ข่าว

  ปม"เปิดเมือง" ประเด็นร้อน "ฝ่ายค้าน-รัฐบาล"

  ปม"เปิดเมือง" ประเด็นร้อน "ฝ่ายค้าน-รัฐบาล"

25 เม.ย. 2563

สถานการณ์แพร่ระบาด"โควิด-19 "ในไทย ลดลงเรื่อยๆ ฝ่ายค้านออกมาเรียกร้องให้รัฐบาล"เปิดเมือง" อ้างปัญหาเศรษฐกิจ  แต่นายกฯยังให้ความสำคัญกับ"ปัญหาสุขภาพคนไทย"มากที่สุด...แล้วประชาชนเจ้าของประเทศอย่างเราคิดอย่างไร

    ตอนนี้สถานการณ์แพร่ระบาด'โควิด-19' ในไทยลดลงเรื่อยๆ 
     ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงล่าสุดวันนี้ (24 เม.ย.) ว่า ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตในขณะนี้ อยู่ที่ 50 ราย  ส่วนผู้ติดเชื้อมีเพิ่ม 15 รายเท่านั้น
     จึงมีเสียงเรียกร้องว่า เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ก็กลับมา'เปิดบ้านเปิดเมือง' ใช้ชีวิตตามปกติกันแบบเมื่อก่อนได้แล้ว 
       พรรคการเมืองฝ่ายค้าน นี่แหล่ะ เป็นตัวตั้งตัวตี ในประเด็นนี้เลย โดยบอกว่า ขืนไม่ปลดล็อก อยู่กันแบบนี้ เศรษฐกิจก็จะทรุดไปเรื่อยๆ และชาวบ้านจะอดตายกันอยู่แล้ว 
   

        อย่าง นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ  หรือหมอเอก ส.ส.พรรคก้าวไกล  เตือนรัฐบาล ว่า อย่ารายงานเกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤติไวรัส โควิด 19 โดยเน้นที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพียงมิติด้านตัวเลขอย่างเดียว แต่ควรต้องรายงานในแง่ของความยากลำบากของประชาชนด้วย 
       ทั้งนี้ " หมอเอก" ได้อ้างข้อมูลล่าสุดจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ที่ติดตามจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัส"โควิด19 "และจำนวนผู้ที่ฆ่าตัวตายเนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการรัฐตั้งแต่วันที่ 1-  21 เม.ย.ที่ออกมาจากการแพร่ระบาดของ "โควิด-19" พบว่า มีจำนวนการตายสะสมเท่ากันที่ 48 ราย จากเส้นกราฟจะเห็นว่าอาจเป็นจุดตัดที่เส้นการตายจากโควิด 19 กำลังอยู่ในทิศทางขาลงสวนทางกับเส้นจำนวนผู้ฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจที่เป็นขาขึ้น 
         หมอเอก ชี้อีกว่า  ส่วนใหญ่ของผู้ที่ฆ่าตัวตายอยู่ในวัยที่เป็นเสาหลักทำงานหาเลี้ยงครอบครัว เมื่อประสบกับการตกงานหรือขาดรายได้แบบเฉียบพลัน จึงทำให้เกิดแรงกดดันมหาศาลจนทำให้ตัดสินใจฆ่าตัวตาย จากข้อมูลชุดนี้ น่าจะพอที่จะนำมาพิจารณาให้กลับมามีกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมได้บ้างแล้วก่อนที่จะเจอภาวะคนฆ่าตัวตายมากกว่าคนติดเชื้อโควิด     
  “เราคงไม่สามารถประกาศชัยชนะต่อไวรัสได้ ถ้าหากคนในประเทศต้องอดตายกันหมด”  หมอเอก ว่างั้น
    และเขายังเชื่อว่า ประชาชนรู้วิธีการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคและมีระบบเฝ้าระวังในชุมชนที่เข้มแข็ง  จะยังทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อไม่ได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนระบบรับไม่ไหวเหมือนที่เกิดกับหลายประเทศ 
      ส่วนนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา   บอกว่า   สถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศไทยมีแนวโน้มการระบาดลดลงอย่างต่อเนื่อง 
      “อย่างไรก็ตาม โรคโควิด-19 นั้นทุกคนคงทราบดี ไม่ใช่ว่าการระบาดของประเทศไทยลดลง การติดเชื้อลดลง แล้วจะหมายความว่าปลอดภัย มันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะความจริงเชื้อโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดไปทั่วโลกกว่า 200 ประเทศ เชื้อโรคจึงสามารถเข้า-ออกเมื่อไหร่ก็ได้ สิ่งสำคัญจึงต้องทำให้บ้านเมืองของเรานั้นปลอดภัย ทำอย่างไรจึงไม่ให้มีการเจ็บป่วยโดยเป็นการรับเชื้อมาจากต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่ยอมปฏิบัติตามกติกาและมาตรการของรัฐ ทั้งเรื่อง Social Distancing หรือการสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือไปชุมนุมกันในพื้นที่นอกการควบคุม เช่น บางคนหนีไปทำความผิดในป่าในเขา  

       อย่างไรก็ตามรัฐบาลคำนึงถึงสองอย่างเสมอ คือเรื่องของสุขภาพคนเป็นหลัก  รองลงมาคือเรื่องของเศรษฐกิจ เป็นห่วงประชาชน คือเรื่องของอาชีพและรายได้ การประกอบการทางธุรกิจ แต่สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าอะไรที่เราทำได้หรือทำไม่ได้ในระยะเวลาต่อไปนี้"
   สรุปจากคำพูดนายกฯ ก็คือ รัฐบาลคำนึงถึง 2 อย่าง คือ สุขภาพของคนและเศรษฐกิจ
    แต่" สุขภาพของคน" ต้องเป็นหลัก ในความคิดของนายกฯ  ส่วน" เศรษฐกิจ" ยังเป็นรอง  

   และเรื่อง "สุขภาพ" นี่แหล่ะ ที่นายกฯบอกว่าจะใช้เป็นตัวชี้วัดว่านับจากนี้ไป อะไรที่เราทำได้หรือทำไม่ได้
   แล้วประชาชนคนอย่างเราๆ คิดว่า..รัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ใคร"คิดผิด-คิดถูก" มากกว่ากัน