
เมืองพล-เมืองแพล-เมืองแพร่
แพร่ เป็นจังหวัดทางภาคเหนือที่มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์อันยาวนานอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยมีการพบหลักฐานทางโบราณคดีมากมายที่บอกเล่าเรื่องราวการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนเข้าสู่ยุคที่มีการสร้างบ้านแปงเมือง
ชื่อของเมืองแพร่ปรากฏในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง โดยสะกดเป็น “เมืองแพล” ดังความว่า “.... เบื้องตีนนอน รอดเมืองแพล เมืองน่าน เมืองพลัว พ้นฝั่งของ เมืองชวาเป็นที่แล้ว....”
สำหรับเอกสารในสมัยกรุงศรีอยุธยา ก็ปรากฏชื่อเมืองแพลเช่นกัน จึงเข้าใจว่าชื่อเมืองแห่งนี้เพิ่งเพี้ยนมาเป็น “เมืองแพร่” ในภายหลัง
หลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่กล่าวถึงเมืองแห่งนี้โดยใช้อักษร ร. เป็น “เมืองแพร่” อย่างในปัจจุบัน คือ “จารึกพระกัญจนมหาเถรสร้างพระไตรปิฎก” เขียนด้วยอักษรธรรมล้านนา ระบุพุทธศักราช 2380 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3 เท่านั้น
คำว่า “แพล” นี้ ศ.สรัสวดี อ๋องสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ล้านนาอธิบายว่า มีความหมายเดียวกับ “ผ้าแพร” ซึ่งในสมัยโบราณสะกดด้วยอักษร ล. ดังเช่นที่ปรากฏในคัมภีร์ใบลานทางภาคเหนือ
ชื่อ “เมืองแพล” น่าจะมาจากชื่อของพระธาตุช่อแพร หรือ “พระธาตุช่อแฮ” ที่ชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธา เพราะในพงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน มีการกล่าวถึง “เมืองโกศัย” ซึ่งมาจากชื่อ “โกสิยธชัคบรรพต” ซึ่งแปลจากภาษาบาลีเป็นภาษาไทยได้ว่า “ดอยแห่งผ้าแพร”
นอกจากชื่อ “เมืองแพล” และ “เมืองแพร่” แล้ว ตำนานต่างๆ ที่ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์ใบลาน ยังปรากฏชื่อ “เมืองพล” หรือ “พลนคร” อันเป็นเมืองโบราณรุ่นแรกๆ ในลุ่มแม่น้ำยมซึ่งเชื่อกันว่าเมืองดังกล่าวก็คือเมืองแพร่นั่นเอง และน่าจะเป็นชื่อดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองดังกล่าวอีกด้วย
ชื่อบ้านนามเมืองในแต่ละยุคสมัย อาจดูซับซ้อนและสับสน แต่ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ชวนให้เราค้นหา ติดตามและไขปริศนาอันน่าพิศวงนี้อย่างไม่รู้เบื่อ
เรือนอินทร์ หน้าพระลาน



