
สดศรีชี้สอบเงินปชป.258ล.ช้าเหตุเกิดนานซับซ้อน
"สดศรี”ชี้เหตุคดีเงินบริจาคปชป. 258 ล้าน เทียบคดียุบ 3 พรรคไม่ได้ อ้างเหตุเกิดมานาน แถมยังซับซ้อน ถามกลับ"ดีเอสไอ"ทำไมไม่ยอมสอบให้เสร็จตั้งแต่แรก ทั้งที่เป็นคดีอาญา พร้อมเผย"ปธ.กกต."งดลงพื้นที่มหาสารคามกระทันหัน หวั่นเกิดอันตรายเพราะเขตคนเสื้อแดง
(27ธ.ค.) นางสดศรี สัตยธรรม กกต.กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณีที่กกต.ถูกหลายฝ่ายวิจารณ์ ที่กกต.เสียงข้างมากโยนให้นายทะเบียนพรรคการเมืองเป็นผู้ตัดสินเงินบริจาค 258 ล้านบาท ที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตผู้บริหารบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการดำเนินการแบบ 2 มาตรฐาน ต่างจากโดยคดียุบพรรคอื่นที่กกต.ทำด้วยความรวดเร็ว ว่า คดีของพรรคประชาธิปัตย์ กับคดียุบพรรคอื่นๆในอดีตคงนำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้
เพราะคดียุบพรรคในอดีต เป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ และตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ซึ่งมีการพิจารณาในรูปแบบเต็มองค์คณะของกกต.ทั้ง 5 คน และคดีเลือกตั้งไม่ยากเย็น ไม่ซับซ้อนมาก เมื่อมีหลักฐานเป็นวิดีโอบันทึกภาพ และเหตุเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ ไม่เหมือนกรณีนี้ที่เกิดขึ้นมานานแล้ว หลักฐานต่างๆมีความซับซ้อนมาก นอกจากนี้การพิจารณาคดียุบพรรคจากการทุจริตเลือกตั้งอย่างพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัฌิมาธิปไตย เมื่อกกต.มีมติเต็มองค์คณะตัดสินกรรมการบริหารพรรคคนนั้นๆ เรื่องก็ไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง และใช้เวลาพิจารณาพอสมควร พอศาลมีคำตัดสินก็ส่งเรื่องกลับมายังกกต. และนายทะเบียนก็เป็นผู้พิจารณาว่า มีเหตุให้ยุบพรรคแล้วถึงมาขอความเห็นชอบจากกกต. ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่กกต.จะไม่เห็นชอบ เพราะมีการกรองมาจากศาลแล้วชั้นหนึ่ง
"ส่วนกรณีนี้ เป็นไปตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งนายทะเบียนเป็นผู้พิจารณาโดยตรง และจะนำระยะเวลาการสอบสวนมาเทียบกันไม่ได้ ขนาดดีเอสไอสอบตั้งนานยังสอบสวนไม่เสร็จเลย ทำเสร็จ 75 % แล้วส่งมาให้กกต. เป็นเอกสาร 3 พันกว่าแผ่น มีใบสรุปสำนวน 10 แผ่นที่ยังสอบสวนไม่เสร็จด้วย ถามว่า ทำไมตอนนั้นดีเอสไอทำไมไม่ทำต่อให้เสร็จ และด้านกิจการพรรคการเมืองเคยเสนอที่ประชุมกกต.ด้วยซ้ำว่า เรื่องนี้เป็นคดีอาญา ดีเอสไอสามารถสอบสวนและฟ้องร้องดำเนินคดีได้ ไปๆมาๆ ตอนนี้ มีการให้สัมภาษณ์ว่า หากกกต.ยกคำร้อง ดีเอสไอจะทำต่อ ถามว่า ทำไมท่านไม่ทำตั้งแต่แรกให้เสร็จ" นางสดศรี กล่าว
เมื่อถามว่า แต่ที่ผ่านมามีการตั้งคณะอนุกรรมการมาสอวบสวน มาตอนนี้นายทะเบียนพรรคยังตั้งคณะทำงานขึ้นมาสอบสวนอีกชุดหนึ่ง นางสดศรี กล่าวว่า เป็นอำนาจของนายทะเบียนพรรคการเมืองซึ่งเป็นสิทธิ์ กกต.ไม่มีสิทธิ์คัดค้าน นายทะเบียนฯอาจจะต้องการหลักฐานอะไรเพิ่มเติม ก็คงต้องรอนายทะเบียนฯวินิจฉัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเลือกตั้งซ่อม เขต 1 มหาสารคาม ซึ่งจะมีการเลือกตั้งช่วงหน้าในวันที่ 26 - 27 ธ..นั้น นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง มีกำหนดการว่าจะเดินทางไปตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งได้มีการวางไว้ก่อนที่จะมีการลงมติกรณี เงินบริจาค 258 ล้านบาท แต่เมื่อมีการพิจารณาไปแล้วทำให้มีคนวิพากวิจารณ์ ประกอบกับมีกลุ่มเสื้อแดงมาเผาโลงหน้าตึกกกต.พร้อมกับขู่ทำร้าย ทำให้นายอภิชาต ได้ยกเลิกกำหนดการเดินทางไปตรวจการเลือกตั้งซ่อมที่จ.มหาสารคาม เนื่องจากเป็นพื้นที่ของคนเสื้อแดง จึงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย



