
ยังอลเวง ปธ.ชมรมฌาปนกิจแฉซ้ำผู้ใหญ่บ้านมีเงื่อนงำ ขณะที่ญาติยังติดต่อหลานชายไม่ได้
ผู้ใหญ่บ้านที่แจ้งตายลูกบ้านแทนญาติ แล้วเก็บเงินฌาปนกิจศพให้เมียตัวเองที่เป็นผู้รับผลประโยชน์ กลายเป็นอลเวงไม่จบ หลังประธานชมรม ออกมาเผยการสมัครครั้งแรกไม่ถูกต้อง แต่ผู้ใหญ่เป็นกรรมการจึงอนุโลม ไม่รู้ว่าเรื่องจะมาบานปลายที่หลัง
วันที่ 1 พ.ค.2563 กรณีนายต่วน ดีชัยรัมย์ อายุ 59 ปี อยู่เลขที่ 31 หมู่ 3 ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ร้องผ่านสื่อ ว่าไม่ได้รับเป็นธรรม หลังจากหลานซึ่งมีชีวิตอยู่ แต่ถูกผู้ใหญ่บ้านใช้อำนาจไปแจ้งว่าหลาน เสียชีวิตที่อำเภอแล้วออกใบมรณะบัตร ก่อนจะเอาไปยื่นขอเบิกเงินฌาปนกิจศพของตำบล
จนญาติเชื่อว่าผู้ใหญ่บ้านอาจจะหวังเงินฌาปนกิจศพ เพราะมีชื่อภรรยาเป็นผู้รับผลประโยชน์เป็นเงินร่วม 80,000 บาท จนต้องไปร้องต่อที่ว่าการอำเภอคูเมือง ก่อนผู้ใหญ่บ้านไปคืนสิทธิ์จากตายกลายมาเป็นมีชีวิตให้หลาน ทำให้สังคมต่างออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นสองทาง
ล่าสุดสุทัศน์ ภูมิพยัคฆ์ อายุ 86 ปี ประธานชมรมผู้สูงอายุตำบลตูมใหญ่ ได้ออกมาระบุว่า ตอนนั้นจำได้ว่าเมื่อปี 2555 นายสมศักดิ์ พรภิญโญยิ่ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ได้เอารายชื่อนายสมเกียรติ บริสุทธิ์ มาสมัครเข้าเป็นสมาชิกฌาปนกิจศพของชมรมผู้สูงอายุ
ตนจึงสอบถามหาหลักฐานตามระเบียบของชมรม ซึ่งจะต้องมีหลักฐานเป็นทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน และเห็นตัวเป็นๆ รวมถึงต้องมีใบรับรองแพทย์มายืนยัน แต่ผู้ใหญ่บ้านมีเพียงสำเนาบัตรประชาชนของผู้สมัครและทะเบียนเท่านั้น
ตนจึงได้อนุโลมให้ เพราะเห็นว่าผู้ใหญ่บ้านเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ และคิดว่าผู้ใหญ่น่าจะกลั่นกรองมาแล้ว จึงเอาเข้าเป็นสมาชิกในตอนนั้น
หลังจากผู้ใหญ่บ้านนำใบมรณะบัตรมาแจ้งขอเบิกเงินฌาปนกิจศพเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2562 ระบุนายสมเกียรติ เสียชีวิตแล้ว ตนก็ดำเนินการตามระเบียบ โดยออกใบสั่งให้ไปเก็บเงินจากสมาชิกครอบครัวละ 50 บาท ที่มีกว่า 1,470 คน เป็นเงินประมาณ 73,000 บาทในตอนนั้น
ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2562 พ่อของผู้ใหญ่บ้านซึ่งมีหน้าที่เก็บเงินฌาปนกิจศพ ได้ตระเวนเก็บตามหน้าที่ เพียงไม่กี่วัน ได้มีญาติของนายสมเกียรติ มาคัดค้านการจ่ายเงิน โดยอ้างว่า นายสมเกียรติ ยังมีชีวิตอยู่ ทำให้ตนสั่งยุติการเก็บเงิน พร้อมเอาเงินที่เก็บได้ ฝากให้ผู้ใหญ่บ้านไปคืนชาวบ้าน พร้อมกับระงับการจ่ายเงินค่าปลงศพจำนวนเงิน 73,000 เพราะนายสมเกียรติ ยังไม่เสียชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ญาติ ที่บุรีรัมย์ ยังติดต่อนายสมเกียรติ ไม่ได้ โดยล่าสุดจากการค้นทะเบียนราษฎร ยังพบว่ายังมีชีวิตอยู่แต่ยังไม่ทราบว่าทำงานอยู่ที่ไหน
ภาพ/ข่าว อภิชาติ ศิริสุข ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์



