ข่าว

จ่าย8เม.ย.นี้ เยียวยา5,000บาท

จ่าย8เม.ย.นี้ เยียวยา5,000บาท

06 เม.ย. 2563

นายกฯ เรียก "สมคิด-อุตตม" หารือวงเล็ก ถกมาตรการเยียวยาสถานการณ์โควิด-พยุงระบบเศรษฐกิจ ด้านคลังจ่ายเงินเยียวยา 5 พัน ลอตแรก 8 เม.ย. เผย ธ.ก.ส.-ออมสิน เตรียมพร้อมรับมือ 15 ล้านคน กู้เงินฉุกเฉิน 1 หมื่นบาท

               วันที่ 5 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ช่วงเช้า ต่อมาเวลาประมาณ 09.30 น.  นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง พร้อมทีมเศรษฐกิจ ได้เดินทางมาพบนายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า คาดว่า น่าจะเป็นการหารือถึงการเยียวยาประชาชน และผู้ประกอบการ ในระยะที่ 3 และ 4  โดยการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารนี้ (7 เม.ย.) อาจออกพระราชกำหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สามารถออกสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลน ให้แก่ผู้ประกอบการได้ และให้ธนาคารแห่งประเทศไทย สามารถซื้อตราสารหนี้ของภาคเอกชนได้

 

 

 

 

               ด้านนายลวรณ แสงสนิท โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 บาท ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com จนถึงเวลา 16.30 น.วันที่ 5 เมษายน ยอดอยู่ที่ 24.2 ล้านคน ส่วนยกเลิก 2.6 แสนคน โดยในวันที่ 8 เมษายน จะเป็นวันแรกที่เริ่มจ่ายเงินให้แก่ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ และจะทยอยจ่ายทุกวันตามผลการคัดกรอง ไม่มีการกำหนดโควตาว่าจะจ่ายวันละกี่คน โดยไม่ใช่จ่ายทั้งลอตของเดือนเมษายน เพราะการลงทะเบียนยังไม่สิ้นสุด การตรวจสอบคัดกรองแต่ละคนก็ใช้เวลาไม่เท่ากัน ตรวจสอบคนไหนเสร็จถ้าผ่านเกณฑ์ก็รีบจ่ายเงินให้เลยทันที

               “วันที่ 8 เป็นต้นไปจะทยอยส่งเอสเอ็มเอสรวมทั้งส่งอีเมลสำหรับผู้ที่แจ้งไว้ เพื่อบอกให้ผู้ลงทะเบียนทราบ ทั้งผู้ที่ผ่านและไม่ผ่าน สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดผลการคัดกรองเพิ่มเติมได้ที่เว็บ เราไม่ทิ้งกัน” นายลวรณ กล่าว

               ส่วนนายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน สำหรับช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 วงเงินกู้สูงสุด 10,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0.10% ผ่อนชำระนาน 24 เดือน ปลอดชำระเงิน 6 เดือนแรก ภายใต้งบประมาณ 40,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีประชาชนซึ่งเดือดร้อนและหลุดจากเกณฑ์รับเงินเยียวยา 5,000 บาท เข้าใช้บริการราว 15 ล้านคน เนื่องจากขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินเยียวยากว่า 24 ล้านคน และโควตาผู้ที่จะได้รับเงินเยียวยาทั้ง 2 ระยะ มี 9 ล้านคน ขณะนี้ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งรับผิดชอบโครงการนี้ มีความพร้อมให้บริการประชาชนที่เดือดร้อนแล้ว โดยทั้ง 2 ธนาคารจะเปิดให้ลงทะเบียนออนไลน์วันที่ 15 เมษายน 2563 เป็นต้นไป ธนาคารออมสิน ปล่อยกู้ภายใต้กรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท และจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็ปไซต์ www.gsb.or.th เพื่อให้ผู้เดือดร้อนกรอกข้อมูลส่วนตัว และหากผ่านจะมีเอสเอ็มเอส แจ้งเตือนลูกค้าที่ได้รับอนุมัติวงเงิน

