ข่าว

อย่างช้าไม่เกินเมษายน

อย่างช้าไม่เกินเมษายน

28 ธ.ค. 2552

"อย่างช้าไม่เกินเมษายน 53 ขอฝากว่า เวลานั้นเป็นเวลาสำคัญ แล้วพวกเราจะไปเจอกันที่ถนนราชดำเนิน"

 นี่คือคำประกาศกร้าวรบแตกหักของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี บนเวทีปราศรัยของผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ มหาสารคาม

 พล.อ.พัลลภ ซึ่งเปิดตัวสนับสนุน ทักษิณ ชินวัตร ในก่อนหน้านี้ หลังจากที่ไปพบที่ประเทศจีน และได้รองเท้ากอล์ฟมา 1 คู่ เป็นกำนัล บอกด้วยว่า เปิดศักราชใหม่นี้ หากไม่ชนะไม่เลิก และพร้อมเอาชีวิตเข้าแลก เพื่อให้ได้ประชาธิปไตย โดยมี ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้นำ

 การเคลื่อนไหวของ พล.อ.พัลลภ ทางการเมืองนั้น ถูกจับตามาโดยตลอด ทั้งจากฝ่ายการเมืองด้วยกัน และหน่วยงานด้านความมั่นคง

 แต่ไม่ได้หมายความว่า เมื่อครั้งเกิดคดี "คาร์บ๊อง" นั้น นายทหารที่เป็นคนขับรถบรรทุกระเบิด (ที่คนยังสงสัยจนถึงทุกวันนี้ว่าระเบิดมันทำงานได้จริงหรือไม่) ในตอนนั้นสังกัด กอ.รมน.ที่มี พล.อ.พัลลภ เป็น รอง ผอ.รมน. ก็เลยทำให้ พล.อ.พัลลภ มีบทบาทที่โดดเด่นถูกจับตามอง..กระทั่ง พล.อ.พัลลภ ประกาศมายืนข้างเดียวกับ ทักษิณ ก็ยังคงมีความเคลือบแคลงว่า เป็นพวกเดียวกันตั้งแต่ก่อนเกิดคดีคาร์บ๊องนั้นหรือไม่

 เอาเถอะ นั่นเป็นปริศนาที่เชื่อว่า ไม่นานน่าจะถูกคลี่คลายได้ รอเพียงแค่เมฆหมอกการเมืองถูกขจัดปัดเป่า และได้คนดี คนที่ทำเพื่อบ้านเมืองมาเปิดเบื้องหลังคดีที่ทักษิณเชื่อว่าเป็นคดี ลอบสังหาร ว่ามันจะสร้างความบันเทิงได้ขนาดไหน

 สิ่งที่ต้องจับตาดูในวันนี้ ก็คือ จังหวะ-ก้าวย่างของ พล.อ.พัลลภ และเครือข่าย ว่าเหตุใดถึงกำหนดว่า อย่างช้า เมษายน 2553

 เสธ.แดง เองก็บอกว่า ทักษิณสั่งให้เลื่อนชุมนุมจาก 10 มกราคม เป็นหลังวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เพื่อให้สอดรับกับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะได้เพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลยุบสภา

 ดูแผนดูตารางเวลาแล้ว มันก็พอจะอือๆ ออๆ กล้อมแกล้มไปได้

 แต่หากดูความเป็นจริงแล้ว เคยมีครั้งใดบ้างที่รัฐบาลจะตัดสินใจยุบสภา เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพียงเพราะถูกกดดันจากในสภาที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจและจากนอกสภา

 ที่ประกาศแดงทั้งแผ่นดินมาเป็นปีแล้ว พอเอาเข้าจริง ก็เห็นมีแดงแค่ 2-3 หมื่นคน และลดจำนวนลงเรื่อยๆ ตั้งแต่ก่อนกำหนดนัดเลิกชุมนุม

 ในเมื่อการตัดสินใจยุบสภานั้น ไม่เคยเกิดขึ้น เพราะเกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ หากแต่เกิดขึ้นเพราะผลประโยชน์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลไม่ลงตัว เหตุผลที่แดงจะชุมนุม หรือที่ทักษิณสั่งให้ชุมนุม จึงไม่ใช่เพราะ "ประชาธิปไตยเพียวๆ"

