ข่าว

สถิติผู้ป่วยโรคโควิด-19 หายดีในอิตาลีแซงหน้าผู้ป่วยใหม่ครั้งแรก

สถิติผู้ป่วยโรคโควิด-19 หายดีในอิตาลีแซงหน้าผู้ป่วยใหม่ครั้งแรก

24 เม.ย. 2563

นับเป็นครั้งแรกที่จำนวนผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 ในประเทศอิตาลีมีมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่

 

              โรม, 23 เมษายน 2563 (ซินหัว) - เมื่อวันพฤหัสบดี (23 เมษายน 2563) สำนักงานคุ้มครองพลเรือนของอิตาลี รายงานว่า สถิติผู้ป่วยที่หายจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) รายวันมีมากกว่าสถิติผู้ติดเชื้อใหม่รายวันเป็นครั้งแรกในอิตาลี นับตั้งแต่การระบาดใหญ่เริ่มขึ้นในแคว้นลอมบาร์เดีย ทางตอนเหนือของประเทศแห่งนี้ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563

อ่านข่าว - มะกันดับเฉียดครึ่งแสนหลัง โควิด-19 คร่าเพิ่มอีกกว่า 3 พัน

 

 

 

              สถิติวันดังกล่าวยังระบุยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 464 ราย ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมทั่วประเทศอยู่ที่ 25,549 รายนับตั้งแต่เกิดการระบาดครั้งแรก

              สหพันธ์ระเบียบการแพทย์แห่งชาติ (FNOMCEO) เผยว่า ในบรรดาผู้เสียชีวิตเหล่านี้ มีแพทย์รวมอยู่ด้วยถึง 148 ราย ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีแพทย์จำนวนมากที่เสียชีวิตจากการต่อสู้กับไวรัส

              ในวันดังกล่าว มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,646 ราย และผู้ที่หายดีแล้ว 3,033 ราย ส่งผลให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 106,848 ราย และยอดสะสมผู้หายดีแล้วอยู่ที่ 57,576 ราย

              อันเจโล บอร์เรลลี หัวหน้าสำนักงานคุ้มครองพลเรือน แถลงข่าวทางโทรทัศน์ว่า “นับเป็นครั้งแรกที่จำนวนผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 ในประเทศของเรามีมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่”

 

 

 

              มีรายงานว่าผู้ติดเชื้อ 2,267 ราย เข้ารับการรักษาอยู่ในแผนกผู้ป่วยหนัก ซึ่งลดลง 117 ราย เมื่อเทียบกับวันพุธ และมีผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 22,871 ราย ซึ่งลดลง 934 ราย เมื่อเทียบจากวันพุธ ส่วนผู้ป่วยรายที่เหลือหรือคิดเป็นร้อยละ 76 ของผู้ที่มีผลการทดสอบบวก พักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

              สถิติ ณ วันพฤหัสบดี ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อปัจจุบัน รวมถึงผู้เสียชีวิตและผู้หายดีแล้ว ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 189,973 ราย

 

ผู้ป่วยในห้องไอซียูลดลงต่อเนื่องทุกวัน

              บอร์เรลลี ยังกล่าวอีกว่า ชาวอิตาเลียนได้บริจาคเงินกว่า 129 ล้านยูโร (ราว 4.5 พันล้านบาท) แก่กองทุนฉุกเฉินไวรัสโคโรน่าของสำนักงานคุ้มครองพลเรือน ซึ่งเงินดังกล่าวได้ถูกใช้ไปแล้วกว่า 71 ล้านยูโร (ราว 2.4 พันล้านบาท) เพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจและชุดป้องกันส่วนบุคคล

 

 

 

              นอกจากนี้ ในการแถลงข่าวยังมี ฟรานโก โลกาแตลลี (Franco Locatelli) ผู้อำนวยการสภาสุขภาพแห่งชาติ (CSS) ที่กล่าวว่า “นับตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. จำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลเริ่มลดลง และนับตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน จำนวนผู้ป่วยหนักลดลงอย่างต่อเนื่องทุกวัน”

              “ในวันที่ 3 เมษายน เรามีผู้ป่วยหนักกว่า 4,000 ราย แต่วันนี้ตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ 2,267 ราย” โลกาแตลลี กล่าว

              “วันนี้นับเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันที่จำนวนผู้มีผลเป็นบวกในอิตาลีลดลง” เขา กล่าวเสริม

              โลกาแตลลี กล่าวต่อไปเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเรียกว่า “การแข่งขันอย่างใสสะอาดเพื่อพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านไวรัสโคโรน่า”