               สำหรับ ธ.ก.ส.ปล่อยกู้ภายใต้กรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาทเช่นกัน และเปิดให้ลงทะเบียนผ่าน LINE ID ของ ธนาคารชื่อว่า @baacfamily เท่านั้น หรือ สแกนคิวอาร์โค้ด กรอกรายละเอียด และรอนัดหมายจากธนาคารผ่านเอสเอ็มเอส และเริ่มทำสัญญากู้เงิน ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 หลังจากนั้นธนาคารจะแจ้งการโอนเงินเข้าบัญชี ผ่านเอสเอ็มเอส คุณสมบัติของผู้กู้คือ อายุ 20 ปีขึ้นไป มีสัญชาติไทย ไม่ต้องมีหลักประกัน มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน ประกอบอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้าแม่ค้า คนขับรถแท็กซี่ มัคคุเทศก์ ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 มีที่อยู่อาศัยแน่นอน สามารถติดต่อได้ และเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาชำระคืนรวมกันไม่เกิน 70 ปี และสิ้นสุดโครงการวันที่ 30 เมษายน 2563

               นายชาญกฤช กล่าวด้วยว่า ขณะนี้เริ่มมีพวกมิจฉาชีพอาศัยจังหวะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนแฝงตัวทักไลน์/เฟซบุ๊ก หลอกถามข้อมูลทางการเงิน เช่น เลขที่บัญชีเงินฝาก เลขบัตรประชาชน รหัสผ่าน และ รหัสผ่าน OTP อย่าให้ข้อมูลทางด้านการเงินแก่บุคคลอื่นผ่านทางโทรศัพท์และสื่อโซเชียลเด็ดขาดเพราะอาจจะเกิดความเสียหายทางการเงินตามมาเนื่องจากตอนนี้มีโครงการช่วยเหลือต่างๆ ที่ทางธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงิน ร่วมกันช่วยเหลือเพื่อลดภาระหนี้ให้แก่ประชาชนผู้เดือดร้อนออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการเยียวยาเงินชดเชย 5,000 บาท สินเชื่อฉุกเฉิน โครงการพักต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติ 3 เดือน ล่าสุด ธนาคารออมสิน โดนปลอมเพจเฟซบุ๊ก และไลน์ GSB Society ซึ่งอยากให้ประชาชนสังเกต ไลน์ GSB Society ของจริง จะต้องมีโล่สีเขียว (พื้นเขียวมีดาวห้าแฉกตรงกลาง) แสดงการเป็นแอคเคานท์พรีเมียม ซึ่งได้รับการรับรองจากบริษัทไลน์(ไทยแลนด์) วางไว้ด้านหน้าตัวอักษรคำว่า GSB หรือ หากเกิดความไม่มั่นใจให้สอบถามไปที่ call center ของแต่ละธนาคารจะดีที่สุด

 

 

 

 

               สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงิน หันมาใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสาขา ตั้งแต่การเปิดบัญชี ไปจนถึงการยื่นเรื่องขอสินเชื่อ รวมถึงการขอพักชำระหนี้ ภายหลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดให้ธนาคารพาณิชย์เริ่มทดสอบการให้บริการเปิดบัญชีเงินฝากผ่านช่องทางดิจิทัล โดยใช้การพิสูจน์และยืนยันตัวตนข้ามธนาคารผ่านแพลตฟอร์ม เนชั่นแนลดิจิทัล ไอดี (National Digital ID หรือ NDID) ในวงจำกัด ภายใต้ Regulatory Sandbox ของ ธปท. ซึ่งช่วยให้ประชาชนสามารถเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารแห่งใหม่ได้ผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น ผ่านโมบายแอพพลิเคชัน โดยใช้การพิสูจน์และยืนยันตัวตนจากธนาคารที่ตนเองเคยมีบัญชีเงินฝาก ด้วยเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า (Facial Recognition)

               ทั้งนี้ 8 สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ทั้ง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) ได้เปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ทุกช่องทาง เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 อาทิ เพจเฟซบุ๊กซึ่งครอบคลุมทุกสถาบันการเงิน, LINE@, QR CODE website การเปิดบัญชีออนไลน์ ผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคาร การใช้แอพพลิเคชั่น LINE ขอสินเชื่อฉุกเฉิน การกรอกข้อมูลสมัครสินเชื่อ และการยื่นเรื่องพักชำระหนี้ ผ่านเว็บไซต์ของธนาคาร นอกจากนี้ยังมี call center ไว้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ครอบคลุมสินเชื่อบ้าน ธุรกิจ SMEs สินเชื่อบุคคล และ สินเชื่อเช่าซื้อ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากและรวดเร็วที่สุด