ข่าว

ปล้นรถโรงเรียนบุกยิงฐานทหารพรานรือเสาะ

ปล้นรถโรงเรียนบุกยิงฐานทหารพรานรือเสาะ

27 ธ.ค. 2552

ผบ.ทบ. แจง “ ปัญหาภาคใต้ ” เป็นเรื่องคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่อยากให้การปกครองอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐ ชี้ต้องรักษา 3 จวต.ให้อยู่ภายใต้อาณาจักรไทย เน้นการเอาชนะจิตใจ คน 2 ล้านคน ร่วมถึงผู้ก่อการร้าย แต่ทุกอย่างต้องทำตาม กม. ถามคนเสนอ “ แนวคิดการปกครองพิเศษ ” รู้ได

 (27ธ.ค.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ในภาคใต้ว่า เป็นปัญหาของคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการเปลี่ยนการปกครอง หรือบางคนอาจจะใช้คำว่าการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งดูรุนแรงไปและจะส่งผลในแง่ลบในการปฎิบัติงานต่อไปในอนาคต แต่มีคนส่วนหนึ่งพยายามจะทำให้การปกครองไม่อยู่ในภายใต้อำนาจรัฐบาลไทย

 ทั้งนี้ วิธีการดังกล่าวใช้วิธีการก่อการร้าย การรบกองโจร การก่อความไม่สงบ ซึ่งคนไปเพ่งเล่งอยู่เรื่องเดียวคือคิดว่าเหตุการสงบทุกอย่างก็จะจบ แต่จริงๆแล้วๆไม่ใช่ เพราะสาเหตุจริงๆคือเขาต้องการเปลี่ยนการปกครอง นั้นคือเรื่องใหญ่ สิ่งสำคัญคือและเป็นเป้าหมายต้องรักษา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้อยู่ภายใต้อาณาจักรไทย โดยมีคน 2 ล้านกว่าคนอาศัยอยู่ และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นคนจำนวนนี้ก็ยังต้องอยู่ที่นี่ แต่จะทำอย่างไรให้เขาเต็มใจอยู่โดยที่ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องทำ แต่ปัญหาในสถานการณ์ขณะนี้ก็คือมีคนกลุ่มหนึ่งพยายามสร้างความวุ่นวายทุกรูปแบบ

 พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า แนวทางของเราในปัจจุบันคือการส่งคนลงไปตามแนวการเมืองนำการทหาร จากการที่ตนได้ประเมินคือการใช้กลไกการเมืองไปพัฒนาให้ชีวิตคน 2 ล้านคน เอาชนะจิตใจของเขานี้คือเรื่องหลัก และเขาก็จะไม่คิดแยกตัว ซึ่งการเอาชนะจิตใจของคนถือเป็นเรื่องยากแต่ก็ต้องทำ เพราะไม่มีวิธีอื่น ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นผู้ก่อการร้าย ใช้วิธีผิดกฎหมายอาญา กฎหมายของไทย เราดำเนินคดีกับเขา อย่างไรก็ตามถามว่าเราต้องเอาชนะจิตใจของเขาเหมือนคน 2 ล้านคน เราก็ต้องทำเพื่อหาทางโน้มน้าวจิตใจเขามาให้ได้ ใครที่มีคดีก็ต้องว่าไปตามนั้น ไม่มีใครแก้ได้เว้นแต่ว่ารัฐบาลและรัฐสภาเห็นร่วมกันว่าจะแก้ปัญหาไหนเช่นการนิรโทษกรรม เป็นเรื่องที่เกินหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ปกติที่จะทำได้ เมื่อมีกลักฐานว่าเขาฆ่าคน วางระเบิด ก็ต้องหาหลักฐานนำตัวมาดำเนินคดี ในส่วนหนึ่งก็พยายามเปลียนความคิดเขาใช้ทหารเข้าไปสร้างความเข้าใจ เพื่อจะให้ทุกคนมีความพึงพอใจ

 “ ซึ่งต่างกับการเมืองที่บางคนพูดถึงถ้าให้เขาปกครองตัวเองในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เขาจะพอใจและจบ ซึ่งผมไม่ทราบว่ากล่องดำตรงนี้คืออะไร จะให้ปกครองพิเศษอย่างไร ในอนาคตจะเป็นบวกเป็นลบอย่างไร ต้องไปตอบคำถามตรงนั้นก่อน และรู้ได้อย่างไรว่าถ้าเขาได้รับการปกครองพิเศษแล้วเขาจะจบ ถ้าเป็นปัญญาชนทั่วไปเขาก็ไม่คิดอะไร แค่ให้เขาอยู่ดีกินดี ไม่เบียดเบียน ลูกหลานของเขาได้เรียนหนังสือสูงๆ ไม่มีใครคิด แต่ถ้าเป็นกลุ่มคนที่ไม่ดีก่อเหตุรุนแรง ถ้าเอาไปใส่ไว้อย่างนั้น ถ้าเข้าลักษณะที่เป็นหนทางที่เขาต้องการเขาหยุด ผมเชื่อ แต่เราจะดีหรือไม่ดีก็ลองไปคิดกันเอาเอง การที่เอาเรื่องการปกครองพิเศษไปเสนอเขา ผมไม่รู้ว่าอะไร แล้วใครพอใจ ประชาชนทั่วไปหรือใคร แต่ผมเชื่อว่าประชาชนทั้ง 2 ล้านคนมีความพอใจที่เราลงไปพัฒนา ” ผบ.ทบ.กล่าว

 พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลปัจจุบันพึ่งได้ทำเต็มที่ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพราะก่อนหน้านั้นเป็นแผนงานของรัฐบาลเก่าที่ทำไว้ รัฐบาลปัจจุบันใช้การพัฒนาโดยผ่านกลไกของคณะรัฐมนตรีพิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทำแผนงานตามกระทรวง ทบวงกรม ซึ่งจะสอดคล้องกับแนวพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่อง การเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ซึ่งการพัฒนากำลังเดินไปได้ดีพอสมควร ซึ่งสิ่งสำคัญคือคน2ล้านคนในพื้นที่ ถ้าใจไม่อยู่ เราเอาเขาไม่อยู่แน่นอน แต่ตอนนี้ตนมั่นใจว่าคน 2ล้านเขาอยู่กับเรา ตัวชี้วัดตรงนี้ไม่มีใครได้สังเกตุ การพัฒนาในเชิงคุณภาพไปได้ดีมากทีเดียว ในส่วนของด้านการทหารเราส่งคนลงไปอยู่ในพื้นที่กับประชาชนเฉลี่ยแล้ว 700 กว่าฐาน แต่ละฐานรับผิดชอบประมาณ2-3หมู่บ้าน ทหารทั้ง 700 ฐานทำงานเกือบเกือบ 3 , 000 งานต่อวัน ทั้งลาดตระเวณ ตั้งจุดตรวจ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้คน 2 ล้านคน

 “แต่ก็ยังมีคนถามว่าทำไมยังเกิดเหตุการณ์ อย่างนี้เดินไม่ถูก ก็วนเวียนกันอยู่แบบนั้น ซึ่งแนวทางถูกกำหนดมาแน่นอนตามรัฐบาลไม่มีใครเคยเปลี่ยน ใอ้ที่ออกมาร้องแว้ดๆ อยากบอกว่ารัฐบาลไหนเขาก็ทำแบบนี้ ที่ร้องเย้วๆ ตอนที่ตัวเองทำก็เป็นแนวทางนี้ ” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวและว่า แต่เพราะอะไรถึงยังเกิดเหตุการณ์ ตนก็จะยกตัวอย่าง เช่นใน กทม. ซึ่งมีตำรวจอยู่ก็ยังมีการปล้น ฆ่า ชิงทรัพย์ ข่มขืน ถ้าตยอย่างกลักการณ์ถ้ามี 100 จุด เราดูแลดีหมดก็ไม่เกิดเหตุการณ์ แต่ถ้าดูแลได้ 97 จุด อีก 3 จุดย่อหย่อนก็จะเกิดเหตุ ซึ่งการที่เราส่งทหารไปอยู่กับประชาชน สร้างความเข้าใจ ในขณะเดียวกันเราก็ทำในเชิงรับคือการป้องกัน ถ้าป้องกันได้ดีคือไม่มีช่องเหตุการณ์ก็ไม่เกิด แต่มีจุดบางจุดที่เราดูไม่ไหวเขาก็มีโอกาสที่จะทำได้ ถึงแม้ว่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแต่ในเชิงปริมาณลดลง

ปัตตานีคนร้ายดักยิงชาวบ้านดับ1ศพ

 อย่างไรก็ตามยังมีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเช่นเมื่อเวลา 0830 น. วันที่ 27 ธค. พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้รับรายงานจาก สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 26 ธค. ขณะที่หะยีมะกอเซ็ง แบเมาะ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/7 ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี กำลังออกจากบ้านเพื่อจะไปพบเพื่อนในหมู่บ้าน ขณะนั้นได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนดักซุ่มรอจังหวะอยู่แล้ว พอได้โอกาสจึงใช้อาวุธปืนสั้นไม่ทราบชนิดยิงใส่ เป็นเหตุให้หะยีมะกอเซ็ง แบเมาะ เสียชีวิต เชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องสถานการณ์ใต้

 พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้วิทยุด่วนถึง สภ.ทุกสภ.ในจังหวัดปัตตานีว่าเนื่องจากระยะนี้มีเหตุยิงรายวันมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนไม่มีความปลอดภัย ดังนั้นให้เข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และให้เจ้าหน้าที่ออกปรากฏตัวในการทำงาน ขณะเดียวกันมีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดเป็นระยะๆ เน้นจุดตรวจลอย โดยให้มีการลาดตระเวน และประเมินว่าควรตั้งจุดตรวจที่ไหนที่ทันทีทันใด ไม่ให้คนร้ายตั้งตัว ขณะเดียวกักันประสานงานความร่วมมือกับทหาร เพื่อดูแลประชาชนอีกทางหนึ่งด้วยเช่นกัน

