
อธิบดีปภ.หนักใจเป้าลดยอดอุบัติเหตุปีใหม่
อธิบดีปภ.ย้ำเปิดศูนย์ป้องกันอุบัติเหตุ 7 วันที่ศาลากลางจังหวัด ไม่กังวล ครม.ลงตรวจอาจโดนเสื้อเเดงรุมทำร้าย บอกคนละเรื่องกัน ยอมรับหนักใจลดยอดอุบัติเหตุปีใหม่ตามเป้าสหประชาชาติ เพราะมีเหตุการณ์ความไม่สงบแทรกซ้อน
(26ธ.ค.) นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมในการป้องกันอุบัติภัยในช่วงปีใหม่ โดยจะเปิดศูนย์ทั้งส่วนกลางที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)และส่วนภูมิภาค ที่ศาลากลางจังหวัดในวันที่ 28 ธ.ค.ถึงวันที่ 4 ม .ค.2553 ตลอดระยะเวลา 7 วัน ภายใต้โครงการ “7 วันขับขี่ปลอดภัยเทิดไท้องค์ราชัน ” และจะปิดศูนย์ในวันที่ 5 ม.ค.2553
นายอนุชา กล่าวด้วยว่า ในปีนี้จะมีการส่งรัฐมนตรีแต่ละคนลงไปกำกับแนะนำดูแลความเรียบร้อยในภูมิภาค ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะผู้บัญชาการความปลอดภัยบนท้องถนนมอบหมายให้ นาย ชวรัตน์ ชาญวีระกุล รมว.มหาดไทย รับผิดชอบในช่วง 7 วันดังกล่าว อย่างไรก็ตามนายชวรัตน์ ได้มอบหมายให้ นาย บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย และนายนายมานิต นพอมรวดี รมช.สาธารณสุข ช่วยตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ และดูแลแนะนำพื้นที่
เมื่อถามว่า มีการแบ่งพื้นที่กันอย่างไรระหว่างรัฐมนตรีทั้ง 2 คน นายอนุชา กล่าวว่า มีการตรวจเยี่ยมในพื้นที่ทั่วประเทศ ในวันที่ 30 ธ.ค. และวันที่ 4 ม.ค.2553 โดยนายบุญจง จะเดินทางไปหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนในภาคตะวันออกและภาคกลาง นายมานิตย์ จะเดินทางไป ส่วนจังหวัดในภาคใต้นาย ถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย จะเดินทางไปกำกับดูแล
นายอนุชา กล่าวด้วยว่า สำหรับพื้นที่ในแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ อาทิ จ.เชียงใหม่ จะเห็นได้ว่า ช่วงนี้ทัศนวิสัยไม่ดี อุณหภูมิขึ้นๆลงๆ ทำให้เกิดทัศนวิสัยที่ไม่ดี และการเดินทางท่องเที่ยวในภาคเหนือจะอยู่ตามภูเขา ถนนหนทางคดเคี้ยวทำให้มีโอกาสเสี่ยงอุบัติเหตุมากกว่าภาคอื่นๆ ทางปภ. ได้เตรียมการล่วงหน้าในการซักซ้อมร่วมกับทางจังหวัด และจังหวัดใดที่มีความเสี่ยงสูงก็ยิ่งต้องมีความตื่นตัว รับมือเต็มที่
เมื่อถามว่า ในกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงจะปล่อยขบวนคาราวานไปสนามกีฬา 700 ปีในช่วงปลายปีอาจจะทำให้มีปัญหาความปลอดภัย อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า คงไม่เกี่ยวกัน แต่ต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางปลอดภัยออกไปตามภูมิภาคต่างๆ แต่กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมจะเป็นเพียงการขัดขวางการจราจรไม่ถึงกับเกิดปัญหาในทางอุบัติภัย
เมื่อถามว่า นอกเหนือจากปัจจัยธรรมชาติ เป็นห่วงเหตุไม่พึงประสงค์ที่อาจสร้างเหตุการณ์ความวุ่นวาย จะเข้าไปดูแลอย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า คงเข้าไปเน้นเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถ - ถนน ส่วนปัจจัยอื่นๆเป็นเพียงปัจจัยแทรกซ้อนซึ่งต้องดูแต่ละสถานการณ์ไป
เมื่อถามอีกว่า ทางการข่าวมีอะไรน่าเป็นห่วงหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเป็นผลกระทบกับการทำงานของ ป.ภ.
เมื่อถามว่า การที่รัฐมนตรีลงพื้นที่กลัวหรือไม่ว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงก่อความวุ่นวาย นายอนุชา กล่าวว่า เป็นหน้าที่ ต้องไปดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันดูแล ส่วนการตั้งเป้าลดยอดอุบัติภัยไว้เป็นการสะท้อนปฏิญญามอสโค ทางองค์การสหประชาชาติกำหนดให้ปี 2554 เป็นต้นไปจะให้มีอุบัติเหตุลดลงครึ่งหนึ่ง ในปีนี้ประเทศไทยจะพยายามลดลงให้ได้เกิน ร้อยละ 5 คิดว่าต้องมาทบทวนแนวทางกันอีกครั้งเพื่อให้สอดคล้องกับปฏิญญาดังกล่าว ทั้งนี้ยอดสถิติมีการคำนวณลำบากเนื่องจาก มีสถานการณ์ความไม่สงบ แต่จะพยายามลดลงให้ได้



