
พผ.ย้ำแก้รธน.พรรคร่วมต้องไปทางเดียวกัน
ชาญชัย ออกโรงเรื่องแก้ รธน.พรรคร่วมต้องร้องเพลงคีย์เดียวกัน ไม่เช่นนั้นก็แตก ยัน พผ.เห็นด้วยแก้ ม.190 และเขตเดียวเบอร์เดียว บอกวันนี้ยังร้องเพลง รักเธอเสมอ"ให้นายกฯอยู่ แต่อย่าให้ต้องร้องเพลง วันใดขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก ระบุหลังปีใหม่ใหม่คุยในพรรคเร
(28ธ.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นการนำเรื่องเดิมมาพูด แต่พรรคเพื่อแผ่นดินมีหลักของตัวเองว่าการแก้ไขใน 2 มาตรา คือ มาตรา 190 และ รูปแบบการเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่จะเปิดช่องให้การเลือกตั้งเป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียว (วันแมนวันโหวต) เป็นมาตราของการเปิดประตูเข้าไปสู่การแก้ไข ซึ่งก็มีการพูดคุยกันใน 2 มาตรานี้เท่านั้น ส่วนที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าประเด็นดังกล่าวจะต้องเป็นเรื่องของพรรคการเมืองนั้นก็ถูกต้องแล้ว
เมื่อถามว่าทำไมจึงมีข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลขู่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ว่าถ้าไม่ร่วมกันผลักดันแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าวจะหันไปร่วมลงชื่อ กับพรรคเพื่อไทย และกลับไปสนับสนุนให้ใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 แทน นายชาญชัย กล่าวว่า เรื่องนี้พรรคเพื่อแผ่นดินไม่ทราบ ไม่ได้ยินและไม่มีแนวคิดนี้
“ เรา คิดว่าเรื่อนี้ต้องเห็นพ้องต้องกันของพรรคร่วมรัฐบาล และไม่มีเหตุผลที่จะไปแตกแยก ทุกพรรคจะเอาแต่ใจตัวเองไม่ได้ต้องคิดร่วมตกผลึกเป็นอันเดียวกัน ” นายชาญชัย กล่าว
เมื่อถามว่าใน 2 มาตรานี้ พรรคประชาธิปัตย์บอกหรือไม่ว่าจะสนับสนุนทั้ง 2 มาตราหรือไม่เพราะพรรคประชาธิปัตย์ก็มีจุดยืนของตัวเอง นายชาญชัย กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เขาบอกอยู่แล้วว่าหลักของเขาถ้าเขตเลือกตั้งเป็นเขตใหญ่ ทางภาคใต้ชอบ แต่พรรคร่วมรัฐบาลหารือกันว่ารัฐธรรมนูญใช้มาหลายฉบับ ตนก็อยู่สภามา 30 ปี เป็นส.ส.มาหลายสมัย เรารู้ว่าถ้าเขตเล็กความใกล้ชิดกับประชาชน การทำหน้าที่ร่วมกับประชาชนนั้นงาน 30 นาทีก็ไปถึง แต่ถ้าเป็นเขตใหญ่ เรียงเบอร์ การทำงานมันไม่มีผลงานที่ชัดเจน ตนเป็นมาทุกระบบแล้ว ระบบเลือกตั้งแบบเขตกว้างจึงได้รับการแก้ไขพัฒนาทางการเมืองเพื่อให้ใกล้ชิด กับประชาชน การทำงานสะดวกรวดเร็ว สามารถหาตัวชี้วัดทางการเมืองได้
เมื่อถามว่าในการลงมติพรรคร่วมรัฐบาลจำเป็นต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า เป็นเรื่องของสภาแต่ละพรรคก็เสนอเข้าไป แต่ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลนั้นต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรการเป็นรัฐบาลร่วม อยู่ในครอบครัวเดียวกันก็ต้องเหมือนกัน
“ ผัว กับเมียพูดกันคนละเรื่องไม่ได้ ถ้าไม่คิดเหมือนกันมันต้องแตกกันอยู่แล้ว ต้องคิดเหมือนกัน ในส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดินก็มีหลักตั้งแต่เริ่มต้นว่าต้องแก้ไขเป็นเขตเล็ก ”
ผู้สื่อข่าวถามว่าจุดที่คิดว่าจะทำให้แตกกันน่าจะมาจากอะไร หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่คิดว่าจะมีตรงไหนแตก วงดนตรีวงนี้มันร้องเพลงเสียงเดียวกันแล้ว และไม่คิดว่าสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศยืนยันในการสนับสนุนเรื่องเขต เลือกตั้งใหญ่ จะเป็นความแตกต่าง เพราะอย่างไรก็ต้องเหมือนกัน
