
4คนเสื้อแดงรุมทำร้ายร่ายกายทหารเข้ามอบตัวตำรวจ
"จตุพร-ณัฐวุฒิ"พาคนเสื้อแดง 4 คน รุมทำร้ายร่างกายทหารหน้าทำเนียบมอบตัวกับ"ผบช.น." อีก 2 คนตามหาตัวไม่เจอ"ณัฐวุฒิ"ย้อนถามคดี "พันธมิตร"ขับรถชน-ยิงตำรวจไปถึงไหนแล้ว ระบุ เหตุ 2 ทหารถูกรุมยำเพราะไม่ได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ตร.แจ้ง 3 ข้อหาวางวงเงินประกันคนละ
(7มี.ค.) เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ( บช.น.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมทนายความ ได้พาบุคคลที่คาดว่าจะเป็นผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกาย ส.อ.อำนวย ทองรินทร์ สังกัดกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประกอบด้วย นางนฤมล วรุณรุ่งโรจน์ นายกิตติศักดิ์ จีนขจร อายุ 33 ปี นายศรชัย ศรีดี อายุ 29 ปี และนายประจวบ บุญสันเทียะ อายุ 31 ปี เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) พ.ต.อ.วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ดุสิต และพนักงานสอบสวน โดยมีกลุ่มเสื้อแดงชูป้ายมาให้กำลังใจกว่า 30 คน
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยวันนี้ก็พาบุคคลที่ถูกระบุว่ามีความผิดตามหมายจับเข้ามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เรื่องที่เกิดขึ้นตนก็มองไม่เห็น เพราะคืนเกิดเหตุมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามอยากขอใช้สิทธิของประชาชนถามว่าในส่วนที่มีการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำร้ายผู้คน ต่างกรรมต่างวาระในเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร คดีไปถึงไหนแล้ว
"ผมไม่ได้มารุกเร้าแต่เชื่อว่าสังคมเองก็อยากรู้ รวมถึงคดีที่มีผู้ต้องหาขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยิงตำรวจ เอาธงแทงตำรวจ เรื่องนี้คดีไปถึงไหนแล้ว ขอยืนวันว่ากลุ่มเสื้อแดงมีไมตรีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย เรื่องที่เกิดขึ้นเนื่องจากทั้ง 2 คนไม่ได้แสดงตัว"นายณัฐวุฒิ กล่าว
ด้านนายจตุพร กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นอยากให้ ผบช.น. ประสานกับทางกลุ่มมาว่าหากมีการส่งกำลังตำรวจเข้าไปสอดแนม จะมีสัญลักษณ์อย่างไร หรือหากจะเป็นทหารซึ่งไม่มีหน้าที่ในส่วนนี้แต่จะมาก็อยากให้ประสานด้วย หากทั้ง 2 คน ไม่วิ่งหนี ทำตัวตามปกติคงไม่เกิดเรื่องขึ้น หน่วยรักษาความปลอดภัยของเราก็ต้องทำตามหน้าที่เพราะต้องดูแลคนหลักหมื่น
“คดีที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มพันธมิตร และนปช. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่ามีคดีรวมกันกว่า 145 คดี ในส่วนนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานสอบสวนแถลงแจกแจงให้ชัดเจน ว่าคดีใดมีใครทำผิดบ้าง เพราะพวกผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”นายจตุพร กล่าว
ขณะที่ พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า ตนเพิ่งเข้ามารับหน้าที่ได้ไม่นาน แต่ก็ยืนยันว่าจะให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย เรื่องคดีที่เกิดขึ้นได้ให้ฝ่ายสืบสวน ซึ่งมีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบแล้ว และขอขอบคุณกลุ่ม นปช. ทุกคนที่อยู่ในกฎกติกา
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปเมื่อมาพบพนักงานสอบสวนก็จะแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น , ร่วมกันข่มขืนจิตใจให้ผู้อื่นกระทำการใดๆ หรือไม่กระทำการใดๆ และร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งกรณีก็จะมีวงเงินในการประกันตัวเป็นเงินสดจำนวน 10,000 บาท พ.ต.อ.วีรวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังติดตามดำเนินคดีอยู่ โดยคดีที่มีผู้ขับรถชนตำรวจก็มามอบตัวแล้ว คดีที่มีการทำร้ายร่างกายและกักขัง ร.ต.อ.สาริษฐ์ อักษร รอง สว.กก.สส.บก.น.1 ก็ออกหมายจับแล้ว แต่ยังไม่ทราบตัว รู้เพียงว่าชื่อสิงห์ ส่วนคดีอื่นๆก็เร่งดำเนินการอยู่ บางคดีก็รู้ตัว บางคดีก็ไม่รู้ตัว เนื่องจากมีคนเป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นพนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 4 คนพร้อมทนายความ ก่อนแจ้งข้อหา และให้ผู้เสียหายชี้ตัวยืนยัน ก่อนจะทำเรื่องเสนอขอประกันตัวต่อไป ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คนทางแกนนำยังติดตามหาตัวไม่เจอ



