
สัมปทานรากหญ้า
กรณีการขึ้นค่าใช้โทลล์เวย์คงเป็นประเด็นให้พูดกันอีกไม่กี่วันแล้วเงียบตามสูตรของเกือบทุกเรื่องในสังคมไทย และนั่นเป็นทุกข์ของคนเมืองหลวงและชานเมืองเพียงจำนวนคนส่วนหนึ่งของประเทศที่ต้องใช้บริการบ่อยๆ แต่ประเด็นวิถียุติธรรมวันนี้เกี่ยวเนื่องกับแนวคิดการให้สั
ถามว่ารัฐธรรมนูญพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้หรือไม่ ต้องตอบว่าสิทธิและหน้าที่ของประชาชนในการมีส่วนร่วมกับภาครัฐมีอยู่ในแทบทุกเรื่อง โดยเฉพาะเมื่อมุ่งไปในการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นและเมื่อมองภาพรวมไปถึงการจัดการบ้านเมืองก็ต้องตอบว่ามีอยู่แน่นอน
ปัญหามีอยู่ว่าเวลาเราพูดถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในแต่ละเรื่องจะตีความคำว่า ประชาชน ว่าหมายถึงใครเท่านั้นเอง ถ้าคำว่าประชาชนหมายถึงนักธุรกิจนักลงทุน ก็คงพูดได้ว่าเป็นประชาชน แต่ถ้าหมายถึงกลุ่มองค์กรภาคประชาชน เช่น สหกรณ์ต่างๆ ของชาวบ้านก็พูดได้เหมือนกัน และถ้ามุ่งไปที่โครงสร้างการกระจายอำนาจแบบที่เป็นอยู่ปัจจุบันคงหมายถึง อบจ.หรือ อบต. เทศบาล หรือกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา
ที่ผมหยิบยกมาพูดกับท่านผู้อ่านในวันนี้มุ่งไปที่ชาวบ้านที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนและไม่ได้มุ่งไปถึงกิจการหรือการจัดการที่ต้องมีการใช้เงินลงทุนเป็นพันหรือหมื่นแสนล้านแบบการก่อสร้างทางด่วนหรือรถไฟใต้ดิน แต่คิดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านระดับรากหญ้าที่เห็นว่ารัฐน่าจะหันมามองหลักการการให้สัมปทานกับคนรากหญ้าได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นตามแนวทางของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเท่านั้น
ปัญหาการไม่มีที่ทำกินของชาวรากหญ้านับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเพราะความไม่ชัดเจนของทิศทางประเทศว่าจะมุ่งสู่สังคมอุตสาหกรรมหรือจะดำรงความเป็นกึ่งอุตสาหกรรมอยู่แบบนี้กันไปนานแค่ไหน จึงต่อเนื่องไปถึงปัญหาคนจนในเมืองใหญ่และลุกลามต่อเนื่องไปถึงปัญหาสังคมและเศรษฐกิจอื่นๆ อีกมากมาย
ท่ามกลางความอึมครึมไม่ชัดเจนของสังคมไทยเช่นนี้ ระบบการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและการให้สัมปทานแก่ภาคประชาชนยังคงมีอยู่ หากตัดสินใจพัฒนาระบบสัมปทานรากหญ้าเสริมไปกับนโยบายประชานิยมที่คิดได้แบบโปรยเงินอย่างเช่นทุกวันนี้อย่างน้อยก็น่าจะทำให้การพัฒนาเป็นไปในทิศทางแบบอย่างยั่งยืนได้ในระดับหนึ่ง
หยิบยกเอาเรื่องชาวบ้านไม่มีที่ทำกิน ถ้าพัฒนาระบบสัมปทานทำไร่ทำนาในที่ดินที่พอจะเห็นความเหมาะสมแบบไม่เบียดเบียนสภาพแวดล้อม หากมีนโยบายที่ชัดเจนก็ทำให้เป็นรูปธรรมได้โดยกำหนดเป็นเงื่อนไขในสัมปทาน แต่ต้องมีระบบและมาตรการบริหารจัดการที่โปร่งใสและให้แน่ใจว่าสัมปทานที่ให้ไปตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการจริงๆ
คนรากหญ้าไม่มีเงินลงทุนมากมายและสัมปทานที่รัฐให้ประชาชนก็ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องที่ต้องใช้เงินทุนมหาศาลเท่านั้น คิดเอาเองแบบตรรกง่ายๆ ไม่ใช่ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้แต่คิดด้วยหัวใจวิถียุติธรรมจะเรียกมันว่าสัมปทานหรืออะไรก็สุดแล้วแต่ คงประเด็นว่าเป็นเรื่องที่รัฐแบ่งปันให้ชาวบ้านรากหญ้าได้มีโอกาสในการใช้ทรัพยากรของรัฐที่เป็นสาธารณประโยชน์สำหรับทุกคนใช้ร่วมกันเพื่อการดำรงชีพบ้างโดยมีค่าตอบแทนหรือประโยชน์ตอบแทนที่ไม่สูงนักกลับคืนให้แก่สังคม
ระบบสัมปทานที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ตกอยู่กับนักธุรกิจระดับมหาเศรษฐีหรือเจ้าสัวนายหัวทั้งสิ้น หากมีการเปิดพื้นที่ของระบบสัมปทานให้แก่ชาวรากหญ้าบ้างก็น่าจะสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่มุ่งความเท่าเทียมและเสมอภาค ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนโดยแท้เพราะคำว่าประชาชน โดยแก่นแท้แล้วน่าจะรวมถึงชาวบ้านที่ไม่ใช่นักลงทุนหรือนักธุรกิจด้วยเท่านั้น
วิถียุติธรรมสำหรับคนรากหญ้านับวันจะห่างไกลจากความเป็นจริงเพราะระบบประชาธิปไตยแบบทุนนิยมนี่เอง



