกันบ้าง

หญิงสู้ชีวิต ทำทุกอย่างเลี้ยงหลาน3คนพิการ1 หนักไปอีกต้องเช่าบ้านตัวเอง ที่ดินอยู่กับนายทุน

รายได้หลักมาจากเบี้ยคนพิการ 800 บาท และย่าของหลานๆ ช่วยมาเดือนละ 2,000 บาท แต่เดือนนี้ตนคงไม่ได้ แต่ก็เข้าใจเพราะทุกคนก็ลำบาก โรงเรียนบ้านตะโนน ช่วยทุนการศึกษาปีละ 4,000 บาท ส่วนรายได้จากการขายกับข้าวตอนนี้ลดไปมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และตนยังรับนวดแผนโบราณ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่ชาวบ้านก็นำข้าวสารมาให้แทนคำขอบคุณ

ตนมีหนี้ที่ต้องจ่ายทุกเดือนเลยก็คือ รถจักรยานยนต์ ซึ่งลูกสาวตนผ่อนมาแล้วส่งต่อไม่ไหว เลยต้องรับภาระแทน เดือนละ 2,700 บาท และสิ่งที่ตนกลัวที่สุดคือในวันข้างหน้าหากไม่มีตนแล้ว เด็ก 3 คนนี้จะอยู่อย่างไร ตนจึงอยากได้ที่ดินในส่วนนี้เพื่อเป็นมรดกไว้ให้หลานๆ ได้ซุกหัวนอนต่อไป และตนขอขอบพระคุณผู้ใจบุญทุกท่านที่ให้ความช่วยเหลือครอบครัว ขอให้สิ่งดีๆ ที่ตนได้กระทำให้กลับตอบแทนไปสู่ผู้ใจบุญทุกท่านด้วย.

หญิงสู้ชีวิต ทำทุกอย่างเลี้ยงหลาน3คนพิการ1 หนักไปอีกต้องเช่าบ้านตัวเอง ที่ดินอยู่กับนายทุน หญิงสู้ชีวิต ทำทุกอย่างเลี้ยงหลาน3คนพิการ1 หนักไปอีกต้องเช่าบ้านตัวเอง ที่ดินอยู่กับนายทุน

สำหรับท่านที่จะร่วมบริจาคช่วยเหลือน้องและครอบครัว สามารถบริจาคได้ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สาขาศรีณรงค์  บัญชีเลขที่ 020018477050 ชื่อบัญชี  ด.ญ.ณัฐกาญจน์ ก้อนคำ หรือท่านสามารถมาร่วมบริจาคสิ่งของต่าง ๆ ให้น้องกี้และครอบครัวที่บ้านด้วยตัวท่านเองได้ หรือสามารถโทรสอบถามคุณยาย นางสาวกรกนก ได้ที่เบอร์โทร 0807255062.

สุทธิศักดิ์ สอนกล้า ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำ จ.สุรินทร์