
อีกราย ฝากกดเงินอลเวง หนุ่มโต้ไม่ได้เอาไป แต่จะคืนให้เพราะเสียเวลาหากิน
บุรีรัมย์ หนุ่มวัย 34 ปี ออกมาโต้หลังถูกผู้ป่วยโรคไต ในโรงพยาบาลฝากไปกดเช็คยอดเงิน"เราไม่ทิ้งกัน"5 พัน แต่เงินกลับหายไป 3 พัน ระบุตนมีหน้าที่การงานทั้งเป็นคนบ้านเดียวกัน ไม่เอาแน่ แต่จะคืนให้ตามที่ จนท.แนะนำเพื่อลดปัญหาและไม่อยากเสียเวลาทำมาหากิน
วันที่ 28 เม.ย.2563 นายสมปอง สิมาเลาเต่า อายุ 34 ปี ชาว ต.ชุมแสง อ.นางรอง อาชีพขับรถเทลเลอร์ส่งสินค้าตามห้างสรรพสินค้า ได้ออกมาระบุหลังถูกนายณรงค์ศักดิ์ คล้ายกระแส อายุ 47 ปี คนบ้านเดียวกัน แจ้งความให้เอาผิดฐานลักทรัพย์ ที่เอาบัตร ATM ไปกดเงินไปจำนวน 3,000 บาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา
นายสมปอง กล่าวทางวีดีโอคอล ผ่านทางโทรศัพท์มือถือว่า วันเกิดเหตุตนไปเยี่ยมพ่อตาที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลนางรอง เห็นนายณรงค์ศักดิ์ คนบ้านเดียวกันกับภรรยา นอนรักษาข้างเตียง
จากนั้นนายณรงค์ศักดิ์ ขอให้ไปตรวจเช็คยอดเงินในบัญชี ว่าเงิน”เราไม่ทิ้งกัน”เข้าหรือไม่ โดยให้บัตร ATM มาสองใบ เป็นของธนาคารออมสินและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เมื่อไปตรวจสอบพบว่าบัตรธนาคารออมสินมีเงิน 2,046 บาท อีกบัตรไม่มีเงิน ตนก็เอาบัตรไปคืนแต่นายณรงค์ กลับไม่พอใจ อ้างว่ามีเงินเข้า 5,000 บาท ตนก็ยืนยันไปว่าไม่ได้กดเอาเงินออก หลังจากนั้นก็เดินทางไปทำงานต่างจังหวัดตามปกติ จนมาทราบว่าถูกแจ้งความกล่าวหาว่าลักทรัพย์
นายสมปอง กล่าวด้วยว่า หลังทราบข่าวจากกำนัน ได้ประสานกับ ร.ต.อ.มานพ รอยประโคน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นางรอง อ.นางรอง เพื่อให้ข้อมูล โดยเจ้าหน้าที่ระบุ เบื้องต้นก็พบความผิดเพราะเป็นคนถือเอาบัตรเขาไป
แต่ถ้าต้องการลดปัญหา”ควรจะคืนเงินให้เขา”แล้วให้เขาถอนแจ้งความ เรื่องก็จะยุติลงได้ จึงตัดสินใจที่จะเลือกคืนเงินให้ไป 3,000 บาท เพราะต้องทำงานไม่อยากมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล
ส่วนตัวยังอยากจะให้หน่วยงานไหนก็ได้มีการสืบสวนหาข้อมูลที่แท้จริงว่า เงินที่หายไปตามที่เขากล่าวอ้าง “ใครเป็นคนเอาไปกันแน่”ยืนยันว่าไม่ได้กดเอาไปอย่างแน่นอน เพราะครอบครัวไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน
ด้าน น.ส.ประกาย หอยสังข์ อายุ 31 ปี ภรรยานายสมปอง กล่าวว่า สามีเป็นคนใจบุญชอบช่วยเหลือคน หลังทราบเรื่องรู้สึกไม่สบายใจอยากจะสู้คดี แต่ก็เสียเปรียบ เพราะเราได้ถือบัตรเขาไปจริงๆ หลังจากนี้คงจะไม่กล้าทำในลักษณะนี้กับใครอีก
ภาพ/ข่าว ธีรยุทธ ชำนาญกอง ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์



