
CPTPP ลูกกวาดสอดไส้ไซยาไนด์
"สมชาย รัตนชื่อสกุล " ชี้ CPTPP เป็นลูกกวาดสอดไส้ไซยาไนด์ สิทธิและหน้าที่เดิมที่เรามีอยู่ ตามข้อตกลงเดิม ไม่เคยมีใครมาโต้แย้ง ตอนนี้อยู่ในสถานะล่อแหลม หมิ่นเหม่ และสิทธิพวกนั้นอาจมลายหายไปกับ CPTPP ได้ คนที่จะเดือดร้อนแสนสาหัสคือเกษตรกร
ผศ.ดร.สมชาย รัตนชื่อสกุล ได้โพสต์เฟซบุ๊ก... ว่า.. CPTPP ลูกกวาดสอดไส้ไซยาไนด์
ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น...
หากพิจารณาเนื้อหาของข้อบทของ CPTPP จะพบว่ามีหลายแห่งที่เขียนชัดว่า ข้อผูกพันใน CPTPP นี้ไม่มีผลกระทบต่อพันธกรณีของภาคีที่มีอยู่แล้วตามกฎหมายอื่นและ CPTPP สามารถอยู่ร่วมไปพร้อมกันกับข้อตกลงอื่นที่ภาคีเป็นสมาชิกอยู่
ลองมาดูตัวอย่างกันหน่อยครับ
หมวด A ข้อกำหนดเบื้องต้น (Initial Provisions)
ข้อ 1.2 ความสัมพันธ์กับข้อตกลงอื่น (Relation to Other Agreements) เขียนไว้อย่างนี้ครับ
Article 1.2: Relation to Other Agreements
1. Recognising the Parties’ intention for this Agreement to coexist with their existing international agreements, each Party affirms:
(a) in relation to existing international agreements to which all Parties are party, including the WTO Agreement, its existing rights and obligations with respect to the other Parties; and
(b) in relation to existing international agreements to which that Party and at least one other Party are party, its existing rights and obligations with respect to that other Parties, as the case may be.
จะเห็นว่า เป็นหลักการที่สวยหรู คือ ให้ยอมรับกันนะว่า สิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ตามข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีอยู่ก่อนแล้วก็มีไป CPTPP ก็จะมาอยู่ด้วยกันเพิ่มอีกฉบับหนึ่ง แค่นั้น...จริงหรือ
เพราะข้อตกลงระหว่างประเทศที่ทำไว้ก่อน จะไม่มีที่ขัดกับที่เขียนใน CPTPP เลยหรือ
“ถ้าไม่มีอะไรขัดกันเลย แล้วจะดิ้นรนมาทำ CPTPP เป็นอีกข้อตกลงหนึ่งเพิ่มขึ้นมาให้เมื่อยตุ้มทำไม... จริงไหม”
แสดงว่าต้องมีอะไรที่ไม่เหมือนเดิมแน่ ซึ่งอาจจะเกิดได้สองทาง
ทางแรก ของเดิมไม่เคยมีกำหนด ไม่เคยบังคับเรื่องนี้ไว้ หรือเคยมีบังคับไว้ แต่ไม่ชัด ไม่มีประสิทธิภาพมากพอ
ทางสอง ของเดิมกำหนดไว้หนักไป ขอแก้ให้เบาลง
อ้าว... แล้วถ้าข้อตกลงเดิมที่มีอยู่ขัดกับที่เขียนใหม่ใน CPTPP ละจะทำยังไง ไม่ต้องกลัวครับ CPTPP เขากรุยทางไว้แล้วครับ เขาเขียนไว้อย่างนี้ครับ
Article 1.2 (2) If a Party considers that a provision of this Agreement is inconsistent with a provision of another agreement to which it and at least one other Party are party, on request, the relevant Parties to the other agreement shall consult with a view to reaching a mutually satisfactory solution. This paragraph is without prejudice to a Party’s rights and obligations under Chapter 28 (Dispute Settlement).
คือ ถ้าหากภาคีฝ่ายหนึ่งเห็นว่า เจ้าข้อตกลงระหว่างประเทศที่ภาคีนั้นเป็นภาคีอยู่ด้วย ขัดแย้งกับที่เขียนอยู่ใน CPTPP ภาคีฝ่ายนั้นมีสิทธิที่จะขอเจรจาเพื่อหาความเห็นที่เป็นข้อยุติร่วมกัน ที่เป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่ายได้
ก็ดูสมกับเป็นผู้มีสกุลรุนชาติดีครับ เห็นไม่ตรงกันก็มาคุยหาทางออกร่วมกัน
แต่ในโลกของความเป็นจริง เศรษฐกิจระหว่างประเทศ จะเห็นด้วยกันนี่ออกจะยากไหม ใน WTO ก็เห็นฟ้องกันโครม ๆ ประเทศไทยก็โดนตอกหน้าหงายมาหลายเรื่องล่ะ ล่าสุดถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเรื่องมาตรการซองบุหรี่แบบเรียบ
แล้วถ้าเห็นไม่ตรงกัน หาทางออกที่เห็นตรงกันไม่ได้จะทำไง ตรงนี้ละครับเป็นทีเด็ดที่ผมเห็นว่า CPTPP สอดไส้ไซยาไนด์ไว้
ในประโยคสุดท้ายของข้อ 1.2(2) นั่นเอง คือ เจ้าอาวุธลับอันนี้
“… This paragraph is without prejudice to a Party’s rights and obligations under Chapter 28 (Dispute Settlement).”