“ขอให้เชื่อผม ๆอยู่มาเป็น 8 นายกฯแล้ว ต้องร้องเพลงเสียงเดียวกัน ตอนนี้ยังมะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม อยู่ แต่พอเข้าสภาแล้ว ธรรมชาติของการเป็นรัฐบาลผสมต้องเป็นเสียงเดียวกัน แต่ถ้าเสียงคนละคีย์รับรองว่าไปไม่ได้ วันนี้เราไม่เกลี้ยกล่อมหรือโน้มน้าวใครทั้งสิ้น คุณต้องคิดถึงชาติ ปากท้องประชาชนก่อน เรื่องรัฐธรรมนูญประชาชนกินไม่ได้ วันนี้เรื่องแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้อยู่ในภาวะที่จะให้คนมาทะเลาะกันรอบสอง แต่ถ้าหากนำเสนอสภาแล้วการเป็นรัฐบาลร่วมเป็นครอบครัวเดียวกันต้องร้องเพลง เดียวกันดนตรีจะผิดคีย์ไม่ได้ เสียงประสานต้องเป็นคีย์เดียวกัน ถ้าไม่ร้องตามกันก็อยุ่ร่วมกันไม่ได้หรอก ” หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินกล่าวและว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ถึงขั้นเป็นระเบิดเวลา เป็นแค่เรือดำน้ำเท่านั้น
เมื่อถามว่าถึงวันนี้อยากร้องเพลงอะไรให้นายกฯฟัง นายชาญชัย กล่าวว่า “ ร้อง เพลงรักเธอเสมอ เวลานี้เราผ่านเพลงน้อยใจรักไปแล้ว ตอนนี้ถึงคิวร้องรักเธอเสมอ ส่วนจะร้องตลอดไปหรือไม่มันก็เป็นช่วงๆไป ช่วงนี้ยังรักเธออยู่ ที่จริงแล้วนายกฯอภิสิทธิ์เป็นคนน่ารัก ฟังความคิดเห็นการคุยกันก็เป็นระบบเปิดใช้ได้ ถือว่านายกฯอภิสิทธิ์ 1. เป็นคนรับฟัง 2. เป็นคนมีเหตุผล 3. เป็นคนให้เกียรติ์พรรคร่วม และ 4. การประชุมเป็นระบบเปิดให้พรรคร่วมแสดงความคิดเห็นได้ เป็นการทำงานร่วมของหัวหน้าครอบครัว เราก็ยินดีและทำงานสบายใจในครอบครัวนี้อยู่ แม้จะได้งบประมาณไม่มากตามที่เสนอมาก็ร้องเพลงนอยใจรักไปแล้ว รักอยู่แต่น้อยใจ แต่ตอนนี้ผ่านไปแล้ว ก็ต้องบอกว่ารักเธอเสมอ ยังไม่ร้องเพลงวันใดขาดฉัน แล้วเธอจะรู้สึก ”
เมื่อถามว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะร้องเพลงขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก นายชาญชัย กล่าวว่า ก็คงครบวาระ 4 ปี
เมื่อ ถามว่ามองจุดอ่อนของนายกรัฐมนตรีอยู่ตรงไหน นายชาญชัย กล่าวว่า จุดอ่อนของนายกฯ ยังมองไม่เห็น เพราะวันนี้วอลล์เปเปอร์ก็ไม่มีแล้ว
เมื่อถามว่าเพราะพรรคร่วมรัฐบาลบอกกับนายกฯ ให้วอลล์เปเปอร์ถอยห่างออกไปหรือไม่ นายชาญชัย กล่าวปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยว เราจะไปบอกได้อย่างไรเพราะไม่ใช่พรรคเรา
หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงการปรับ ครม. ว่า การปรับ ครม.เป็นเรื่องปกติ ในส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ยังไม่ได้พูดคุยกัน แต่นัดกันว่าหลังปีใหม่ถึงจะมาประชุมร่วมกันว่าการ ทำงานเพื่อพรรคอย่าเป็นเจ้าของคนเดียว ต้องดูถึงความเหมาะสม ความรู้ความสามรถ ใครก็เป็นรัฐมนตรีได้ถ้านายกฯ แต่งตั้ง แต่เป็นแล้วต้องมีขีดความสามารถทำงานตอบสนองความต้องการของประชาชน ส่วนที่นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจถึงจะมีการปรับ ครม.นั้น นายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้พูดกับทางพรรคเพื่อแผ่นดิน เพียงแต่บอกว่าพรรคใดมีความประสงค์จะปรับก็ขอให้เสนอความเห็นมา ซึ่งเราเห็นว่าจะปรับก่อนหรือหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เป็นการปรับเหมือน กัน