 หากแต่น่าจะเป็นเรื่องคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ที่แต่เดิมนั้นคาดการณ์กันว่า คำพิพากษาน่าจะมีขึ้นในเดือนมกราคม 2553 นั่นจึงทำให้แดงนัดชุมนุมในวันที่ 10 มกราคม 2553

 แต่เมื่อศาลเรียกพยานเอกสารมาเพิ่มเติม และนัดหมายเพิ่มอีก 2 นัด คือ วันที่ 12 มกราคม และวันที่ 14 มกราคม 2553 ก็ทำให้การคาดการณ์ว่าศาลจะสรุปสำนวน และมีคำพิพากษาอย่างเร็วคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์

 ถามว่า ตรงนี้ใช่ไหมที่เป็นเรื่องเร่งด่วน และร้อนรุ่ม ?

 ถ้าหากว่า จุดประสงค์ที่แท้ก็เพื่อสร้างเกมกดดันไม่ให้มีการตัดสินยึดทรัพย์ ก็เท่ากับว่า การเรียกร้องประชาธิปไตย เป็นเพียงการสร้างภาพลวงตาให้แก่คนที่มาชุมนุมว่า นี่คือความชอบธรรม

 เมื่อนับดูระยะเวลา และแนวโน้มความรุนแรงที่อ้างว่า จะให้แดงทั้งแผ่นดิน และมีดำจากอดีตทหารพราน ที่ พัลลภอ้างว่า เสธ.แดง จะพามา ก็ยิ่งแสดงให้เห็นชัด

 ประชาธิปไตยนั้นรอได้ แต่คดีความ 7.6 หมื่นล้านบาท รอไม่ได้ !

 และเมื่อมาถึงวันนี้ วันที่ผ่านเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองมาแล้ว ก็พอจะเดากันได้ว่า บทสรุปของการต่อสู้เพื่อให้ถึงจุดหมายนั้น วิธีการเดิม ในระดับความรุนแรงเท่าเดิมนั้น มันไม่มีทางเป็นไปได้

 "ถ้าวันนั้นไม่ชนะ คนที่ตายคนแรกก็คือผม" พัลลภ ลั่นวาจาเอาไว้

 แม้จะเป็นเพียงแค่คำปราศรัยปลุกระดม แต่หากประเมินแล้ว ระดับสั่งการอย่าง พัลลภ หากตัดใจตายเป็นตายจริงๆ แล้วก็เดินนำหน้าผู้ชุมนุมจริงๆ ไม่เหมือนตอนเดือนเมษายน ที่แกนนำบางคนมุดลงรู จนถึงตอนนี้บางคนยังหาแหล่งพำนักอาศัยไม่เจอ ก็น่าเชื่อว่า ในสมรภูมิก็คงจะนองไปด้วยเลือด หรือไม่ก็บ้านเมืองวินาศฉิบหาย ซึ่ง พัลลภ ก็บอกไปแล้วว่า ต้องยอมเสียสละ ยอมเจ็บปวด

 คงจะซ้ำซากน่าเบื่อ ที่จะไปถามไถ่ว่า คุณมีสิทธิอะไรมาทำให้บ้านเมืองร้อนเป็นไฟ

 แต่ก็เชื่อว่าหลายคนอยากจะถามเช่นนั้น

 แล้วก็คงอยากจะถามต่อไปด้วยว่า ทำไปเพื่ออะไร ก็ในเมื่อแท้จริงแล้ว หวังเพียงเพื่อให้ ทักษิณ หลุดจากคดีความที่ถูกพิพากษาจำคุก และกำลังจะถูพิพากษาในคดีร่ำรวยผิดปกติ

 การร้องหาประชาธิปไตยในยามที่รัฐบาลไม่ใช่นอมินี หรือพวกพ้อง หาใช่จังหวะที่มีความชอบธรรมไม่

 ยิ่งแสดงท่าทีว่าจะเคลื่อนไหวโดยไม่ต้องคำนึงถึงความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น เพียงเพื่อให้รัฐบาลยอมเจรจา หรือยุบสภา หรือลาออก ไม่เพียงเป็นเรื่องไร้เหตุผล หากแต่ยังมุ่งทำร้ายบ้านเมืองอย่างปฏิเสธไม่ได้

 ศรายุทธ สายคำมี [email protected]