
รวบน้องชายลูกสะใภ้ มือซุ่มยิงป้าวัย 54 นอนขึ้นอืดริมตลิ่งลำห้วย อ้างแค้นถูกทวงเงิน
รวบตัวน้องชายลูกสะใภ้ มือปืนโหดซุ่มยิงป้าวัย 54 ตายอืดริมตลิ่งลำห้วย อ้างแค้นถูกทวงเงิน 3 หมื่น ที่ยืมมาเอาไปแต่งงาน
วันที่ 27 เมษายน 2563 เวลา11.00 น. ที่บริเวณกระท่อมสวน หมู่ 3 ต.ศรีสำราญ อ.น้ำโสม จ.อุดธานี ญาติของผู้ตาย ประกอบด้วย นางสุบรรณ ถามะพันธ์ อายุ 81 ปี , นางสุภาพร ถามะพันธ์ อายุ 55 ปี และ นางสมบูรณ์ ปานเวช อายุ 38 ปี แม่-พี่สะใภ้ และ หลาน ได้เดินทางมาดูที่ริมตลิ่งลำห้วยโสม ใกล้กับกระท่อมสวน ของ นางสมใจ ถามะพันธุ์ อายุ 54 ปี อยู่เลขที่ 306 หมู่ 10 ต.ศรีสำราญ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ที่ถูกยิงเสียชีวิต แล้วมีด้วยปืนลูกซอง เสียชีวิตได้ประมาณ 3 วัน ก่อนที่มีชาวบ้านมาพบศพ นางสมใจฯ อยู่ในริมตลิ่งลำห้วยโสมอยู่ใต้พุ่มไม้ ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ศพเริ่มมีหนองไต่ สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ เมื่อวานนี้
โดยแม่และญาติของนางสมใจฯ ได้มายกมือไหว้ที่จุดที่นางสมใจฯ เสียชีวิต พร้อมบอกว่า เจ้าหน้าที่มาถามข่าวถามคราวเรื่องที่นางสมใจฯ ถูกยิง ขอให้วิญญาณของนางสมใจฯ ดลจิตจดใจให้ตำรวจได้พบมือปืนที่ยิงนางสมใจ และขอให้ตำรวจจับตัวมือปืนที่ก่อเหตุได้
นางสุบรรณ ถามะพันธ์ แม่ของนางสมใจ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาลูกสาวไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใคร เพราะว่าลูกสาวเป็นคนที่ไม่เคยไปสุงสิงอะไรกับใคร ก็ไม่รู้ว่าผู้ที่มาก่อเหตุมายิงลูกสาวตนด้วยเรื่องอะไร ซึ่งปกติแล้วลูกสาวตนก็ไม่มีเงินเก็บ จะมีพอแค่ได้กินได้ใช้ไปวัน ๆ เท่านั้น จึงไม่รู้จริง ๆ ว่า เกิดจากสาเหตุอะไรที่ต้องลงมือฆ่าลูกสาวตนด้วย ก่อนเกิดเหตุตนไม่มีลางอะไรบอกเหตุเลย ส่วนเงินนั้นลูกสาวก็ไม่ค่อยมี จะไปให้ใครมายืมได้อย่างไร เรื่องนี้ทางบ้านไม่รู้จริง ๆ
ส่วนนางสุภาพร ถามะพันธ์ พี่สะใภ้ของ นางสมใจ บอกว่า ปกติตนจะไปมาหาสู่กับนางสมใจ เป็นประจำ โดยนางสมใจฯ มักจะออกจากบ้านมาปลูกผักทำสวนอยู่ที่นี่ ถ้าตนขี่รถผ่านก็จะตะโกนถามจากปากทางว่ายังอยู่ดีไหม พอได้ยินเสียงตอบก็สบายใจว่า ไม่มีเหตุไร แต่ตนไม่ได้เจอกับนางสมใจฯ นานแล้ว ที่ผ่านมานางสมใจฯ ไม่เคยเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง จะบ่นก็แต่เรื่องลูกชายเท่านั้น บอกว่าอีกหน่อยก็จะหนีลูกไปบวชแล้ว สวนเรื่องที่ถูกยิงทางญาติ ๆ ไม่รู้จริง ๆ เพราะนางสมใจ จะไม่เคยเล่าให้ฟัง
