ข่าว

อภิสิทธิ์ขอพรปีใหม่"ประเทศสงบสุข"

อภิสิทธิ์ขอพรปีใหม่"ประเทศสงบสุข"

27 ธ.ค. 2552

"อภิสิทธิ์" ยันมีความเด็ดขาดในการตัดสินใจไม่เช่นนั้นไม่ถูกกล่าวหาเป็นเด็กดื้อ จะไม่ตอบโต้ “สมเด็จฮุนเซน” ชี้เพิ่มคนวิพากษ์วิจารณ์อีก 1 คน ย้ำจะไม่นำมาเป็นเรื่องที่ทำให้กระทบความสัมพันธ์ไทยกับคนเขมร

เมื่อเวลา  09.00น.วันที่ 27 ธ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้จัดรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" โดยได้เชิญพิธีกรรายการข่าวจากสถานีโทรทัศน์จำนวน 7 คน มาตั้งคำถาม ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยได้ถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ได้เริ่มจากการแถลงผลงาของรัฐบาลในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ถือว่าได้ก้าวข้ามพ้นการประชานิยม "จากเป็นคนนั้นคนนี่ให้" มาเป็นสิทธิ และสวัสดิการสังคมอย่างแท้จริง อย่างเช่น สิทธิเรียนฟรี สิทธิเบี้ยยังชีพผู้อายุเกิน 60 ปี อย่างไรก็ตามก็ยังมีความห่วงเรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ำมัน การท่องเที่ยว และการส่งออกก็ยังไม่ได้แข็งแรง ต้องเร่งทำต่อไปให้เกิดสัญญาณดีขึ้น 

อย่างไรก็ตามยืนยันว่าตนนั้นมีความเด็ดขาดในตัดสินใจและตรงไปตรงมา แน่นอนทุกโครงการที่ทำมานั้นมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จนกระทั้งถูกต้องว่าเป็นเด็กดื้อนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะถึงที่สุดแล้าตนต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตัดสินใจ

คาด28ธ.ค.รู้ผลสอบทุจริตในก.สาธารณสุข

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นว่า แม้ไม่อยากให้มีเรื่องทุจริตเกิดขึ้น แต่คงต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก และอยากให้ปี 2553 มีข่าวเรื่องการทุจริตน้อยกว่าปัจจุบัน

 ส่วนที่มีข่าวการทุจริตในชุมชนพอเพียงนั้น ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ พอมีข่าวออกมาก็ดำเนินการหาข้อเท็จจริง เพื่อหาคนผิดมาลงโทษ อย่างข่าวการทุจริตในกระทรวงสาธารณสุขนั้น ก็นำคนนอกหรือคนกลางมาสอบสวน และเข้าใจว่าในวันพรุ่งนี้ (28ธ.ค.) น่าจะมีผลออกมา เพราะประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ ก็ยืนยันว่า จะมีผลสอบออกมาก่อนปีใหม่แน่นอน

 “ปัญหาที่ว่า ผมจะวิตกเพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีเด็ดขาด และทุกอย่างจะทำตรงไปตรงมา” นายกรัฐมนตรี กล่าว.

ส่วนจะให้คะแนนในการทำงานอย่างไรนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคงไม่ให้คะแนนตัวเอง

พร้อมยุบสภาหากเป็นผลดีต่อบ้านเมือง 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการสร้างความสมานฉันท์ในหมู่คนไทย โดยเฉพาะปี 2553 ที่เชื่อกันว่าความรุนแรงทางการเมืองจะสูงขึ้นว่า ได้พยายามสร้างความสมานฉันท์อย่างที่สุด  โดยไม่สร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง ไม่ไปทะเลาะกับใคร หลายเรื่องก็ยอมถอย เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 ส่วนข้อเรียกร้องของฝ่ายค้านที่ต้องการให้ยุบสภา ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพียงแต่การยุบสภา ต้องแก้ไขปัญหาได้ โดย 1.เศรษฐกิจได้เริ่มฟื้นตัว 2.มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ 3.ทุกฝ่ายต้องหยุดเคลื่อนไหว หากทุกฝ่ายยอมรับเงื่อนไขนี้ ตนคิดว่าคงใช้เวลาเตรียมการ 8-9 เดือนเท่านั้น ก็สามารถยุบสภาได้ ไม่มีปัญหา หากการยุบสภาดังกล่าวเป็นผลดีต่อบ้านเมือง

 นายกรัฐมนตรี  ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  มีมติให้นายทะเบียนพรรคการเมือง เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ถูกกล่าวหาได้รับจาก บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2548 ว่า กกต.มีอิสระอย่างเต็มที่ในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ส่วนตัวไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการของ กกต. จึงอยู่ที่ กกต.ว่าจะตัดสินเมื่อไหร่และตัดสินอย่างไร

ไม่สนฮุนเซนวิจารณ์เพียงเพิ่มมาอีก1คน

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเฉพาะกรณีที่สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีตลอด ว่าถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะมีคนวิพากษ์วิจารณ์ตนทุกวันอยู่แล้ว ก็เพิ่มขึ้นมาอีก 1 คน  ดังนั้นคงต้องปล่อยให้พูดไป และจะไม่เอามาเป็นเรื่องที่ทำให้กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชน

 เมื่อถามว่าจะมีการส่งเอกอัครราชทูตไทยไปประจำกรุงพนมเปญ ในปีหน้าหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากกัมพูชาไม่ละเมิดระบบศาลไทย และทบทวนในสิ่งที่ทำให้เป็นปัญหาก็คงไม่มีปัญหาในการส่งทูตไปประจำ ซึ่งตนก็พยายามทำให้ทุกอย่างเป็นปกติมากที่สุด เช่น การค้าขายก็ให้เป็นไปตามปกติ การช่วยเหลือกัมพูชาทางไทยก็พร้อมให้ตามปกติ แต่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเองที่ตัดสินใจไม่รับการช่วยเหลือจากไทย

 ส่วนความขัดแย้งในพื้นที่ทับซ้อนปราสาทเขาพระวิหารนั้น นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า เขาพระวิหารอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้นำกัมพูชาไม่พอใจไทย แต่ตนก็มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย ซึ่งไทยไม่ได้คัดค้านการอ้างสิทธิในตัวปราสาท เพราะเคารพคำตัดสินของศาลโลก แต่สิ่งที่กัมพูชากำลังไปยื่นแผนการบริหารจัดการพื้นที่ โดยก้าวล่วงเข้ามาในพื้นที่ที่เราถือว่าเป็นของไทย รัฐบาลจะอยู่เฉยคงไม่ได้ ก็ต้องปกป้องสิทธิดังกล่าว

 เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการในเรื่องกัมพูชาแบบโอเวอร์รีแอคส์หรือไม่  นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการกระทำของตนถือว่าเบามากแล้ว โดยไม่ให้กระเทือนในเรื่องการค้า หรือไปสู้รบ เพราะคงจะปล่อยให้กัมพูชามาวิพากษ์วิจารณ์ประเทศไทย หรือศาลไทยไปเรื่อย ๆ คงไม่ได้ และเป็นที่น่าเสียใจที่มีคนไทยเอง ไปเพิ่มเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้งอยู่เรื่อย

กำชับดูแลความปลอดภัยช่วงปีใหม่

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการเตรียมดูแลรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า สิ่งแรกคงต้องให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ที่ผ่านมาก็มีการนัดประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ มอบนโยบายในการดูแลพื้นที่ที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ ต้องมีมาตรการดูแลที่เข้มข้น ไม่ให้เกิดเหตุระเบิดป่วนเมืองเหมือนปี 2550

 เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีจะไปเคาท์ดาวน์ที่ไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงพักผ่อนอยู่กับครอบครัว

ช่วงท้ายพิธีกรได้ถามถึงเทศกาลปีใหม่หากขอพรแล้วสำเร็จจะขออะไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่าขอให้ประเทศชาติสงบสุข

 สวนดุสิตโพลให้รบ.สอบผ่าน-เรียนฟรีเยี่ยม-ดับไฟใต้แย่

 สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจความเห็นประชาชนประเมินผลงานรัฐบาลอภิสิทธิ์ ใน รอบ 1 ปี พบว่าประชาชนให้คะแนนความตั้งใจในการทำงานของนายกรัฐมนตรี 7.19 คะแนน จากเต็ม 10 คะแนน ขณะที่ผลงานให้ 6.33 คะแนน ส่วนคณะรัฐมนตรีได้คะแนนความตั้งใจการทำงาน 6.15 คะแนน และผลงานได้ 5.91 คะแนน ขณะที่ภาพรวมรัฐบาลได้คะแนนความตั้งใจในการทำงาน 6.18 คะแนน การให้อิสระแก่ข้าราชการประจำ 5.95 คะแนน ความซื่อสัตย์สุจริต 5.69 ความสามัคคี 5.58 คะแนน โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ 6.74 คะแนน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ 6.51 คะแนน และกระทรงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ 6.42 คะแนน

ส่วนผลงานยอดเยี่ยม ได้แก่ โครงการเรียนฟรี 15 ปี กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ติวเตอร์ชาแนล ได้คะแนนร้อยละ 30.99 ขณะที่ผลงานยอดแย่ ได้แก่ การแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้คะแนนร้อยละ 27.92

 อนุพงษ์ยันปี53ไร้ปฏิวัติรับมีทหารนอกแถว

 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองในปี 2553 ที่จะมาถึง โดยยืนยันว่าจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรง นองเลือด ทหารจะไม่ปฏิวัติแน่นอน ทั้งนี้ขอฝากฝัง ผบ.ทบ.คนใหม่ที่จะมารับตำแหน่งใน 10 เดือนข้างหน้า ให้ช่วยกันทำให้ทหารทุกคนมีอุดมการณ์รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยอมรับว่ามีกำลังพลในกองทัพบางส่วนที่ออกนอกลู่นอกทาง