
อภิสิทธิ์ต้องเร่งกำจัดจุดอ่อน
ใครก็ตามที่มีใจเป็นธรรม ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดหรือเลือกข้างชัดเจน เมื่อได้ฟังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงผลงานรัฐบาลเรื่อง 12 เดือนรัฐบาล
กว่า 60 ล้านความสุขของคนไทย” ก็คงจะเห็นคล้อยตามและคงจะให้คะแนนผลงานรัฐบาลเป็นบวก โดยเฉพาะการไม่อวดโอ่หลับหูหลับตาคุยฟุ้งว่ารัฐบาลประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน ตรงกันข้ามกลับยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่ามีทั้งผลงานที่พอใจและไม่พอใจ โดยสิ่งที่พอใจมากที่สุด คือดัชนีความสุขของคนไทย สูงขึ้นกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา
ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองตลอดทั้งปี 2552 จากฝีมือก่อกวนของกลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยที่พยายามสร้างกระแสรุนแรงถึงขั้นจะเผาบ้านเผาเมืองเมื่อเดือนเมษายน และสถาปนา "รัฐไทยใหม่" ขึ้นมา เป็นเรื่องเข้าใจได้ไม่ยากว่าเหตุใดสถาบันหลายสถาบันจึงให้คะแนนรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ว่าสอบผ่านแม้ว่าในบางด้านอาจจะสอบผ่านอย่างฉิวเฉียด แต่โดยรวมถือว่าสอบผ่านไม่ว่าจะด้านการปกป้องสถาบัน การบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และรักษากำลังซื้อของระบบเศรษฐกิจ การต่างประเทศ การแก้ปัญหาสังคมการเมือง และปัญหายาเสพติด
ที่สำคัญก็คือยังสามารถนำพาประเทศให้ก้าวพ้นนโยบายประชานิยมสู่นโยบายสังคมสวัสดิการซึ่งครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ตั้งแต่เด็กเล็ก จนถึงผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นโครงการประกันรายได้เกษตรกร โครงการต้นกล้าอาชีพ เพื่อแก้ปัญหาการว่างงานและลดค่าครองชีพ โครงการเรียนฟรี 15 ปี โครงการประกันสุขภาพ โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยคนพิการ เงินอสม. และโครงการชุมชนพอเพียง เป็นต้น
ส่วนสิ่งที่ประชาชนมองว่ารัฐบาลสอบตกและต้องแก้ไขจุดอ่อนนี้ ไม่ว่าจะในนโยบายดับไฟใต้ การทุจริตคอรัปชั่นที่ยังคงแทรกเป็นยาดำอยู่ในทุกภาคส่วน หรือแม้กระทั่งการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ยังเกิดขึ้นอยู่เนืองนิตย์ นายอภิสิทธิ์ก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมารวมทั้งให้สัญญาว่าจะเร่งกำจัดจุดอ่อนเหล่านั้น โดยยึดหลักซื่อสัตย์สุจริตและความยุติธรรมอย่างเคร่งครัด
เราหวังว่าเมื่อย่างเข้าสู่ปีที่ 2 รัฐบาลอภิสิทธิ์คงจะเร่งแก้จุดอ่อนที่ประสบมาตลอดช่วงหนึ่งปีเต็ม นอกเหนือจากสานต่อนโยบายที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ไม่ว่าจะเป็นโครงการไทยเข้มแข็ง การเพิ่มรายได้ของประชาชน การเพิ่มการลงทุนภาคเอกชน การแก้ปัญหามาบตาพุด ภาษีที่ดิน ปฏิรูประบบรถไฟ และการทำระบบ 3จี เป็นวาระสำคัญ เป็นต้น เพราะถ้าหากไม่สามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้ นายอภิสิทธิ์ก็คงไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ที่จะได้รับความเห็นใจและเข้าใจจากประชาชนอีกต่อไป



