
พายุฤดูหนาววิบากกรรมคริสต์มาส
ทันทีที่การประชุมสุดยอดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกปิดฉากลงด้วยความล้มเหลวที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก พื้นที่ต่างๆ ในยุโรป ตลอดจนสหรัฐ ต่างก็เผชิญกับสภาพภูมิอากาศสุดเลวร้ายสร้างความโกลาหลไปทั่วทวีป
หนักหนาสาหัสเสียจนอดคิดไม่ได้ว่า ธรรมชาติลงโทษที่ประเทศเหล่านี้มีส่วนทำให้ข้อตกลงลดโลกร้อนล้มเหลว จนทำให้สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงเช่นนี้หรือไม่
วิบากกรรมชาวยุโรปเริ่มต้นขึ้นเมื่ออุณหภูมิเริ่มลดลงจนต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ประกอบกับเจอพายุหิมะพัดถล่มในหลายพื้นที่ จนทำเอาสภาพการจราจรเป็นอัมพาต รถราสัญจรไปมาแทบไม่ได้ด้วยเพราะหิมะที่ทับถมกันหนาหลายนิ้วบนท้องถนน นอกเหนือไปจากทำให้เที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวต้องยกเลิก เพราะสู้ความเกรี้ยวกราดของธรรมชาติไม่ไหว
บางพื้นที่นั้นอากาศหนาวติดลบหลายสิบองศาเซลเซียส ทำให้มีคนต้องนอนหนาวตายนับรวมกันสิบราย
ขณะที่อังกฤษ ซึ่งประกาศให้หลายแห่งเป็นพื้นที่อันตรายจากพายุหิมะ ก็เผชิญเรื่องระทึกขวัญเมื่อรถไฟโดยสารข้ามช่องแคบอังกฤษ "ยูโรสตาร์" เกิดขัดข้องเพราะสภาพอากาศหนาวจัดจนรถไฟวิ่งไม่ได้ ทำให้ผู้โดยสารกว่า 2,000 ชีวิตต้องติดอยู่ในอุโมงค์ลอดใต้ทะเลนานหลายชั่วโมง
สถานการณ์ในรถไฟก็แสนเลวร้าย เนื่องด้วยสภาพอากาศต่างกันสุดขั้วกับด้านนอกรถไฟซึ่งอยู่ในสภาพเย็นจัดถึงจุดเยือกแข็ง แต่ภายในรถกลับร้อนและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมเปิดประตูให้อากาศได้ผ่านเข้ามา แถมยังมีรายงานข่าวเรื่องการเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่ช่วยเหลือซูเปอร์โมเดล คลอเดีย ชิฟเฟอร์ ซึ่งติดอยู่ในขบวนรถคันหนึ่งออกไปก่อนคนอื่นๆ ขณะที่ทางรถไฟอ้างว่าสาเหตุจากอากาศที่เย็นจัดในฝั่งฝรั่งเศสทำให้แบตเตอรี่ไฟฟ้าลัดวงจรเมื่อเจอกับสภาพอากาศอุ่นกว่าภายในอุโมงค์ จึงทำให้ขัดข้องทั้งระบบ
เปลี่ยนฝันหวานของการเดินทางจากกรุงปารีสไปยังลอนดอนที่เคยใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง 15 นาที เป็น 18 ชั่วโมงในบัดดล
ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปที่ฝั่งสหรัฐ ซึ่งเผชิญกับฤดูหนาวหฤโหดเช่นกัน หลังเกิดพายุหิมะพัดกระหน่ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ในกรุงวอชิงตัน ดีซี เมืองหลวงนั้นต้องเผชิญหิมะสูงถึง 16 นิ้ว ขณะที่บรรดาผู้ว่าการรัฐตั้งแต่เวอร์จิเนีย รัฐแมรีแลนด์ รัฐเวสต์ เวอร์จิเนีย และรัฐเดลาแวร์ ต่างประกาศสถานการณ์ฉุนเฉิน โดยเฉพาะในรัฐเวอร์จิเนียนั้น มีหลายพื้นที่ที่หิมะสูงกว่า 2 ฟุต
ข่าวยังระบุด้วยว่า หิมะที่ปกคลุมพื้นที่ทางตะวันออกของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ชื่อว่าเป็นพายุหิมะครั้งที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายสิบปีของสหรัฐ โดยเฉพาะที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งถือว่าพายุลูกนี้เป็นพายุหิมะครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกไว้เมื่อปี 2428 เลยทีเดียว
ขณะที่ฝั่งตะวันตกก็ใช่ว่าจะรอด เพราะล่าสุดพื้นที่แถบมิดเวสต์ต้องเผชิญกับ "พายุฤดูหนาว" ที่เชี่ยวชาญด้านการแช่แข็ง แปลงสภาพเมืองให้กลายเป็น "เมืองน้ำแข็ง" เพียงข้ามคืน
กรมอุตุนิยมวิทยาสหรัฐได้ออกประกาศเตือนพื้นที่หลายแห่งในรัฐแคนซัส บางส่วนของรัฐนอร์ทดาโกตา รัฐมินเนโซตา รัฐเนบราสกา และตอนเหนือของรัฐเทกซัสให้ระมัดระวังพายุร้ายกาจนี้ เรียกว่า "เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง"
"พายุขนาดมหึมาพัดผ่านทางตอนกลางของประเทศ จากพรมแดนแคนาดาลงมาถึงรัฐเทกซัส และขยายตัวไปทางตะวันตกของรัฐโคโลราโด และรัฐอิลลินอยส์ จึงขอแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางทุกชนิดเพื่อความปลอดภัย" โฆษกกรมอุตุนิยมกล่าว
ก่อนจะย้ำว่า "นี่ไม่ใช่พายุที่คุณควรจะต่อกรด้วย"
ทั้งยังเตือนด้วยว่า พายุฤดูหนาวจะทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนักจนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมในรัฐเทกซัสและรัฐโอไฮโอ นอกจากนี้สภาพอากาศปั่นป่วนยังทำให้เกิดพายุฝุ่นในรัฐแคลิฟอร์เนีย และรัฐแอริโซนาจนทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจนมีผู้เสียชีวิต 3 ศพ
อย่างไรก็ดี ชาวเมืองแคนซัสบางคน กลับตื่นเต้นกับปรากฏการณ์นี้ เพราะพายุฤดูหนาวจะทำให้เกิดหิมะตกในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในช่วงเวลาเกือบ 50 ปีที่ผ่านมา
"คงสนุกดีหากพวกเด็กๆ จะได้เล่นหิมะกัน แต่แน่นอน มันไม่สนุกสำหรับการขับรถหรอก" เพจ เมอร์ฟีย์ คุณแม่ในเมืองแคนซัสซิตี้กล่าวระหว่างจับจ่ายช่วงเทศกาลคริสต์มาส
ขณะที่ฝั่งอังกฤษก็ออกคำเตือนคล้ายกัน โดยขอให้ประชาชนที่กำลังเดินทางกลับบ้านเพื่อไปฉลองเทศกาลคริสต์มาสกับครอบครัว ให้ระงับการฉลองเทศกาลแห่งความสุขนี้เสีย จนกว่าถนนหนทางในประเทศจะปลอดภัยกว่านี้
...ส่วนเมืองไทยเราแม้จะไม่เจอพายุหิมะ แต่ขับรถขับราเที่ยวช่วงปีใหม่ก็ขอให้ขับขี่ปลอดภัย โชคดีกันถ้วนหน้า สวัสดีปีใหม่ค่ะ
มลฤดี จันทร์สุทธิพันธุ์



