
อินไซด์ยุติธรรมประจำวันที่28ธ.ค.
** "ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ" อธิบดีกรมคุมประพฤติ ถึงกับมึน เมื่อจู่ๆ มูลนิธิเมาไม่ขับเตรียมหารือกับศาลและ สตช.ให้พิจารณาโทษดื่มแล้วขับด้วยการกักขังจริง เมาแล้วขี่รถจักรยานยนต์ขังไปเลย 5 วัน แต่ถ้าดื่มแล้วขับรถยนต์เพิ่มโทษเป็น 7-10 วัน ประเดิมงานแรกเทศกาลส่งท
** เหตุผู้ต้องกักขังคดีเมาแล้วขับเสียชีวิต หลังถูกส่งเข้าสถานกักขังกลาง 3 วัน แถมมีรอยถูกทำร้าย "โสภณ ธิติธรรมพฤกษ์" รักษาการ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในฐานะผู้มีประสบการณ์ตรง เคยพบเห็นผู้ต้องขังมาหลายรูปแบบ ให้ข้อมูลว่า มีผลวิจัยทางการแพทย์บ่งชี้ว่า ผู้ติดสุราเมื่อถูกส่งตัวเข้ากักขังจะมีสภาพไม่ต่างจากถูกหักดิบ หลังจากอดเหล้าครบ 3 วัน จะอาละวาดฟาดงวงฟาดงา บางรายหนักถึงขั้นปาอึใส่เพื่อน หากผู้คุมเห็นเข้าไปห้ามได้ทันก็ดี แต่กรณีนี้ไม่น่าส่งตัวเข้าคุก
** ในต่างประเทศจะแยกขังในห้องบุนวม ป้องกันไม่ให้อยากสุราจนทำร้ายตัวเอง และกันไม่ให้เกิดปัญหากับเพื่อนผู้ต้องขัง แต่คุกไทยยังต้องแก้ปัญหาด้วยการขอร้องให้เพื่อนผู้ต้องขังแผ่เมตตา แบบอย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมา ** 29 ธันวาคมนี้ ร่วมลุ้นไปกับ "ธนพิชญ์ มูลพฤกษ์" อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ว่าจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง
"พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม" ผบช.ภ.5 กับพวกในคดีอุ้มฆ่า "โมฮัมหมัด อัลรูไวลี่" นักธุรกิจชาวซาอุฯ ก่อนคดีจะขาดอายุความ 20 ปี ในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 รอบนี้เป็นการวัดใจธนพิชญ์ ซึ่งก่อนหน้าเป็นตัวแทนฝ่ายอัยการร่วมชุดสอบสวนคดีกับดีเอสไอมาตั้งแต่ต้น โดยในชั้นสอบสวนของดีเอสไอทีมอัยการก็เห็นชอบสั่งฟ้อง เมื่อคดีถึงชั้นอัยการจะสั่งคดีอย่างไร คงต้องรอฟังไปพร้อมกัน
** "ชาติชาย สุทธิกลม" อธิบดีกรมราชทัณฑ์ โล่งอกไปกับเหตุชิงตัวนักโทษแก๊งหมูสกปรก เพราะผู้คุมราชทัณฑ์ไม่พลาด วิ่งตามจับนักโทษได้ทันควัน จากนี้ต้องประมวลเหตุการณ์ปิดช่องว่าง แก้ไขจุดอ่อน โดยเฉพาะผู้คุม 3 คนต่อนักโทษ 4 คนไม่น่าพอ หากเกิดเรื่องร้ายแรงสูญเสียด่านแรกไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ล้วนๆ ดังนั้นต้องเคร่งครัดการเบิกตัวนักโทษออกนอกคุก ต้องตรวจเช็กอาวุธให้ครบมือ ที่สำคัญต้องตีตรวนนักโทษให้แน่นหนา อย่างน้อยก็เป็นยันต์กันพลาด **



