
ยังไม่ถึงเวลาปรับภาษีน้ำเมารอผลศึกษาทั้งระบบ
สรรพสามิตยันยังไม่ขึ้นภาษีเหล้า-เบียร์ หรือเก็บตามดีกรี รอผลศึกษาการปรับโครงสร้างทั้งระบบก่อน รับมีแรงกดดันให้เปลี่ยนการจัดเก็บ มองเสรีอาเซียนกระทบผู้ประกอบการแน่ แต่ให้เวลาปรับมานานแล้ว
นายอารีพงษ์ ภู่ชอุ่ม อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมยังไม่มีแนวคิดที่จะจัดเก็บภาษีสุราตามดีกรี หรือเพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษีสุรา โดยต้องรอผลศึกษาเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตอย่างเป็นระบบก่อน เพราะเพิ่งขึ้นภาษีสุราไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมานั้น เข้าใจว่าคงมีประเด็นศึกษาจากกลุ่มต่างๆ จึงมีการเสนอแนวคิดออกมา ขณะที่บางรายเห็นว่าอาจทำให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบเชิงการค้า
"ตอนผมเข้ารับตำแหน่งก็มีผู้ประกอบการสุราจากต่างประเทศเข้าพบ และพยายามผลักดันให้การจัดเก็บภาษีเหล้าไทย เป็นไปตามเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก หรือดับเบิลยูทีโอ และหลายบริษัทบอกว่าเราจัดเก็บภาษีไม่เป็นธรรม ก็พยายามกดดัน จึงได้จัดสัมมนาภาษีสุรา และนำผลมาเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาโครงสร้างภาษี" นายอารีพงษ์กล่าว
อธิบดีกรมสรรพสามิตย้ำว่า กรมยังไม่คิดเพิ่มภาระภาษีสินค้าใดแก่ผู้ประกอบการ เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บให้ดีขึ้น โดยปรับปรุงข้อกฎหมาย เพราะมีความล้าสมัยและมีความซับซ้อน ส่วนกรณีที่ไทยต้องลดภาษีตามกรอบการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา จะไม่กระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตมากนัก อยู่ในระดับร้อยล้านบาทเท่านั้น ขณะที่ในแง่ผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ต้องยอมรับว่าอาจมีผลกระทบ แต่การปรับลดภาษีดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการรับรู้มาตลอด หรือ 10 ปี กว่าที่จะมีผลของภาษีจะเหลือ 0% จึงให้เวลาผู้ประกอบการในการปรับตัวพอสมควรแล้ว
"ถ้าเหล้าต่างประเทศจะทะลักเข้ามา เราต้องดูแล แต่ถือว่าจะดีในแง่การแข่งขัน แต่ถ้าทำให้คนในประเทศกินเหล้ากันมากขึ้น เรื่องภาษีก็ไม่เหมาะสม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปรับขึ้นภาษี ปัจจุบัน เหล้าที่นำเข้ามามีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของเหล้าที่ขายในประเทศ" นายอารีพงษ์ระบุ
นายปริญ มาลากุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ไฮเนเก้นและเบียร์เชียร์ เปิดเผยว่า การปรับลดภาษีอาฟตาจะเหลือ 0% นั้น เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศอย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันการจัดเก็บภาษีเป็นการคำนวณจากราคาหน้าโรงงานโดยแบ่งตามเซกเมนต์ ซึ่งการเก็บดังกล่าวภาครัฐเป็นผู้กำหนด
"การจัดเก็บตามเซกเมนต์ ต้องบอกว่าไม่มีประเทศไหนในโลกเขาทำกัน การจัดเก็บที่ถูกต้องนั้นต้องคิดตามดีกรีของแอลกอฮอล์ไม่ใช่คิดตามเซกเมนต์ เมื่ออาฟตามีผล รัฐไม่ได้เป็นผู้กำหนดเอง ดังนั้นสุรานำเข้า เบียร์นำเข้าก็สามารถกำหนดราคาต่ำได้ และหากยังยืนยันจัดเก็บในรูปแบบนี้ก็จะเกิดความลักลั่น" นายปริญกล่าว