นางสมบูรณ์ ปานเวช หลานของนางสมใจ บอกว่า เรื่องเงินป้าไม่เคยมีปัญหากับใคร เพราะป้าแกหาแต่เงินมาช่วยจ่ายค่างวดรถให้ลูกชายตลอด ซึ่งสาเหตุการยิงครั้งนี้ ทางบ้านไม่มีใครรู้เรื่องว่าเกิดจากปัญหาใดมาก่อน มีแต่ตัวของป้าคนเดียวเท่านั้นที่รู้ เรื่องที่เกิดขึ้นก็อยากให้ตำรวจจับตัวคนร้ายได้โดยเร็ว และจะถามคนยิงว่า ทำไม ใจดำมาฆ่าคนที่ไม่มีทางสู้ได้อย่างไร ป้าก็แก่แล้ว เดี๋ยวแกก็ตายเอง ทำไมต้องมาทำแบบนี้ด้วย
สำหรับเหตุยิงนางสมใจ มีผู้พบศพวานนี้ โดยเมื่อเวลา 11.00 น. วานนี้ ร.ต.ท.หญิง ณัฐทิตา มหาชาติ รอง สว.สอบสวน สภ.น้ำโสม ได้ออกสอบสวนเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ที่ริมตลิ่งลำห้วยโสม หมู่ 3 ต.ศรีสำราญ อ.น้ำโสม พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ มีชัย ผกก.สภ.น้ำโสม พ.ต.ท.สรพงษ์ งิมสันเทียะ รอง ผกก.สส. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.อุดรธานี แพทย์เวรโรงพยาบาลน้ำโสม และอาสากู้ภัยทางหลวงจุดน้ำโสม รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นสวนอยู่ริมตลิ่งลำห้วยโสม พบศพนางสมใจ นอนตายขึ้นอืดอยู่ใต้พุ่มไม้ ทางลงไปยังลำห้วยโสม ทางตำรวจ ได้ตรวจสอบ และ ชันสูตรพบถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองบริเวณหน้าอกด้านขวา และแผ่นหลัง เสียชีวิตมาประมาณ 3 วัน ตรวจที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 ตกอยู่ใกล้ศพ 2 ปลอก และบนกระท่อมนาอีก 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า นางสมใจ ผู้ตายมักจะมานอนอยู่ที่กระท่อมนา เพื่อทำสวนผัก 2-3 วัน และกลับไปนอนที่บ้าน โดยจะใช้เครื่องสูบน้ำปั๊มน้ำจากลำห้วยโสม ขึ้นมารดน้ำผักทุกเช้า ต่อมาเพื่อนบ้านที่มีสวนอยู่ฝั่งตรงกันข้าม สังเกตว่ามีสิ่งผิดปกติ เพราะรถ จยย.ผู้ตายจอดอยู่ที่หน้ากระท่อม 3 วัน และเพื่อนบ้านได้กลิ่นเน่าเหม็น จึงพายเรือข้ามฝั่งมาดูที่กระท่อมสวน พบศพผู้ตายนอนอยู่ใต้พุ่มไม้ จึงแจ้งตำรวจ ซึ่งจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ สันนิษฐานว่ามือปืนบุกขึ้นไปยิงผู้ตายบนที่นอน แต่กลายเป็นหมอนข้าง จึงตามไปยิงที่ริมตลิ่ง เพราะผู้ตายกำลังปั๊มน้ำขึ้นไปรดสวนผัก โดยนัดแรกยิงใส่หลังและยิงซ้ำที่หน้าอก จนเสียชีวิต
พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ มีชัย ผกก.สภ.น้ำโสม เปิดเผยว่า ประเด็นการลอบยิงในครั้งนี้ ตั้งไว้ 2 ประเด็น ธุรกิจมืด และแค้นส่วนตัว โดยประเด็นแรกธุรกิจมือ คือลูกชายคนโตผู้ตาย เคยไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีการติดค้างเงิน แต่ลูกชายผู้ตายได้แก้ไขปัญหาแล้ว และได้ไปบวชเป็นพระภิกษุได้หลายปีแล้ว
