
เจ้าที่เจ้าทางดลใจ หญิงชาวชัยภูมิโพสต์เฟสบุ๊คยกบ้านหรูเนื้อที่กว่า2ไร่ ใช้เป็นที่กักตัวผู้ติดเชื้อโควิด-19
ชัยภูมิ ชาวเน็ตแห่ชื่นชมหญิงสาวชาวจังหวัดชัยภูมิ ใช้ชื่อ สีทอง กุมมาร ได้โพสต์รูปบ้านหรูหลังใหญ่2ชั้นและโกดังบนเนื้อที่กว่า2ไร่มูลค่ากว่า18ล้านบาท ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่หมู่14 ตำบลกวางโจน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ โดยขอยกให้ภาครัฐนำไปใช้เป็นสถานที่กักผู้ป่วยโควิด
วันที่16 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่และดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าวเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยได้พบ กับนาง สีทอง กุมาร อายุ49ปี บ้านเลขที่339หมู่ที่14 ตำบลกวางโจน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งเธอยอมรับว่าได้โพสต์และข้อความดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยตัวนาวสีทอง ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ตัวเธอเองมีอาชีพค้าขาย อยู่ที่ ตลาดชุมแพ จ.ขอนแก่น ช่วงนั้น(24มีนาคม)เธอได้ติดตามข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 มาตลอดซึ่งมีเจ้าของสถานที่หลายแห่งที่ยอมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นสถานที่กักตัวผู้ป่วยติดเชื้อและทำเป็นโรงพยาบาลสนาม ซึ่งประกอบกับเธอเองมีบ้านและโกดังสินค้าซึ่งปิดไว้เฉยๆไม่มีผู้อยู่อาศัย จึงมีความคิดว่าอยากจะมอบบ้านหลังดังกล่าวให้เป็นที่กักตัวและรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด19 สำหรับหน่วยงานราชการ
ซึ่งเธอยังได้เปิดเผยต่ออีกว่า หลังจากตนตัดสินใจแล้ว จึงได้เปิดดูกล้องวงจรปิดผ่านแอพมือถือ และมีกล้อง1ตัวที่จับภาพที่บริเวณหน้าและมีศาลพระภูมิเจ้าที่ตั้งอยู่โดยเธออ้าว่าขณะนั้นตัวเธอได้พูดคุย(ทางจิต)กับเจ้าที่ประจำบ้านเพื่อสอบถามว่าจะอนุญาตหรือไม่ถ้าหากอนุญาติก็ให้แสดงปาฏิหารย์อย่างใดอย่างหนึ่งออกมาให้เห็นถ้าไม่อนุญาตก็ให้อยู่เฉยๆ ซึ่งเธอเล่าต่อว่าระหว่างนั้นหลังจากเธอพูดจบก็ปรากฏว่าบริเวณด้านหน้าศาลพระภูมิเจ้าที่ตั้งอยู่มีแสงสีเขียวสีเหลืองสีน้ำเงินขนาดใหญ่ลอยพวยพุ่งขึ้นมา โดยหลังจากนั้นก็ติดสินใจโพสต์ข้อความและรูปบ้านลงเฟสบุ๊คทันที คือ ..... (บ้านหลังนี้ หากจะมีประโยชน์แก่ผู้คน เราพร้อมเปิดให้เป็นที่กักตัวของคนที่สงสัยว่าติดโควิด19 หากทางโรงพยาบาลภูเขียว ,แก้งคร้อ,บ้านแท่น หรือโรงพยาบาลอยู่ใกล้เคียงอยากได้พื้นที่ให้กับผู้ติดเชื้อ มาใช้พื้นที่ได้เลยค่ะ บ้านว่างพร้อมให้กับทุกหน่วยงานค่ะ และยังมีพื้นที่ร้านค้าโกดังด้านข้าง สามารถ ทำเป็นโรงพยาบาลสนามได้ค่ะ น้ำไฟ สะดวก)...... และหลังจากที่เธอได้โพสต์ข้อความและรูปลงเฟสบุ๊คไปก็มีชาวเน็ตแห่กดไลค์ชื่นชมเธอเกือบ7พันครั้ง พร้อมคอมเม้นท์ชื่นชมอีกจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้เริ่มมีหน่วยงานบางหน่วยงานได้โทรมาสอบถามบ้างแล้ว และก็ยังมีประชาชนทั้งคนไทยและต่างประเทศติดต่อเธอเข้ามาว่าจะขอมาอาศัยเป็นที่กักตัวจะคิดค่าเช่าเท่าไหร่ก็ยินดี ซึ่งเธอก็ได้ตอบปฎิเสธและให้เหตุผลไปว่าจะยกให้เฉพาะหน่วยงานหรือองค์กรเท่านั้น
นางสีทองยังกล่าวต่อว่าปัจจุบันเธออยู่ตัวคนเดียว บ้านหลังดังกล่าวสร้างมานานหลายปีแต่ไม่ค่อยได้มาอยู่เพราะค้าค้าอยู่ต่างจังหวัด เลยตัดสินใจที่จะยกบ้านหลังนี้ที่มีที่ตั้งค่อนอยู่ห่างไกลบ้านประชาชนใช้เป็นที่กักตัวผู้ติดเชื้อโควิด จะเกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมมากกว่าและที่สำคัญเธอต้องการที่จะตอบแทนบุญคุณแผ่นดินที่เธอได้เกิดมาบนแผ่นดินประเทศไทยแห่งนี้ นางสีทองยังเล่าต่อว่า เมื่อก่อนตนเองนั้นเคยจนมาก่อนฐานะทางบ้านยากจนมาก เธอต้องอาศัยกินข้าววัดมาตั้งแต่เด็ก เธอเรียนจบนักธรรมเอกตั้งแต่ยังไม่จบมัธยมต้น ชอบสวดมนต์ทำสมาธิ จนเรียนจบ ม.3เดินทางเข้ามาทำงานเป็นสาวฉันทนาเย็บผ้าใน กรุงเทพและสมุทรปราการนานหลายปีช่วงนั้นวันหยุดก็ยังแวะเวียนเข้าวัดมาตลอดจนกระทั่งเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งก็กลับบ้านมาเปิดร้านรับจ้างเย็บผ้าและค้าขาย จนกระทั่งเธอเองเริ่มมีฐานะแต่เธอก็ยังชอบเข้าวัดและนั่งสมาธิตลอดมาและเธอยอมรับว่า ตัวเธอสามารถสื่อสารกับดวงวิญญาณหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้จริงและใครจะมองว่าเธอไม่ปกติก็ไม่เป็นไร
พรอนันต์ พันเชื้อ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชัยภูมิ



