ข่าว

"อภิชาต"เสือลำบาก

"อภิชาต"เสือลำบาก

27 ธ.ค. 2552

เป็น "ศึกหนัก" สำหรับ "อภิชาต สุขัคคานนท์" ประธาน กกต.ไปเสียแล้ว

 หลังจากที่ถูกโยน "เผือกร้อน" ให้เป็นคน "ชี้ขาด" แต่เพียงผู้เดียว ในคดีที่ร้องให้ "ยุบพรรคประชาธิปัตย์" ในฐานะที่เป็น "นายทะเบียนพรรคการเมือง"

 ซึ่งงานนี้ถ้า "อภิชาต" สั่งยกคำร้อง คดีเป็นอันจบทันที พรรคประชาธิปัตย์เป็นอันรอดตัวไม่ถูกยุบ เพราะว่าเป็นอำนาจเด็ดขาดของ "นายทะเบียนพรรคการเมือง"...เห็นไหมว่า? "อภิชาต" มีความสำคัญถึงขนาดนั้นเลยทีเดียว !!!

 และก่อนหน้านี้ "อภิชาต" ก็เคยแสดงความเห็นในเรื่องนี้ผ่านสื่อมาแล้วว่า เห็นด้วยกับอนุ กกต.ที่ให้ยกคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์

 อีกทั้งการประชุม กกต.ในคดีนี้ ข่าวก็ระบุว่า "อภิชาต" เป็นเพียงเสียงเดียว ที่เห็นว่าควรยกร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์

 ซึ่งหากอ่านตาม "เกม" นี้ โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะรอดจากการถูกยุบพรรคมีสูง เพราะตอนนี้เรื่องได้มาอยู่ใน "มือ" ของ "อภิชาต" เพื่อรอการตัดสินใจจากเขาเพียงเท่านั้น ซึ่งก็จะทราบผลกันหลังปีใหม่

  อย่างไรก็ตาม แม้ว่า "อภิชาต" จะมีอำนาจเต็มตามกฎหมาย แต่เอาเข้าจริง "อภิชาต" กลับอยู่ในภาวะ "เสือลำบาก" เพราะถูกกดดันจาก "สารพัดทิศ" ที่ถาโถมเข้าใส่

 เห็นได้จาก "เสียงบ่น" ของ "อภิชาต" ที่ว่า "ตอนนี้กลายเป็นว่านายทะเบียนพรรคการเมืองต้องมาตัดสินใจเองคนเดียวทั้งหมด และผมต้องเอาเอกสารไปนั่งไล่ดูกว่า 7,000 หน้า ขอความเห็นใจนายทะเบียนด้วย ขอพิจารณาดูรายละเอียดอีกครั้งเพื่อพิจารณาและตัดสินใจ"

 อย่างแรกเลย "อภิชาต" ต้องตอบ "สังคม" หรือ "สาธารณชน" ให้ได้ ในกรณีที่เขายกคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์

 เพราะเสียงข้างมากของ กกต.ถึง 4 เสียง มีความเห็นให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ "อภิชาต" เป็นแค่เสียงข้างน้อยและเป็นแค่เสียงเดียว

 รวมทั้งประเด็นเรื่อง "สองมาตรฐาน" ซึ่งต้องสร้างความกระจ่างให้ได้ว่า "ไม่มีการเลือกปฏิบัติ" เพราะก่อนหน้านี้ กกต.เคยยื่นคำร้องให้ยุบพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคชาติไทยมาแล้ว

 รวมทั้ง ทำไม? คดีนี้ กกต.จึง "ลากยาวเป็นปี" ชี้ขาดไม่ได้เสียที

 แต่ถ้าหากเขาสั่งให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องตอบคำถามให้ได้เช่นกันว่า ทำไมถึงกลับไปกลับมา เพราะก่อนหน้านี้ เขาเห็นว่าควรยุบพรรคประชาธิปัตย์

 และนอกจากต้องตอบ "สาธารณชน" ให้ได้แล้ว "อภิชาต" ยังโดน "การเมือง" เล่นงานเข้าให้อีก

 เมื่อทาง "พรรคเพื่อไทย" อย่าง "เฉลิม อยู่บำรุง" ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาจี้ "อภิชาต" อย่างชนิด "เกาะติดไม่ปล่อย"

 โดย "สารวัตรเหลิม" ฟันธงว่า พรรคประชาธิปัตย์ ผิดแน่นอน

 แต่หาก "อภิชาต" ตัดสินว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ผิด "พรรคเพื่อไทย" จะเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไป อย่างชนิดไม่ยอมหยุดจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม

 "จะเล่นไม่เลิก ขอเตือนนายอภิชาตว่า จากนี้ไปอยู่ไม่สุขแน่"

 และแค่นี้ยังไม่พอ "อภิชาต" ยังต้องเจอเข้ากับ "กลุ่มเสื้อแดง" ที่นำโดย "อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง" ซึ่งเคยบุกเข้าไปพังที่ประชุมสุดยอดอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา และ "สุพร อัตถาวงศ์" อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย ที่เคยนำ "กลุ่มเสื้อแดง" บุกเข้าไปในกระทรวงมหาดไทยทุบรถนายกฯ อภิสิทธิ์...นำ "กลุ่มคนเสื้อแดง" หลายร้อยคน บุกถึงที่ทำการ กกต. เรียกร้องให้ "อภิชาต" ชี้แจงคดีนี้

 ซึ่ง "อภิชาต" หลบไปได้ก่อน แต่ก็ต้องเจอเข้ากับการเผาโลงศพที่มีชื่อ "อภิชาต" รวมอยู่ด้วย พร้อมกับปัสสาวะรดและจุดประทัดไล่

 พร้อมกับประกาศว่า...นี่เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น และทิ้งท้ายกับคำขู่ที่ว่าจะไปเผาบ้าน กกต.

 และนอกจากต้องเผชิญกับ "กระแสสังคม" และแรงกดดันจาก "การเมือง" แล้ว

 "อภิชาต" ยังต้อง "สุ่มเสี่ยง" กับการที่อาจต้องถูกฟ้องเป็นคดีอาญาในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบอีกด้วย หากเขาตัดสินใจยกคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์

 เพราะว่าเรื่องนี้ที่ผ่านมา มีความเห็นทางกฎหมายที่แตกต่างกัน จึงเป็นช่องให้ฝ่ายตรงข้ามกับ "ประชาธิปัตย์" ที่อยากเห็น "ประชาธิปัตย์" ถูกยุบ ฟ้องเอาได้ ในกรณีที่ผลออกมาไม่ถูกใจ

 และตัวอย่างในอดีตที่ กกต.ถูกจำคุก ก็มีให้เห็นมาแล้วในยุคของ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ซึ่งทำให้ "อภิชาต" เสียวสันหลัง !!!ได้เหมือนกัน  
 งานนี้...แม้ว่า "อภิชาต" จะน่าเห็นใจขนาดไหน เพราะเข้าทำนอง "เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกแขวนคอ" 
 แต่มาถึงตรงนี้ "อภิชาต" ก็ไม่มีทางเลือกแล้ว นอกจาก"ทำความจริง"ให้กระจ่างชัดต่อสาธาณชนเท่านั้น

** โต๊ะข่าวการเมือง สำนักข่าวเนชั่น **