
ร่วมกันคัดค้าน "CPTPP"
ร่วมกันคัดค้าน ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก "CPTPP"
นายสุวิทย์ คุณกิตติ ประธานที่ปรึกษาพรรคกิจสังคม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Suwit Khunkitti ระบุถึง การคัดค้านการเข้าร่วม CPTPP ที่รัฐบาลจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.โดยมีข้อความว่า
#ร่วมกันคัดค้าน #CPTPP ที่รัฐบาลจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.
“ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก”หรือ Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership (CPTPP)
เหตุผลที่ต้องคัดค้าน เท่าที่นำเสนอมานี้เป็นภาคเกษตรกรรมเท่านั้น ส่วนเรื่องยาและเรื่องอื่นๆมีอีกมากมายที่ไม่ควรไปเห็นดีเห็นชอบกับสนธิสัญญาฉบับนี้เพราะอะไร อ่านดูนะครับ #NoCPTPP
ในหลวง ร.9 ท่านทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกล กว่า 30 ปี ท่านทรงเป็นห่วงเกษตรกรเรื่อง ลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร เมล็ดพันธ์ุ จะทำให้เกษตรกร คนยากจน ของพระองค์ท่านเดือดร้อน ไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธ์ุมาใช้ในการเพาะปลูกได้ ต้องซื้อเมล็ดพันธ์ุจากนายทุน “#บริษัทขายเมล็ดพันธุ์รายใหญ่” อย่างเดียว แล้วรัฐบาลจะไปยอมรับสนธิสัญญาแบบนี้ได้อย่างไร
ท่องคาถาศาสตร์พระราชา ถามว่าเข้าใจและรู้เรื่อง จริงหรือเปล่า ?
ถ้าเข้าใจและรู้เรื่อง ต้องไม่เสนอเรื่อง CPTPP ช่วยถอนออกไปดีกว่า เพราะเวลานี้โลกกำลัง SET ZERO รูปแบบการค้าการลงทุนทั่วโลกต้องเปลี่ยนแปลง ทำไมจึงรีบร้อน ใครได้ประโยชน์ ถ้าไม่ใช่นายทุน บริษัทค้าเมล็ดพันธ์ุพืชรายใหญ่และนักลงทุนต่างชาติ คนไทยส่วนใหญ่เสียประโยชน์และจะเดือดร้อน กระทบต่อความมั่นคงทางด้านอาหารและการเกษตร ที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทย จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง
ถ้าไม่จริงต้องอธิบายให้ได้ ?
#แนวพระราชดําริพ่อหลวง ร.9
เกียวกับการปรับปรุงพันธุ์พืช
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแนวพระราชดําริในการปรับปรุงพันธุ์พืช ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญในการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของผลผลิต ดังนี้
๑. การคัดพันธุ์ ทรงเห็นประโยชน์ของพันธุ์ซึ่งสามารถทนต่อสภาวะแวดล้อมของท้องถิ่น มีความต้านทานโรคและแมลง เช่น พันธุ์ข้าว พันธุ์หม่อนไหม มีพระราชประสงค์ให้คัดเลือกพันธุ์ดี ให้ผลผลิตสูง มีความเหมาะสมในพื้นที่ที่แตกต่างกัน เช่น ในพื้นที่สูง ที่ดินเปรี้ยว ที่ดินพรุ พื้นที่ดินเค็ม เป็นต้น ในกรณีที่ส่วนราชการยังไม่มีพันธุ์ที่เหมาะสม พระองค์จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักวิชาการทดสอบพันธุ์หรือดําเนินการวิจัยในแปลงของศูนย์ศึกษาการพัฒนาตามพระราชดําริทั่วประเทศ ให้สามารถผสมและคัดเลือกพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับพื้นที่ได้โดยเร็ว มีพระราชประสงค์ให้เป็นพันธุ์ธรรมดาสามัญที่เกษตรกรทั่วไป สามารถปลูกได้โดยไม่ยุ่งยากนัก และสามารถเก็บพันธุ์ไว้ใช้เองได้
๒. การสร้างพันธุ์ลูกผสม ในปี พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นปีอยู่ในช่วงอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์พืชทั้งในประเทศและต่างประเทศขยายตัวขึ้นโดยการผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสม เช่น ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวฟ่าง ผัก และดอกไม้ ประดับ เป็นต้น มีพระราชดําริให้นักวิชาการไทยของสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยได้ริเริ่มการสร้างพันธุ์พืชลูกผสมขึ้น เพื่อเป็นพันธุ์ลูกผสมไทย และไม่ต้องพึ่งพาจากต่างประเทศตลอดไป โดยมีพระราชดําริว่า
"...ในการคัดเลือกพันธุ์โดยเฉพาะพวกที่กลายพันธุ์ (O.P. และ Hybrid) และพวกพันธุ์เลว (O.P. และพันธุ์พื้นเมือง) มาขยายหลายๆ ครั้ง (สกัดพันธุ์แท้ หรือ inbred) เพื่อให้ ได้พันธุ์ที่ไม่กลายพันธุ์อีกต่อไป หลังจากนั้นค่อยขยายข้าม สายพันธุ์ใหม่ (ทำลูกผสม) ที่จะเหมาะสมที่จะปลูกในพื้นที่ต่อไป ..."
เพื่อสนองพระราชดําริเรืองนี้ หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ องคมนตรี ที่ปรึกษาคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องจากพระราชดําริ จึงได้ประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้เริ่มทําโครงการข้าวโพดหวานลูกผสม ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาห็นช้อนฯ และโครงการพืชตระกูลแตงลูกผสมที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ในการเสด็จฯ เปิดงานวันเกษตรแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘ พระองค์มีพระราชกระแสรับสั่งแก่ผู้เข้าเฝ้าฯ ให้ตระหนักถึงความสําคัญ ในการสร้างพันธุ์พืชลูกผสม โดยเฉพาะผักและดอกไม้ ซึ่งควรหาพันธุ์ของเราเองบ้าง เนื่องจากการใช้พันธุ์ต่างประเทศในอนาคตอาจมีปัญหาเรื่องสิทธิบัตร
(แนวพระราชดำริฯ คัดจากเว็บไซต์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์)



