ข่าว

สึนามิ...ระบบเตือนภัยยังแค่"ตั้งไข่"

สึนามิ...ระบบเตือนภัยยังแค่"ตั้งไข่"

25 ธ.ค. 2552

คงยังจำกันได้ว่า เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ชายฝั่งทะเลอันดามัน 6 จังหวัดของไทย ถูกถล่มโดยคลื่นสึนามิสูง 2-20 เมตร สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อชีวิตและทรัพย์สิน จากตัวเลขของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

 มีผู้คนเสียชีวิตรวมผู้สูญหายกว่า 8,000 คน ในจำนวนนี้เป็นคนไทยประมาณ 4,000 คน เฉพาะใน จ.พังงา มีราว 2,000 คน นอกจากนี้ ยังสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินเป็นมูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมมูลค่าความเสียหายทางอ้อมที่เป็นการสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตต่างๆ มากมาย

 รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร วิพากษ์บทเรียนจากพิบัติภัยสึนามิ 5 ปีที่ผ่านมา ระบุว่า  หลังจากเกิดเหตุการณ์รัฐบาลขณะนั้นประกาศไม่ขอรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ และเสนอตัวจัดตั้งกองทุน (Trust fund) โดยรัฐบาลไทยประเดิมบริจาค 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งข้อเท็จจริงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไม่มีพรมแดน ความช่วยเหลือมากมายหลั่งไหลเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัย ทั้งจากองค์กรในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ภาครัฐยังปรับตัวไม่ทัน และมีปัญหาต่อระบบบริหารจัดการมาตราบจนทุกวันนี้

  5 ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยหลายครั้ง มี 2 ครั้งที่เป็นคลื่นขนาดใหญ่เกิดในเวลาห่างกันไม่ถึง 24 ชั่วโมง คือ เหตุแผ่นดินไหวบริเวณทิศใต้ของเกาะสุมาตรา เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2552 ขนาด 7.6 ริกเตอร์ มีผู้เสียชีวิตและสูญหายกว่า 1,100 คน ถัดมาวันที่ 29 กันยายน ปีเดียวกัน เกิดแผ่นดินไหวบริเวณหมู่เกาะซามัว วัดความรุนแรงได้ 8.3 ริกเตอร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 150 คน ขณะที่ ระบบเตือนภัยของไทยล้าหลังมาก ทุ่นเตือนภัยที่เคยโฆษณาว่ามีประสิทธิภาพสูงกลับใช้งานไม่ได้ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา มีการทวงถามจากคณะกรรมาธิการภัยพิบัติ สภาผู้แทนราษฎรหลายครั้ง แต่ไม่มีความคืบหน้า ระบบการเมือง หรือระบบราชการมีปัญหาใช่หรือไม่ ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเลย เสมือนหนึ่งว่า ชีวิตผู้คน ทำไมไร้ค่าในสายตาผู้รับผิดชอบ

 "ผมไม่อยากเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นอีกเป็นครั้งที่ 2 จึงริเริ่มโครงการ "ชุมชนต้านภัยสึนามิ" ที่บ้านบางเนียง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และมูลนิธิโทเรเพื่อวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ปัจจุบันชุมชนแห่งนี้จึงมีระบบเตือนภัยของตนเอง มีการจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวัง ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวบริเวณใกล้เคียงระบบนี้จะทำงาน โดยเลือกฐานข้อมูลที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์มาเตือนภัย ที่สำคัญมีการติดตามสถานการณ์การเกิดคลื่นสึนามิทุกครั้ง ขณะนี้ จ.ภูเก็ต ได้ติดตั้งระบบนี้แล้วเช่นกัน ด้วยความตั้งใจที่จะทำเป็นชุมชนต้นแบบ เพื่อให้รัฐบาลได้นำไปพัฒนาในอีกหลายๆ ชุมชน"  รศ.ดร.เสรี ระบุ

 5 ปีผ่านไป 5 รัฐบาล ยังคงมีอาคารหลบภัยสึนามิแห่งเดียว เกิดอะไรขึ้นกับการบริหารจัดการภัยพิบัติของไทย หรือว่ารัฐบาลไม่สนใจในชีวิตความปลอดภัยของชุมชน จึงปล่อยให้กาลเวลาผ่านไปเช่นนี้ ผมมักจะถูกถามอยู่เสมอจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศว่า ระบบเตือนภัย หรือการบริหารจัดการภัยพิบัติมีความคืบหน้าประการใด ...รัฐบาลจะตอบกับประชาชนอย่างไร?
   
 ไมตรี จงไกรจักร์ แกนนำเครือข่ายผู้ประสบภัยพิบัติสึนามิ จ.พังงา กล่าวถึงระบบเตือนภัยสึนามิว่า รู้สึกเพียงว่ามีหอเตือนภัยตั้งอยู่เท่านั้น ที่ผ่านมาเคยเตือนภัยดังผิดพลาด อาจจะดังแค่เวลาซ้อม บางครั้งก็แทบไม่ได้ยินเสียง จึงไม่รู้ว่าจะต้องรอฟังหอเตือนภัยหรือไม่ แต่การเตือนภัยก็อาจจะมีประโยชน์ เช่น การแจ้งผ่านเอสเอ็มเอสทางโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้ ชุมชนแห่งนี้เป็นต้นแบบระดับนานาชาติ ในการฟื้นฟูและป้องกันภัยสึนามิ แต่ชาวบ้านก็ยังประสบปัญหาเรื้อรังมา 5 ปี ทั้งเรื่องสิทธิที่ดินทำกิน การสร้างที่อยู่อาศัย ที่สำคัญวิถีชีวิตชาวมอแกนก็กำลังจะสูญหายไปจากสังคม เพราะไม่มีพื้นที่จะประกอบพิธีกรรมหรือที่ดินฝังศพ เนื่องจากถูกยึดพื้นที่เป็นเขตอุทยานฯ ถูกนายทุนยึดที่ ตลอด 5 ปีรัฐบาลไม่เคยเหลียวแล

 หากเกิดสึนามิอีกรอบ ไมตรีบอกทันทีว่า ยอมตายกันหมด ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม รอดชีวิตมาได้ก็ต้องมาตายทั้งเป็น ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา รู้สึกเหนื่อยกับการต่อสู้กับนายทุน และรัฐบาล

 เช่นเดียวกับ วโรฒน์ โฮ่สกุล ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 บ้านบางสัก ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา บอกว่า หลังจากเหตุการณ์สึนามิ ชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากต้องเผชิญภาวะยากลำบาก โดยเฉพาะปัญหาเรื่องที่ดิน มีปัญหากับนายทุน แต่สถานการณ์ยังไม่กลับสู่สภาวะปกติ ทำให้การใช้ชีวิตและทำมาหากินของชาวบ้านจำนวนไม่น้อยยังไม่สามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้

 ด้าน ประเสริฐ จันทร์พลงาม เลขาธิการสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.พังงา บอกว่า เวลาทดสอบระบบเตือนภัยก็ดังทุกครั้ง ทำให้เรามั่นใจในสิ่งที่เห็น ว่าทดสอบยังทำงานได้จริง ขณะเดียวกันมีระบบสื่อสาร เอสเอ็มเอส ข่าวจากทีวี บางโรงแรมก็มีโปรแกรมออนไลน์ ติดตามความเคลื่อนไหวของการเกิดสึนามิที่อัพเดท คือยังมีหลายช่องทาง คิดว่าไม่น่าเกิดเหตุการณ์การซ้ำรอยเดิมอีก