ข่าว

ตะลุยข่าว :  ปริศนาโจรกรรมลูกปัดสุริยเทพจากมิวเซียมสยาม

ตะลุยข่าว : ปริศนาโจรกรรมลูกปัดสุริยเทพจากมิวเซียมสยาม

08 มี.ค. 2552

ปริศนาคดีลูกปัดสุริยเทพยังคงมืดมน หลังถูกมือดีฉกไปจากงาน “ปริศนาแห่งลูกปัด” ซึ่งจัดขึ้นที่สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กรุงเทพฯ เบาะแสเดียวที่ตำรวจมีอยู่ขณะนี้ คือ วันเกิดเหตุมีผู้ต้องสงสัยชายคนหนึ่งเล็ดลอดเข้าไปโดยไม่ได้ลงทะเบียนเฉ

งานปริศนาแห่งลูกปัดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2551 สิ้นสุดวันที่ 28 มิถุนายน 2552 กินเวลานาน 6 เดือน ลูกปัดสุริยเทพสันนิษฐานกันว่า มีอายุราวๆ 2,000 ปี ถูกค้นพบที่ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร มีลวดลายคล้ายรูปหน้าเทพเจ้าชนเผ่าอินเดียนแดง รอบๆ มีสีเขียวและแดงสลับกันคล้ายสีเครื่องแต่งกายของชนเผ่า
 ทั้งนี้ หลักฐานจากการขุดพบลูกปัดโบราณ โดยเฉพาะ ลูกปัดหน้าคน หรือ ลูกปัดสุริยเทพ คลองท่อม ทำให้เชื่อว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย และสมัยประวัติศาสตร์ เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในคาบสมุทรภาคใต้ฝั่งตะวันตก เมื่อราว 40 ปีก่อน เริ่มมีผู้ค้นพบลูกปัดโบราณฝังอยู่บริเวณควนลูกปัด อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เกิดปัญหาการขุดขโมยโบราณวัตถุจากควนลูกปัดกันมากตั้งแต่ในอดีตแล้ว
 ถึงแม้จะมีอายุมากเกือบ 2,000 ปี แต่เท่าที่ชุดสืบสวนสืบค้นจากผู้รู้และเชี่ยวชาญด้านนี้ ประเมินราคาลูกปัดไม่ได้สูงค่ามากนัก อาจจะมีราคาเพียงแค่ 1.5 แสนบาท แต่เนื่องจากเป็นสิ่งของหายากจึงมีคุณค่าทางจิตใจในหมู่นักสะสม
 ดังนั้น สิ่งที่ชุดสืบสวนจับจ้องมองอยู่ในขณะนี้ คือ เกิดจากฝีมือกลุ่มนักสะสมของแปลกหายากหรือในหมู่นักสะสมลูกปัด ว่าจ้างคนเข้าเล็ดลอดเข้ามาฉกเอาไป และคนคนนั้นอาจจะเป็นชายต้องสงสัยที่หลบเลี่ยงการลงทะเบียนอย่างที่คนปกติสามัญทั่วไปทำกัน
 “เรายอมรับว่ามีความบกพร่องเกี่ยวกับการลงทะเบียน ปกติได้กำชับทีมงานให้ผู้เข้าชมลงทะเบียนทุกคน แต่จากการสอบถามทีมงานพบว่า มีความหละหลวมไปบ้าง โดยอาจมีผู้ชมที่เข้าชมไม่ได้ลงทะเบียน” รณฤทธิ์ ธนโกเศศ หัวหน้าฝ่ายพิพิธภัณฑ์และกิจกรรม สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ระบุ
 จากการตรวจสอบภายหลังลูกปัดสูญหายแล้ว พบว่า วันที่ 5 มีนาคม 2552 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุนั้น มีผู้เข้าชมงานทั้งสิ้น 160-170 คน รณฤทธิ์บอกด้วยว่า จากการพูดคุยกับ นพ.บัญชา พงศ์พานิช เจ้าของลูกปัดสุริยเทพ อยากให้ช่วยติดตามลูกปัดกลับคืนมา เนื่องจากของชิ้นนี้ถือเป็นของสาธารณะ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาค้นคว้า
 “เท่าที่ฟังพี่หมอไม่ได้ติดใจอะไรมาก แค่อยากได้ของคืนเท่านั้น” รณฤทธิ์ระบุ
 “คม ชัด ลึก” ติดต่อไปยัง นพ.บัญชา ทราบว่า เย็นวันที่ 7 มีนาคม ภายหลังลูกปัดสูญหายไป 2 วัน เขาจะเดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ เพื่อร่วมตรวจสอบและพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
 “ผมอยากให้ตำรวจช่วยติดตามลูกปัดกลับคืนมา เพราะเป็นสิ่งที่ค้นหายากมาก เหมาะแก่การศึกษา สำหรับเยาวชนหรือผู้ที่สนใจในเรื่องนี่ ผมอยากให้ลูกปัดนี้กลับมาอยู่ที่เดิมเหมือนเก่า” นพ.บัญชา กล่าว
 นพ.บัญชา เป็นคนนครศรีธรรมราช ชอบศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องประวัติศาสตร์พื้นบ้านและประวัติศาสตร์ในแต่ละท้องถิ่นมาตั้งแต่เด็กๆ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับลูกปัด หากรู้ว่ามีลูกปัดดีหายากที่ไหนก็จะลงทุนดั้นด้นไปขุดค้น เนื่องจากตระหนักว่ามันเป็นสิ่งของหายาก น่าค้นหา และถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง
 “ผมอยากให้คนที่เอาไปมีความสำนึก แต่ถ้าหากไม่ได้คืนก็คงต้องทำใจ และเสียใจว่าประวัติศาสตร์บางส่วนของพื้นบ้านเราได้หายไปอย่างหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่หายไปหายาก โดยเฉพาะชิ้นที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์เด่นชัดถึงขนาดนี้” นพ.บัญชา กล่าวทิ้งท้าย
 ด้านความคืบหน้าในการติดตามตัวคนร้ายและลูกปัดสุริยเทพนั้น ชุดสืบสวน สน.พระราชวัง ได้นำเทปที่ได้จากกล้องวงจรปิดทุกตัวในสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยหวังว่าจะพบเจอคนร้ายที่นำลูกปัดไป
 “ตำรวจกำลังพยายามติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาให้ได้ อย่างไรก็ตาม อยากขอความร่วมมือจากผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ในวันที่ 5 มีนาคม หากมีข้อมูลเบาะแสหรือพบเห็นเหตุการณ์ ให้ประสานมาที่ พ.ต.ต.อภิวัฒน์ ชินภูมิวสนะ สว.สส.สน.พระราชวัง ที่รับผิดชอบคดีนี้ได้ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-6700-0072 ได้ตลอดเวลา” พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน ผกก.สน.พระราชวัง กล่าว