
กทม.หงุดหงิดระบบรถบีอาร์ทีช้า
ธีระชน หงุดหงิดเซ็นสัญญาจ้างเคที บริหารระบบบีอาร์ทีไม่ทันปีนี้ตามแผน ยันโครงการไม่ล่าช้าแน่นอน ด้านเคทีเตรียมเปิดซองเทคนิคหาผู้เดินรถ 4 ม.ค.ปีหน้า
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการรถประจำทางด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) เส้นทางนำร่อง จากช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ระยะทาง 15.9 กิโลเมตร ประกอบด้วย 12 สถานี ว่า ตามที่ตนตั้งเป้าที่จะให้ กทม.ลงนามในสัญญาว่าจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด บริษัทลูกของ กทม. เป็นผู้บริหารระบบการเดินรถบีอาร์ที กรอบวงเงิน 1,990 ล้านบาท ระยะเวลา 7 ปี ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้
ปรากฏว่าไม่สามารถลงนามได้ทันภายในปีนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่สำนักการจราจรและขนส่งอยู่ระหว่างจัดทำเอกสาร ซึ่งตนพยายามเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้เร็ว คาดว่าจะลงนามได้ในวันที่ 4 มกราคม 2553 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าแม้การดำเนินการจะล่าช้าไปจากเดิม แต่จะไม่กระทบกับแผนที่จะเปิดทดลองวิ่งบริการในวันที่ 15 พฤษภาคม 2553 อย่างแน่นอน
ด้านนายอมร กิจเชวงกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม กล่าวว่า บริษัท กรุงเทพธนาคม ทำหนังสือขออนุมัติจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เพื่อขอดำเนินการจัดหาผู้เดินรถบีอาร์ทีไปก่อน ระหว่างที่รอลงนามสัญญาจ้าง ซึ่งผู้ว่าฯ กทม.อนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัท กรุงเทพธนาคม ประกาศเชิญชวนเอกชนผู้ที่สนใจเข้ามารับเอกสาร ปรากฏว่า ที่ผ่านมามีเอกชน 4 ราย มาขอเอกสาร ซึ่งบริษัทกรุงเทพธนาคมนัดยื่นซองในวันที่ 4 มกราคม 2553 เวลา 10.00-11.30 น. จากนั้นจะเปิดซองเทคนิค
ทั้งนี้เพื่อให้การจัดหาผู้เดินรถสามารถดำเนินการได้ทัน เนื่องจากหากลงนามสัญญาจ้างแล้ว บริษัทกรุงเทพธนาคมจะต้องเปิดเดินรถให้ได้ภายใน 240 วัน นับตั้งแต่ลงนาม
คุณสมบัติของผู้เดินรถ เบื้องต้นจะต้องมีทุนจดทะเบียนบริษัทไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท มีประสบการณ์เดินรถโดยสารในเขต กทม.และชานเมืองไม่น้อยกว่า 5 ปี ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่อง และจะต้องจัดหารถตรงตามคุณสมบัติที่ กทม.ต้องการ เช่น เป็นรถที่มีความยาว 12 เมตร จุผู้โดยสารได้ประมาณ 80 คน พื้นรถสูงเสมอชานชาลา 90 เซนติเมตร มีประตูบานเลื่อนไฟฟ้า มาตรฐานเดียวกับรถไฟฟ้า ใช้เครื่องยนต์ซีเอ็นจี มาตรฐาน ยูโร III ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ
นอกจากนี้ยังต้องมีระบบนำร่องบังคับรถให้เข้าจอดชิดชานชาลาสถานี ติดตั้งกล้องวงจรปิดพร้อมเครื่องบันทึกภาพ และป้ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับแสดงข้อมูลสถานีที่จะถึงถัดไป รวมไปถึงระบบล็อกเก้าอี้ล้อเลื่อนสำหรับผู้พิการ



