
ป้าป่วยฟอกไตฝากพนักงานเปลโรงพยาบาลเอกชน กด ATM รู้อีกทีเงินหาย 5000 วอนเอามาคืนเป็นเงินค่านมหลาน
ป้าวัย 54 ปี ป่วยติดเตียง ที่ให้พนักงานเปลโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ไปกดเงินระหว่างมาฟอกไต แล้วเงินหายจากบัญชีไป 5 พัน ตำรวจเผยสอบปากคำแล้วเจ้าตัวปฏิเสธ ส่งเรื่องถึงธนาคารขอดูภาพหน้าตู้ หากพบเป็นคนกด เจอข้อหาลักทรัพย์
วันที่ 24 เม.ย.2563 กรณี น.ส.สุนันท์ หะพินรัมย์ อายุ 54 ปี อยู่เลขที่ 208 หมู่ 3 ต.ศรีภูมิ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ที่วานให้พนักงานเปลของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ไปกดเงินจากตู้ ATM ซี่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาล เพราะเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไปกดเองไม่ได้ แล้วมาตรวจสอบอีกทีพบว่าเงินหายไปจากบัญชี 5,000 บาท เหลือติดบัญชีเพียง 87 บาท
จนป้าต้องออกมาร้องขอความเห็นใจทั้งน้ำตาว่าให้เอามาคืน เพราะเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ลูกสาวส่งมาให้เอาไปใช้หนี้ค่านมเลี้ยงหลาน และเอาใช้หนี้นอกระบบ และเกรงว่าจะไม่มีเงินเลี้ยงหลานต่อไปอีก
ความคืบหน้าล่าสุดที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ไม่พบนายเอก (นามสมมุติ) และภรรยาที่ทำงานที่เดียวกัน เพราะไม่ได้เข้าเวร ซึ่งจากการสอบถามพนักงานเปล ที่ทำงานในโรงพยาบาลเดียวกันกับนายเอก บอกว่าวันนั้นเห็นนายเอก ไปกดเงินให้คนไข้จริง แต่ไม่รู้ว่ากดเท่าไหร่และไม่ได้สนใจ เพราะปกติก็มักจะมีคนไข้วานพนักงานโรงพยาบาลฯไปกดเงินให้เป็นประจำก็ไม่มีเหตุการอะไรเกิดขึ้น
ด้าน ร.ต.อ.อนุเปรม ทุมนานอก รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.เมือง บุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุว่า หลังได้รับแจ้งความเมื่อวันที่ 18 เม.ย.2563 ได้เรียกตัวนายเอก มาสอบสวนแล้วโดยนายเอก ได้ให้การปฏิเสธ ว่าไม่ได้กดเงินจำนวน 5,000 บาทไป ยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์
จากนั้นได้ยื่นคำร้องถึงธนาคารกรุงไทยเพื่อขอดูภาพกล้องวงจรปิดหน้าตู้ ATM ซึ่งตู้ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลฯ ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการรอหลักฐาน ซึ่งหากพบเห็นภาพของนายเอก กดเงินในเวลาเดียวกับสลิปเงินที่ได้มา ก็จะแจ้งข้อกล่าวหา”ลักทรัพย์”ทันที ทั้งนี้ตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ภาพ/ข่าว อภิชาติ ศิริสุข ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์



