
วัฒนธรรมการเมืองลาว
เข้าใจว่าคนอ่านหนังสือพิมพ์ คงเบื่อข่าวการเมืองไทยที่ไม่ไปหน้ามาหลัง เนื่องจากสองสามปีนี้ มันวนเวียนอยู่กับเรื่อง "เอาทักษิณ" และ "ไม่เอาทักษิณ"
จึงขออนุญาตข้ามโขงไปสังเกตการณ์ "การเมืองลาว" กับมหกรรม "เวียงจันทน์เกมส์" ที่เพิ่งจบไป
เหตุที่ผมฉุกคิดอยากเขียนเรื่องนี้ เพราะในระหว่างที่ชมการถ่ายทอดสดซีเกมส์ผ่านทางช่องลาวสตาร์ ทุกฉากทุกช็อตที่มีการมอบเหรียญรางวัลนักกีฬาลาว จะเห็น สมสะหวาด เล่งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรี และประจำการสำนักนายกฯ สปป.ลาว ปรากฏตัวในพิธีการดังกล่าวทุกครั้งไป
โดยก่อนจะมอบเหรียญคำ(เหรียญทอง) ท่านสมสะหวาดจะหันหน้ามาฉีกยิ้มแบบชาวหลวงพระบางให้กล้องทีวี พร้อมโชว์เหรียญคำให้คนทางบ้านได้เห็น ก่อนจะคล้องคอนักกีฬา
ผมจึงโทรศัพท์ไปถามเพื่อนชาวลาวแบบขำๆ ว่า "เวียงจันทน์เกมส์ หรือสมสะหวาดเกมส์"
จะว่าไปแล้ว ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ท่านสมสะหวาด ในฐานะประธานจัดการแข่งขันซีเกมส์หนนี้ ย่อมได้รับบทพระเอกเป็นธรรมดา
ที่สำคัญ ระบอบการเมืองของลาวคือ "ประชาธิปไตยรวมศูนย์" หรือการนำรวมหมู่ รับผิดชอบโดยส่วนบุคคล
เมื่อคณะกรรมการกลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว (พปปล.) และรัฐบาล สปป.ลาว มีมติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ ก็ได้มอบหมายให้ท่านสมสะหวาด รับผิดชอบทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ
บทบาทของรองนายกฯ จึงดูโดดเด่น และสื่อต่างชาติอาจรู้จักท่านมากกว่านายกฯ บัวสอน บุบผาวัน เสียด้วยซ้ำไป
ปรากฏการณ์ซีเกมส์ที่ฝั่งซ้าย ซึ่งสื่อมวลชนไทยไม่ได้สังเกตเห็นคือ คณะพรรคและรัฐบาล สปป.ลาว ได้ก้าวข้าม "สังคมนิยมลาว" หรือ "ลาวระบอบใหม่" และเปิดประเทศด้วยแนวคิดเชิดชู "ความเป็นลาว" ที่สะท้อนผ่านการแสดงชุดต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นการนำ "เจ้าฟ้างุ้มมหาราช" กษัตริย์ผู้รวบรวมเผ่าพันธุ์สองฝั่งโขง สร้างอาณาจักรลาวล้านช้างอันยิ่งใหญ่เมื่อ 650 ปีที่แล้ว มาปรากฏตัวในสนามกีฬาแห่งชาติ
ไม่ว่าจะเป็นการนำ "สินไซ" ตัวละครเอกในวรรณคดีสุดคลาสสิกของล้านช้าง มายิงธนูไฟจุดคบเพลิงเวียงจันทน์เกมส์
มินับการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านตามประเพณี "ฮีต 12 คอง 14" ในพิธีปิดการแข่งขัน ที่คนไทยไม่ได้ชมทางช่องเอ็นบีที เพราะเวลาถ่ายทอดสดมีจำกัด
อันที่จริง วันที่ 13 ธันวาคม เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของชาติลาว นอกเหนือจากวันชาติ 2 ธันวา เพราะมันเป็นวันเกิดของท่านไกสอน พมวิหาน ผู้นำการปฏิวัติตลอดกาลของลาว
จีนมีประธานเหมา เวียดนามมีลุงโฮ และลาวก็มี "ลุงไกสอน" และ "เจ้าชายแดง-สุพานุวง"
คณะพรรคลาว นำโดยท่านจูมมะลี ไซยะสอน ประธานพรรค จึงยกขบวนไปเยี่ยมยาม "เวียงไซ" ที่มั่นการปฏิวัติลาว และเปิดอนุสาวรีย์ ท่านไกสอน พมวิหาน โดยมีพิธีการเรียบง่าย ไม่มีการประโคมข่าวใหญ่โต
ปล่อยให้เวียงจันทน์...ม่วนซื่นโฮแซวไปกับกระแสซีเกมส์ และให้คนลาวได้ชื่นชม "วีรบุรุษนักกีฬา" คนแล้วคนเล่า
มันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติลาว ที่มีฮีโร่ซีเกมส์มากถึง 33 เหรียญคำ!
เวียงจันทน์เกมส์ ได้หลอมรวม 6 ล้านดวงใจให้เป็นหนึ่งเดียว และมีมนต์ขลังกว่าลัทธิมาร์กซ-เลนิน!
แคน สาริกา



