ข่าว

นายทุนงาบผืนป่าต้นน้ำ'ปราณบุรี'

นายทุนงาบผืนป่าต้นน้ำ'ปราณบุรี'

27 ธ.ค. 2552

จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดยุทธการเอาคืนผืนป่า หลังพบนายทุนบุกรุกโค่นป่าทำสวนยางพารากว่า 400 ไร่ ต้นน้ำปราณบุรี !?!

 หน่วยข่าวทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ พบผืนป่าสมบูรณ์ในเขต อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผืนป่าต้นน้ำปราณบุรี ห่างจากชายแดนไทย-พม่าเข้ามา 10 กิโลเมตร ถูกกลุ่มนายทุนเข้าไปโค่นป่ากว่า 400 ไร่ เพื่อปลูกยางพารา ร.ท.จิตติวัฒน์ วาดเจริญ ผบ.หน่วยลาดตระเวน ชุดเฉพาะกิจจงอางศึก ร่วมกับ ร.ท.สำรอง ธรรมวงศ์แสง ผู้ช่วยนายทหารฝ่ายยุทธการและการฝึก ศร.พัน.1 ศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์ ร.ต.ท.จรงค์ โสภากุล จาก ตชด.1452 เจ้าหน้าที่ป่าไม้และผู้นำชุมชน เข้าไปตรวจสอบบริเวณหุบจรัญ หมู่ 11 บ้านแพรกตะคร้อ ต.บึงนคร อ.หัวหิน พบต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกตัดโค่นจนเหลือแต่ตอ ทั้งไม้ตะแบก ไม้จันทน์หอม ไม้แดง ฯลฯ

 นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มนายทุนได้เผาผืนป่ากินพื้นที่เป็นวงกว้าง รวมถึงการถางป่าด้วยวิธีล้างท้องอำพรางเจ้าหน้าที่ แล้วปลูกยางพาราอายุกว่า 2 เดือน รวมถึงพืชผลทางการเกษตร เช่น มะละกอ ข้าวโพด และพริกกะเหรี่ยง เป็นต้น ขณะเดียวกันก็มีถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร สำหรับรองน้ำเอาไว้ใช้รดน้ำต้นไม้กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ส่วนกลุ่มนายทุนและลูกจ้างกะเหรี่ยงไหวตัวทัน หลบหนีออกนอกพื้นที่ก่อนกำลังทหารจะเข้าถึง

 ร.ท.จิตติวัฒน์ วาดเจริญ ผบ.หน่วยลาดตระเวน ชุดเฉพาะกิจจงอางศึก กล่าวว่า ชุดเฉพาะกิจสนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ออกลาดตระเวนผืนป่าไปตามอำเภอต่างๆ เนื่องจากมีรายงานว่า กลุ่มนายทุนจากทางภาคใต้เข้ามาตัดโค่นป่าใน อ.หัวหิน อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย ถือเป็นยุทธการเอาคืนผืนป่า พร้อมวางมาตรการเข้มข้นในพื้นที่ล่อแหลม เมื่อมีรายงานการบุกรุกป่าจุดใดก็จะมีชุดเฉพาะกิจเคลื่อนที่เร็วสนธิกำลังกับ ตชด.14 ค่ายพระมงกุฎเกล้า ตลอดจนหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายทันที ส่วนใหญ่ใช้วิธีการเดินเท้า เนื่องจากเป็นภูเขาสูงและผืนป่าต้นน้ำรถเข้าไม่ถึง