ประเด็นที่สองคือแค้นส่วนตัว ที่มี นายประจักษ์ วาโย อายุ 32 ปี อยู่ที่ 29 หมู่ 7 ต.นางัว อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี น้องชายของลูกสะใภ้คนโต ที่เคยมาอยู่ด้วยและช่วยปลูกผัก 3-4 ปี ได้มาขอยืมเงินไปแต่งงาน 3 หมื่นบาท สัญญาว่าเมื่อแต่งงานแล้วจะนำเงินมาคืน ผู้ตายได้ให้ยืมเงินไป แต่หลังจากแต่งงานผ่านไปเป็นปี ก็ยังไม่นำเงินมาคืน ผู้ตายได้ไปทวงหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้คืน จนทะเลาะวิวาทมีปากเสียงกัน
ทางตำรวจได้ไปที่บ้านนายประจักษ์ พบเพียงภรรยาและลูกน้อย ให้การว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2563 นายประจักษ์มาบอกภรรยาว่า จะเดินทางไปเยี่ยมพ่อที่ จ.อุบลราชธานี ทั้งที่ไม่เคยไปเยี่ยมพ่อเลย ภรรยาจึงให้เงินไป 4,000 บาท แต่วันเสาร์ที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา แต่ นายประจักษ์ ไม่ได้ไปกลับมาที่บ้าน บอกว่าไม่มีรถโดยสาร พอเช้าวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2563 มีชาวบ้านจะเดินทางไป จ.อำนาจเจริญ นายประจักษ์ จึงขอติดรถเดินทางไปด้วย และพูดสั่งเสียภรรยาว่า “ให้เลี้ยงลูกเองนะ” คล้ายจะไม่กลับมาอีก แล้วขึ้นรถไป ซึ่งตำรวจได้ออกติดตามนายประจักษ์ และให้ภรรยาและญาติโทรประสานนายประจักษ์ ซึ่งนายประจักษ์ได้รับสารภาพว่ายิงนางสมใจจริง ส่วนปืนลูกซองได้นำไปซุกซ่อนไว้ในป่า และจะกลับมามอบตัว
ต่อมาเวลา 13.30 น. วันที่ 27 เมษายน 2563 พ.ต.อ.เชียวชาญ เปิดเผยต่อว่า ได้รับแจ้งจาก พ.ต.ท.สรพงษ์ งิมสันเที่ยะ รอง ผกก.สส.สภ.น้ำโสม ชุดติดตามไล่ล่านายประจักษ์ วาโย อายุ 32 ปี มือปืนที่ก่อเหตุ ที่หลบหนีไป จ.อุบลราชธานี ว่า สามารถจับกุมตัวได้แล้ว เบื้องต้นนายประจักษ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าเป็นยิงนางสมใจจริง เพราะแค้นที่นางสมใจ มาทวงหนี้ 3 หมื่นบาท ที่ตนยืมไปแต่งงาน แต่ยังไม่มีเงินคืนให้ หลายครั้ง ทำให้ทะเลาะวิวาทมีปากเสียงกัน เมื่อนางสมใจ เห็นหน้าก็จะพูดจาเสียดสี ตลอดเวลา ทำให้แค้นใจ จึงนำปืนมายิงนางสมใจที่สวนผัก เพราะรู้ว่านางสมใจจะอยู่ที่สวนผัก เสร็จแล้วนำปืนไปทิ้งในป่า ก่อนกลับบ้านไปขอเงินเมียกลับไปเยี่ยมพ่อที่ จ.อุบลราชธานี กระทั่งถูกจับ
ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุ ทางตำรวจได้ไปหาพบว่าเป็นปืนลูกซองยาว ที่ซุกซ่อนในป่า โดยจะให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาเก็บหลักฐานเพิ่มเติมจากปืนกระบอกนี้ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา” ควบคุมตัวกลับ สภ.น้ำโสม โดยเวลา 10.00 น. วันพรุ่งนี้ พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี จะเดินทางมาแถลงข่าวการจับกุม นายประจักษณ์ฯ ที่ สภ.น้ำโสม และควบคุมตัวนายประจักษ์ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่เกิดเหตุอีกครั้ง
กฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อุดรธานี



