ข่าว

 รัฐบาลไม่น่าโยนซาก“อีลิทการ์ด”ให้เอกชน

รัฐบาลไม่น่าโยนซาก“อีลิทการ์ด”ให้เอกชน

28 ธ.ค. 2552

ผมเชื่อว่าชื่อ “อีลิทการ์ด” หรือการ์ดเทวดา ที่ดำเนินกิจการโดยบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด คงจะยังไม่หายไปจากความทรงจำของท่านผู้อ่านนะครับ บริษัทนี้คือบริษัทที่ผมยุให้รัฐบาลยุบทิ้งนั่นแหละครับ ปรากฏว่ารัฐบาล

ไม่กล้ายุบครับ แค่แก้ผ้าเอาหน้ารอด ด้วยการให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปตั้งคณะกรรมการขึ้นมาช่วยกันร่างทีโออาร์ เพื่อกำหนดขอบเขตการดำเนินงานของเอกชน ก่อนจะให้เอกชนที่สนใจเสนอตัวเข้ามาเอาธุรกิจอีลิทการ์ดไปบริหารต่อ ตอนนี้ทีโออาร์ออกมาแล้วครับคือ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้มีประสบการณ์บริหารอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี, เป็นนิติบุคคลก็ได้ กลุ่มนิติบุคคลก็ได้ เป็นของไทยล้วนๆ หรือจะร่วมทุนกับต่างชาติก็ได้ แต่ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท

 เงื่อนไขสำคัญที่บริษัทเอกชนปฏิเสธไม่ได้คือ ต้องรับโอนสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระขาดทุน และพนักงานที่มีอยู่ไปด้วยทั้งหมด ทีโออาร์ที่ว่านี้รัฐบาลจะประกาศให้ทราบเป็นเวลา 30 วัน จากนั้นรัฐบาลจะค่อยๆ พิจารณาคุณสมบัติของผู้เสนอตัวไปเรื่อยๆ คาดว่าจะรู้ผลในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า จากนั้นก็จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาว่าควรจะเลือกใครเป็นผู้ดำเนินการต่อไป ผมเห็น “ซากของอีลิทการ์ด” แล้วก็ได้แต่ถอนใจ ขอตำหนิรัฐบาลชุดนี้ครับ ว่ากำลังโยนบาปไปให้เอกชน ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่า “โครงการนี้ล้มเหลวมาตั้งเริ่มคิด” แล้วทำไมจึงต้องผลักดันโครงการที่ว่านี้ไปให้เอกชนด้วยเล่า ทำไมไม่ยุบทิ้งไป แล้วโอนคนไปอยู่ ททท.ตามที่ผมเคยเสนอเป็นทางออกเอาไว้

 คุณกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยพูดถึงบริษัทนี้ในทำนองว่า “ทันทีที่เริ่มทำธุรกิจ บริษัทก็ขาดทุนสะสมไปแล้ว 1,400 ล้านบาท เป็นโครงการที่ไม่สร้างประโยชน์อะไรเลย เงื่อนไขในโครงการก็มากเกินไป ให้สิทธิสมาชิกตลอดชีวิตไม่พอ ยังสามารถโอนสิทธิให้ทายาทได้อีก 30 ปี” ได้ยินอย่างนี้แล้ว ผมจึงอดที่จะสงสารนักธุรกิจที่ไม่รู้อะไรลึกๆ เกี่ยวกับบริษัทนี้แล้วทะเล่อทะล่าไปเสนอตัวยังไงล่ะครับ มันไม่ต่างไปจากการไปรับ “ซากศพ” มาทำพิธีปลุกผีให้ฟื้นเชียวนะครับ ผมจึงบอกว่ารัฐบาลกำลังโยนบาปไปให้เอกชน คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เคยพูดถึงบริษัทนี้ว่า หากยุบแล้วจะเสียหน้า คุณอภิสิทธิ์ครับ “เสียหน้า” ยังดีกว่าให้นักธุรกิจภาคเอกชน “เสียความรู้สึก” ต่อรัฐบาลนะครับ

 เพื่อให้ภาคเอกชนที่สนใจเห็นไส้เน่าๆ ผมขอเรียนให้ทราบว่าสถานะปัจจุบันของอีลิทการ์ดเป็นดังนี้ครับ 1.ขาดทุนสะสมอยู่ทั้งสิ้น 1,412 ล้านบาท 2.มีหนี้ค้างชำระอยู่ 100 ล้านบาท 3.มีสินทรัพย์อยู่ 54 ล้านบาท 5.มีเงินสดหมุนเวียน 304 ล้านบาท เงินก้อนนี้ผมเข้าใจว่า กว่าจะถึงเดือนกุมภาพันธ์คงจ่ายเป็นเงินเดือนพนักงาน 100 กว่าคนเกลี้ยงพอดีมั้ง... นี่คือภาพรวมของ “อีลิทการ์ด” ที่ผมเรียกว่า “ซาก” แล้วอย่างนี้รัฐบาลจะใจหินปล่อยให้เอกชนเอาไปแบกรับอีกหรือ? ยุบทิ้งดีที่สุดครับ อย่าโยนซากอีลิทการ์ดไปให้ใครรับเคราะห์อีกเลย

ภาณุมาศ ทักษณา