 ด้าน ร.ท.สำรอง ธรรมวงศ์แสง ผู้ช่วยนายทหารฝ่ายยุทธการและการฝึก ศร.พัน.1 ศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์ ได้ตรวจสอบแผนที่และพิกัดทางจีพีเอสพบว่า บริเวณที่ถูกบุกรุกโค่นป่าอยู่ในเขตพื้นที่ปลอดภัยทางทหาร กระทรวงกลาโหม ศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์ และอยู่ในความรับผิดชอบของ ศร.พัน.1 จึงเข้าตรวจยึดพื้นที่คืน พบผืนป่าถูกแผ้วถางไปแล้ว มีทั้งถูกเผาทำลายและตัดโค่นไม้ใหญ่คิดเป็นพื้นที่กว่า 400 ไร่ ในป่าต้นน้ำปราณบุรี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญ หลังจากนั้นได้ทำบันทึกการตรวจยึดพื้นที่ เพื่อนำไปประกอบการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่ สภ.หนองพลับ อ.หัวหิน

 ขณะที่ ร.ต.ท.จรงค์ โสภากุล ตชด.1452 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ค่ายพระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า แม้จะพบพื้นที่บุกรุกและตรวจยึดได้แล้ว แต่สิ่งที่ยังเป็นห่วงคือ เรื่องการให้ความร่วมมือแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิด ซึ่งที่ผ่านมาไม่ค่อยได้รับความร่วมมือสักเท่าไร ทำให้การติดตามผู้กระทำผิดเป็นไปด้วยความยากลำบาก สำหรับจุดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผืนป่าที่ถูกบุกรุก ป่าที่อยู่ลึกเข้าไปในแนวชายแดนไทย-พม่า ยังมีรายงานการบุกรุกโค่นป่าอีกจำนวนมาก ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบพิกัดและวางแผนเข้าตรวจสอบ เพราะส่วนใหญ่พื้นที่แถบนี้รถยนต์เข้าไม่ถึง เนื่องจากเป็นภูเขาสูงชัน จึงต้องใช้วิธีเดินเท้าเข้าไป ซึ่งกลุ่มนายทุนมีการวางเครือข่ายคอยแจ้งข่าวหากมีเจ้าหน้าที่เข้ามา จึงเป็นอุปสรรคในการเข้าจับกุม

 นายเสน่ห์ สีปาน เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหน่วยแพรกตะคร้อ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บอกว่า จุดที่ถูกบุกรุกอยู่ติดกับแนวเขตของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยกลุ่มทุนจะว่าจ้างกะเหรี่ยงให้โค่นและถางป่าในราคาไร่ละ 1,500 บาท ซึ่งมีทีมงานประมาณ 10 คน ใช้เวลาไร่ละประมาณครึ่งวันเท่านั้น โดยนายทุนแต่ละกลุ่มจะว่าจ้างกะเหรี่ยงร่วมกัน เมื่อตัดโค่นป่าเสร็จแล้วจะใช้ไม้ไผ่ปักปันเขต ผูกถุงพลาสติกสีขาวแดงแสดงอาณาเขตของแต่ละคน แสดงให้เห็นว่าผืนป่าแห่งนี้ถูกกลุ่มนายทุนคุกคามเป็นจำนวนมาก

 ด้าน นายหนาด สนธิ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหน่วยหุบตะเคียน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า ต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมากที่ถูกตัดโค่น เช่น ต้นตะแบก ต้นจันทน์หอม ต้นกระชิด ต้นประดงแดง ต้นมะค่า ต้นเฉลา ฯลฯ มีอายุประมาณ 50-100 ปี เป็นไม้เนื้อแข็ง โตช้า แต่ให้ประโยชน์ต่อผืนป่าเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งพฤติกรรมของกลุ่มนายทุนยังใช้วิธีการล้างท้อง ด้วยการใช้มีดง้าว ขวาน ตัดต้นไม้ขนาดเล็กก่อน เพื่อรอเวลาตัดโค่นไม้ขนาดใหญ่ต่อไป เพื่อนำไปแปรรูปไว้ใช้งานหรือส่งขายตามออเดอร์ แต่หากไม่สามารถชักลากได้ก็จะเผาทำลายอย่างที่เห็น
 
 อภิชาติ หงษ์สกุล