ยะลายิง3วัยรุ่นช่วงกลางดึกเสียชีวิต2เจ็บ1

 เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 27 ธ.ค.52 ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งมีเหตุใช้อาวุธปืน บนถนนสาย 410 สายยะลา - บันนังสตา บ้านทำนบ หมูที่ 3 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ หลังได้รับแจ้ง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทันที

 ที่เกิดเหตุพบศพ นายซอยฟูดิง เจ๊ะเต๊ะ อยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ที่ 3 และ นายฟุรกอน สาเมาะ อยู่บ้านเลขที่ 121/1 หมู่ที่ 3 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ สภาพศพถูกยิงที่ลำตัวและศีรษะ ห่างกันพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าดรีม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มอยู่ ส่วนคนเจ็บถูกนำส่ง รพ.บันนังสตา ทราบชื่อ นายรุสลัน ยานยา อยู่บ้านเลขที่ 121/1 หมู่ที่ 3 ถูกยิงที่ลำตัว 2 นัด อาการสาหัส

 จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งสาม ขี่รถ จยย.ซ้อนกันมามาจากบ้านเพื่อน เพื่อจะกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดหตุ มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนสงคราม อาก้า และ เอ็ม 16 กราดยิง จนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน
 
โจรใต้วางบึ้มทหารรือเสาะเจ็บเล็กน้อย8นาย

 เมื่อเวลา 14.00 น. ร.ต.ท.อาทิตย์ เทียนศิริ ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนเส้นทาง สังกัด ร้อย ร.1111 ฉก.นราธิวาส 30 บนถนนสายท่าเรือ-โกตาบารู ช่วงบริเวณบ้านตือโละ ม.7 ต.เรียง อ.รือเสาะ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 8 นาย หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 พบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 1 เมตร กว้าง 1.50 เมตร โดยเฉพาะที่บริเวณปากหลุมริมถนนเจ้าหน้าที่พบสายไฟฟ้าสีดำขาว จำนวน 1 เส้น ยาว 100 เมตร ลากยาวเข้าไปในป่าสวนยางพาราที่รกทึบริมทาง และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 15 ก.ก.จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 8 นาย ถูกอนุภาพระเบิดทำให้มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ นั่งพิงรถยนต์อยู่ริมถนน

 จากการสอบสวน ร.อ.ภาคิน เกื้อกูล หัวหน้าชุด ร้อย ร.1111 ฉก.นราธิวาส 30 ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำกำลัง รวม 8 นาย นั่งรถยนต์กระบะออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่บ้านซือเลาะ ม.4 เพื่อนำกำลังลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่าสวนยางพาราที่รกทึบ ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอลบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 15 ก.ก. ที่ลอบนำไปฝังไว้กลางถนน และได้เกิดระเบิดขึ้น ขณะที่รถยนต์ของทหารผ่านไป ประมาณ 1 เมตร อนุภาพระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 8 นาย ถูกแรงอัดระเบิดจนมีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อดังกล่าว

ปล้นรถโรงเรียนบุกยิงฐานทหารพรานรือเสาะ

 เมื่อเวลา 17.40 น. วันเดียวกัน ร.ต.ท.อาทิตย์ เทียนศิริ ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงฐานปฏิบัติการทหารพรานชุดพัฒนาสันติที่ 30-5 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านโต๊ะแลปา หมู่ 6 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ มีทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 3 นาย หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.รือเสาะ พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.กรมทหารพรานที่ 46

 ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบผู้บาดเจ็บคือ อส.ทพ.อาทิตย์ บินมูลดอ อส.ทพ.สุกฤช เพิ่มทรัพย์ และ อส.ทพ.อาหะมะ บาโด ถูกนำส่งโรงพยาบาลรือเสาะ ก่อนถูกส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร พบรถบัสรับส่งนักเรียนของโรงเรียนดารุลศาสน์ จอดอยู่ริมถนนในสภาพมีร่อยรอยถูกยิงหลายแห่ง

 สอบสวนทราบว่าขณะที่รถบัสของโรงเรียนดังกล่าวเดินทางกลับโรงเรียนซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี มีคนร้าย 5-6 คน ทำการปล้นรถ พร้อมกับบังคับให้คนขับขับรถมุ่งหน้าไปฐานปฏิบัติการทหารพรานชุดพัฒนาสันติที่ 30-5 เมื่อไปถึงกลุ่มคนร้ายใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงเข้าใส่ฐานปฏิบัติการทหารพรานทันที ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารก็ได้ยิงตอบโต้ ทำให้คนร้ายพากันหลบหนีไป และบังคับให้คนขับรถจอดรถริมถนน ก่อนพากันปล้นรถยนต์ของเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยอิสลาม อ.รือเสาะ ที่ผ่านมาพอดี แล้วบังคับให้พาหลบหนี โดยคนร้ายได้นำคนขับรถบัสของโรงเรียนไปด้วย

 ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและฝ่ายปกครอง อ.รือเสาะ ร่วมสนธิกำลังกันตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อสกัดกั้นเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายใช้หลบหนี