
เลขาฯป.ป.ช. ชี้ อบจ.ลำพูนจัดซื้อ"ชุดแคร์เซ็ท"แพงส่อมีมูล
เลขาฯ ป.ป.ช. ชี้ อบจ.ลำพูนจัดซื้อ"ชุดแคร์เซ็ท"แพงส่อมีมูล ตั้งคกก.ไต่สวนขีดเส้นรู้ผลภายใน 90 วัน ส่วนเรื่องบัญชีทรัพย์สิน " ปารีณา" พร้อมเรียกเจ้าตัว ให้ปากคำเพิ่ม เร็วๆนี้
นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีการร้องเรียนให้ตรวจสอบการส่อทุจริตการจัดซื้อชุดแคร์เซ็ทขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เพื่อแจกแก่คนชรา ตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อโควิด-19 จังหวัดลำพูน ว่า เรื่องดังกล่าวขณะนี้สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดลำพูน และสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 5 ได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานแล้ว โดยเห็นว่ามีมูลเพียงพอให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ก่อนจะเสนอคณะกรรมการป.ป.ช. ภายในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่มีความซับซ้อน อีกทั้งเนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสาธารณชนให้ความสนใจ ตนจึงให้นโยบายว่าให้ดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็วภายใน 90 วัน
สำหรับมูลค่าความเสียหายการจัดซื้อชุดแคร์เซ็ทดังกล่าวนั้น ยังบอกไม่ได้ในขณะนี้ แต่ทราบเบื้องตนว่ามูลค่าการจัดซื้อประมาณ 16 ล้านบาทเศษ
นอกจากนี้ทราบด้วยว่าในจังหวัดอื่นๆก็มีการร้องเรียนเข้ามาบ้างแล้ว ซึ่งเท่าที่จำได้มีจังหวัดทางภาคอีสานและรูปแบบใกล้เคียงกัน โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบทั้งหมด
ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบทรัพย์สิน เช่น ที่ดิน ฟาร์มวัว ฟาร์มไก่ ของ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ หรือ พปชร. ที่ จ.ราชบุรี ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้มากนัก แต่เบื้องต้นได้มอบนโยบายให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน วันที่ 30 กันยายนนี้
โดย กรรมการที่เกี่ยวข้องจะมีการเรียก น.ส.ปารีณา มาให้ข้อมูลเร็วๆนี้ เนื่องมีประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน และหากมีความชัดเจนก็จะแถลงให้ทราบต่อไป
ทั้งนี้ เลขาธิการ ป.ป.ช. ยังกล่าวถึงกรณีที่เว็บไซต์สำนักงานศาลปกครอง ได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง หรือ ก.ศป. เรื่อง รายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น ในการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด โดยมี นายปิยะ ปะทังตา ประธานศาลปกครองสูงสุด ในฐานะประธานกรรมการตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นผู้ลงนามในประกาศดังกล่าว เมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในนั้นปรากฎชื่อของเลขาธิการป.ป.ช. ว่า ถือเป็นวิถีทางซึ่งตนก็ใกล้เกษียณอายุราชการแล้ว จึงอยากทำงานที่ตรงกับความรู้ความสามารถของตนเอง ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้อีกทางหนึ่ง แต่ยังคงมีกระบวนการอีกหลายขั้นตอน และต้องขอขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ตน