แสดงว่า ถ้าตกลงกันไม่ได้ ต้องไปหาทางระงับข้อพิพาทตามที่กำหนดในข้อ 28 ไว้มีเวลาจะมาขยายความวิธีการระงับข้อพิพาทใน CPTPP ให้อ่าน เท่าที่อ่านผ่าน ๆ กระบวนการคล้ายกับอนุญาโตตุลาการครับ
จึงเห็นได้ว่า ที่บอกมาตั้งแต่ไก่โห่ ตั้งแต่ Article 1 เลย ว่า เราอยู่ด้วยกันนะ (หมายถึง CPTPP อยู่ด้วยกันกับข้อตกลงอื่น) แต่เอาเข้าจริง ๆ ถ้าขัดกัน ภาคีจะถูกลากให้เข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาท
ลองคิดดูต่อว่า ผลของการระงับข้อพิพาทจะเป็นไงก็ยังไม่แน่ใจ แต่สิทธิและหน้าที่เดิมที่เรามีอยู่ เราเคยทำได้สบาย ๆ ตามข้อตกลงเดิม ไม่เคยมีใครมาโต้แย้ง ตอนนี้อยู่ในสถานะล่อแหลม หมิ่นเหม่ และสิทธิพวกนั้นอาจมลายหายไปกับสายลม(ผาย)ของ CPTPP ได้
แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าอยู่ร่วมกัน (Coexist) ได้อย่างไร น่าจะเรียกว่า “ข้ามาอยู่ด้วย (เหนือ) เอ็งเสียมากกว่า” 555
ลองคิดดูว่า ต่อไปข้าราชการไหนจะกล้า ถ้าเสี่ยงว่าจะทำให้ประเทศไทยต้องถูกลากเข้ากระบวนการระงับข้อพิพาทใน CPTPP
เผลอ ๆ นกม. ที่มีตำแหน่งในขณะนั้นก็อาจจะขวัญผวาไปด้วยก็ได้ จะเสี่ยงให้เสียชื่อเสียงและต้องพลาดตำแหน่ง สส ครั้งหน้าไปทำไม เรื่องแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้
คำถามน่าคิดคือ แล้วเราจะเข้าเป็นภาคี CPTPP ไปหาสวรรค์ชั้นอื่นทำไม
แน่ใจหรือว่า CPTPP เป็นสวรรค์!!!!
แน่ใจหรือว่า CPTPP ไม่ใช่ขุมนรกชั้น 7 แทนที่จะเป็นสวรรค์ชั้น 7 !!!
พูดกันให้เฉพาะคือ ถ้าจะเป็นสวรรค์ชั้นเจ็ดของใครบางคน ใครบางคนคนนั้นคือ “ใคร”
ถ้า CPTPP เป็นนรกขุมที่เจ็ด คนที่จะเดือดร้อนแสนสาหัส ที่ผมเห็นชัดว่าน่าจะถูกรางวัลที่หนึ่งแน่นอนแล้วคือ“เกษตรกรไทย” ครับ ด้วยผลของการที่ CPTPP บังคับให้ต้องเข้าเป็น ภาคี UPOV 1991 ซึ่งจะหาเวลามาวิแคะเจ้า UPOV ให้ฟังอีกที
ทำให้คิดไปได้ว่า วิธีเขียนข้อตกลงระหว่างประเทศ จะเป็นผลจากการเจรจาต่อรองในชั้นจัดทำร่าง ซึ่งบางเรื่องเราไม่อยากให้ก็อาจเขียนแบบให้ข้างหน้า ริบข้างหลัง แบบนี้ละครับ มันช่างยอกย้อนซ่อนเงื่อนจัง
CPTPP จึงเปรียบเสมือนลูกกวาดที่มีสีสรรสวยงาม น่าหลงใหล แต่อมไปสักพัก ไซยาไนด์ที่สอดไส้อยู่มันจะละลายแทรกซึมออกมากัดกินตับไตไส้พุงของเรา
ถึงตอนนั้น คนที่คิดทำเรื่องให้เข้าเป็นทาส CPTPP ก็คงมองบนแล้วเดินเลี่ยง ทำตัวโลว์โปรไฟล์ เหมือนตอนนี้ที่ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์จากผลของการทำ JTEPPA โดยไม่รับผิดชอบอะไร (เจ้าหมอนั่นคงคิดในใจว่า งานข้าเสร็จแล้ว อะไรจะเกิดกับชีวิตของเอ็ง เอ็งต้องช่วยตัวเอง ข้าไม่มีหน้าที่ต้องช่วย...)
บันทึกไว้ในวันที่มีข่าวว่าครม.ไทยจะพิจารณาการเข้าเป็นภาคี CPTPP ขอภาวนาอย่าให้เกิดขึ้นจริง ขอให้เป็นเพียงความฝันเถิด 27 เมษายน 2563
รบกวนท่านที่สะดวกช่วยกันแชร์บทความนี้ออกไปให้มากที่สุดครับ