              “วันนี้เรามีหลักฐานว่าเราอาจมีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพแล้วในสหรัฐอเมริกา 2 ตัว สหราชอาณาจักร 1 ตัว เยอรมนี 1 ตัว และจีน 1 ตัว ที่อยู่ในระยะพัฒนาขั้นสูง” โลกาแตลลี กล่าว

 

 

 

              “เราไม่ได้หมายความว่าการซื้อขาย (วัคซีน) กำลังจะเกิดขึ้น แต่หมายความว่าวัคซีนที่สามารถกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันอยู่ระหว่างการพัฒนา” เขาระบุพร้อมเสริมว่า “ต้องใช้เวลาหลายเดือน” ก่อนที่วัคซีน 1 ตัวหรือมากกว่านั้นจะสามารถวางจำหน่ายสู่สาธารณะ

              อย่างไรก็ตาม “แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งที่กลุ่มวิจัยขนาดใหญ่ทั่วโลกมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวัคซีน” โลกาแตลลี กล่าว

 

การเตรียมพร้อมสำหรับระยะที่ 2

              สำนักงานคุ้มครองพลเรือน ได้รายงานข้อมูลใหม่ ก่อนวันที่ 3 พฤษภาคม 10 วัน อันเป็นวันสิ้นสุดการปิดประเทศที่มีผลตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา

              ขณะที่ อิตาลีกำลังเตรียมรับมือกับสิ่งที่รัฐบาลเรียกว่า ‘เหตุฉุกเฉินระยะ 2’ ซึ่งรวมถึงการกลับมาเริ่มดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไปและการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี (Istat) ก็ได้เผยแพร่ตัวเลขการค้าต่างประเทศที่น่าวิตกอย่างยิ่งสำหรับประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียนแห่งนี้ ที่มีอุตสาหกรรมจำนวนมากที่พึ่งพาการส่งออก

 

 

 

              สำนักงานฯ เผยสถิติเมื่อวันพฤหัสบดี (23 เมษายน 2563) ระบุว่า ในเดือนมีนาคม สถิติการส่งออกไปยังประเทศนอกสหภาพยุโรป (EU) ได้ลดลงร้อยละ 12.7 ขณะที่การนำเข้าลดลงร้อยละ 19.8 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว

              “การลดลงอย่างมหาศาลของตัวเลขการส่งออกไปยังประเทศนอกสหภาพยุโรป … สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากเหตุฉุกเฉินโควิด-19 และการใช้มาตรการกักกันของเราและประเทศปลายทาง” นักวิเคราะห์ของสำนักงานฯ กล่าว

              ในการบรรยายสรุปของรัฐสภาเมื่อวันที่ 21 เมษายน จูเซปเป คอนเต นายกรัฐมนตรีอิตาลี กล่าวว่า “ภาวะถดถอยอันเกิดจากความจำเป็นต้องใช้มาตรการเพื่อป้องกันไวรัสจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งหมดของเราในเชิงลึกและระยะยาว”

 

 

 

              เขาอ้างอิงข้อมูลที่ว่า “ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า จีดีพีของเราจะลดลงร้อยละ 9.1 ในปี 2020 ก่อนจะเติบโตขึ้นร้อยละ 4.8 ในปี 2021”

              เพื่อรักษาอุตสาหกรรม การผลิต และวงการแฟชั่นของอิตาลีให้อยู่รอด คอนเต กล่าวว่า เขากำลังยื่นเรื่องจากรัฐสภาให้มีการจัดสรรเงินอีก 5 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.7 ล้านล้านบาท) เพื่อแก้ปัญหางบประมาณขาดดุลในปีนี้ “นอกเหนือจากเงินจำนวน 2.5 หมื่นล้านยูโร (ราว 8.7 แสนล้านบาท) ที่จัดสรรไว้แล้วสำหรับเงินอุดหนุนโดยรวมอย่างน้อย 7.5 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.6 ล้านล้านบาท)”

              เงินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการจ้างบุคลากรด้านการดูแลสุขภาพ การคุ้มครองพลเรือน และการรักษาความปลอดภัยการเพิ่มพูนสิทธิประโยชน์ด้านสวัสดิการสำหรับผู้ทำงานเต็มเวลาและผู้ประกอบอาชีพอิสระ และการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เช่นเดียวกับ “ภาคส่วนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการใช้มาตรการกักกันไวรัส” คอนเต กล่าว

 

 

 

--------------------

ที่มา : xinhuathai.com