
เสียวส่งท้ายปี
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายให้นายตำรวจระดับนายพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตอนหนึ่งว่า
"กำลังพลต้องวางตัวเป็นกลาง ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเพราะตำรวจคือต้นธารของกระบวนการยุติธรรม การดำเนินคดีทั้งกลุ่มเสื้อแดงและฝ่ายเสื้อเหลือง เจ้าหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าไม่มี 2 มาตรฐาน การชุมนุมทางการเมือง ตำรวจต้องยึดหลักการเคารพสิทธิมนุษยชน"
"สิ่งที่รัฐบาลเป็นห่วงและอยากเห็นในองค์กรตำรวจคือ ความเป็นเอกภาพ ความสามัคคีในองค์กร ถ้าจะแข่งกันก็ต้องแข่งอย่างสร้างสรรค์ อย่ามีการแข่งขันเพื่อความแตกแยก การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องการให้มีการกระจายอำนาจ ขอให้ช่วยกันคิดว่าจะต้องทำอย่างไร"
นี่คือส่วนหนึ่งที่รัฐบาลมองเห็นปัญหาของคนในองค์กรนี้ แบ่งฝ่ายแบ่งสีจนทำให้กระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นไม่มีมาตรฐาน
เมื่อกฎหมายถูกใช้ต่างกันปัญหาเลยตามมาไม่หยุด
สถานการณ์การเมืองล่าสุด นายกฯ อภิสิทธิ์ ออกมายอมรับว่า ปีใหม่ปีนี้มีข่าวความพยายามก่อเหตุร้ายแรงขึ้น อาจซ้ำรอยกับช่วงปลายปี 2550 ที่มีการลอบวางระเบิดทั่วกรุงเทพฯ ขนาดตอนนั้นรัฐบาลทหารยึดกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ยังมีช่องว่างสร้างเหตุได้และยังจับมือใครดมไม่ได้มาจนถึงวันนี้
ยิ่งการเมืองกำลังถึงจุดเปลี่ยนผัน ประเด็นเขย่ารัฐบาลถูกสร้างอย่างต่อเนื่องโหมเข้ามาทุกทาง ไม่เว้นแม้ความพยายามเสี้ยมเขาให้ชนกับประเทศเพื่อนบ้าน ขยายปัญหาออกไปหลายสาย แตกหลายปม แต่ปลายทางสุดท้ายคือ การปลดปล่อยอดีตนายกฯ ผู้หลบหนีคดีให้รอดพ้นคุกและแย่งชิงอำนาจทางการเมืองกลับมา เรียกว่า แยกกันเดินร่วมกันตี
นอกจากเกมเขย่าการเมืองแล้ว ยังต้องมีสถานการณ์ร่วมด้วยปัญหาจึงจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว คงไม่มีความปั่นป่วนอะไรได้มากเท่ากับการลอบวางระเบิด ประชาชนเกิดแตกตื่น หวาดกลัว นี่คือ ยุทธวิธีหนึ่งที่เคยได้ผล
นายกฯ อภิสิทธิ์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. จึงประสานเสียงเตือน นอกจากประชาชนแล้ว นี่คือการส่งสัญญาณไปยังกลุ่มป่วนเมือง ปรามเพื่อไม่ให้เคลื่อนไหว
แต่หน่วยข่าวทั้งทหารและตำรวจยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดที่ผิดปกติ แต่ก็ไม่ประมาท
ช่วงนี้กำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกระจายกันอยู่เต็มพื้นที่จัดงานปีใหม่ เชื่อว่าคงไม่มีเหตุรุนแรง แต่อาจทำให้ชาวบ้านเสียวส่งท้ายปีเก่าบ้าง !!



