ข่าว

นายกฯ พูดชัด สุขภาพคนต้องเป็นหลัก รองลงมาคือเศรษฐกิจ

นายกฯ พูดชัด สุขภาพคนต้องเป็นหลัก รองลงมาคือเศรษฐกิจ

24 เม.ย. 2563

นายกฯ ชี้ การระบาด โควิด-19 ของไทยลดลง การติดเชื้อลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่า ปลอดภัย เพราะความจริงเชื้อโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดไปทั่วโลกกว่า 200 ประเทศ เชื้อโรค จีงสามารถเข้า-ออกเมื่อไหร่ ก็ได้

       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงกลาโหม กล่าวว่า รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ประเทศของเรามีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง บุคลากรของเราทุกระดับมีความรู้ ความสามารถเป็นที่ยอมรับ และมีความร่วมมือร่วมใจในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นอย่างดี รวมถึงภาคเอกชนที่สร้างขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากร ที่ทำหน้าที่สู้ภัยโควิด-19 ให้กับประเทศชาติของเรา ต้องขอบคุณทีมพลังนักรบเสื้อขาว ทีม อสม. ที่ถือเป็นด่านหน้าสำคัญที่ยับยั้งการแพร่ระบาดสู้ภัยโควิด-19 มาด้วยกัน  ด้วยความเสียสละอุทิศตน เสียสละในการป้องกันเฝ้าระวังคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19

     อย่างไรก็ตามรัฐบาลมีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้านการสาธารณสุข จึงขอเป็นกำลังใจให้กับหน่วยงานด้านการสาธารณสุขทุกแห่ง รวมทั้ง อสม.ในหมู่บ้านทั่วประเทศ ตลอดจนขอขอบคุณผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชน ที่เป็นพลังประชารัฐ 

      “ขอย้ำว่าไม่ได้พูดถึงพรรคการเมือง แต่เป็นเรื่องของการนำพาประเทศไปสู่ความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ประชาชน และประชาสังคม ทุกภาคส่วนเดินหน้าเพื่อประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาสำคัญ คือการแก้ปัญหาโควิด-19 ทุกคนมีกระบวนการร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มแข็งมาโดยตลอด ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย วันนี้เราทราบดีว่าสถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศไทยมีแนวโน้มการระบาดลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเราต้องไม่ประมาท เพราะฉะนั้นการที่จะผ่อนคลายสิ่งต่างๆจะต้องมีมาตรการเฉพาะออกมา และวันเดียวกันนี้จะมีการประชุม ซึ่งผมจะรับฟังแนวทางการปฏิบัติจากสาธารณสุข ฝ่ายแพทย์ของเราเป็นหลัก เพื่อจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอื่นๆต่อไป”

      สิ่งสำคัญที่เป็นห่วงประชาชน คือเรื่องของอาชีพและรายได้ การประกอบการทางธุรกิจ แมักระทั่งในเรื่องการใช้ชีวิตในสังคมต่างๆแต่สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าอะไรที่เราทำได้หรือทำไม่ได้ในระยะเวลาต่อไปนี้ เรื่องนี้ต้องขอความร่วมมือและต้องทำความเข้าใจกันด้วย รัฐบาลทำทุกอย่างทุกมาตรการในการที่จะแก้ไขปัญหานี้  ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีผู้รับผิดชอบ ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นผู้กำหนดนโยบายต่างๆ แต่ทั้งนี้ เราก็รับฟังข้อมูลต่างๆเพื่อนำมาเปรียบเทียบ วิเคราะห์ เพื่อนำมาสังเคราะห์ให้ได้คำตอบออกมา ซึ่งช่วงนี้ตนก็ทำงานอย่างเต็มที่โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ รวมทั้งได้มอบนโยบายไปแล้วเพื่อให้ศูนย์โควิด-19 ได้ดำเนินการเพื่อหาข้อสรุปว่าจะต้องทำอย่างไรกันต่อไปหลังจากนี้ 

      “อย่างไรก็ตาม โรคโควิด-19 นั้นทุกคนคงทราบดี ไม่ใช่ว่าการระบาดของประเทศไทยลดลง การติดเชื้อลดลง แล้วจะหมายความว่าปลอดภัย มันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะความจริงเชื้อโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดไปทั่วโลกกว่า 200 ประเทศ เชื้อโรคจึงสามารถเข้า-ออกเมื่อไหร่ก็ได้ สิ่งสำคัญจึงต้องทำให้บ้านเมืองของเรานั้นปลอดภัย ทำอย่างไรจึงไม่ให้มีการเจ็บป่วยโดยเป็นการรับเชื้อมาจากต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่ยอมปฏิบัติตามกติกาและมาตรการของรัฐ ทั้งเรื่อง Social Distancing หรือการสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือไปชุมนุมกันในพื้นที่นอกการควบคุม เช่น บางคนหนีไปทำความผิดในป่าในเขา เรื่องนี้ยอมรับว่ายังเป็นเรื่องที่ยากลำบากอยู่ อย่างไรก็ตามรัฐบาลคำนึงถึงสองอย่างเสมอ คือเรื่องของสุขภาพคนเป็นหลักรองลงมาคือเรื่องของเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลต้องหามาตรการมารองรับตรงนี้ แต่ก็ต้องเข้าใจว่ารัฐบาลต้องใช้เงินอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหน้า

       นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่วันนี้ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และแพทยสมาคม มีส่วนช่วยสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมมือพลังประชารัฐร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 ได้มอบกรมธรรม์ประกันชีวิตให้กับบุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข เพื่อให้เกิดความสบายใจและเกิดความอุ่นใจ แต่ก็ไม่ต้องการให้ใช้เงินตรงนี้ เพราะนั่นหมายถึงต้องมีคนเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต ที่ผ่านมาก็มีจำนวนหนึ่งซึ่งรัฐบาลต้องดูแลเช่นกัน ต้องดูว่าจะดูแลคนเหล่านี้อย่างไร ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลที่เสี่ยงชีวิตจากโควิด-19 ต้องหาเม็ดเงินมาดูแลตรงนี้ เราก็มีเงินบริจาคจำนวนหนึ่ง จะต้องมาดูอีกครั้งว่าจะเพิ่มเติม ตรงไหน อย่างไร จากกติกา งบประมาณ ของทางราชการที่เราดูแลอยู่วันนี้ต้องขอขอบคุณทางบีทีเอสฯ อีกครั้งถือว่าเป็นส่วนสำคัญในสังคมของไทยมาโดยตลอด