
ส.นักข่าวฯชี้นักข่าวรับเงินผิด-ส.ส.พท.ติดสินบน
"เก่ง"การุณปัดไม่ได้เรี่ยไรเงินพานักข่าวอาบน้ำ ชี"พร้อมพงศ์"คงพูดสนุกปาก อ้างพาไปเที่ยวน้ำตก หรือทะเล ยันคิดดี สมาคมนักข่าวฯแถลงกรณีนักข่าวเรียกรับเงินเป็นการทำผิดจรรณยาบรรณ พร้อมเตือนนักการเมืองมีพฤติกรรมเข้าข่ายติดสินบน
(24ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเกิดกรณีนงานเลี้ยงปีใหม่ของส.ส.พรรคเพื่อไทย เมื่อค่ำวันที่ 23 ธ.ค. 52 ซึ่งหลังจากที่เกิดเหตุการณ์นายการุณ โหสกุล ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย เรี่ยไรให้กับสื่อมวลชนทีวีช่องหนึ่งนั้น ภายหลังจากงานเลี้ยงฉลองใกล้จบ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ได้เชิญนายการุณมาสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งนายการุณ ได้พา น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทยมาร่วมชี้แจงด้วย
นายการุณ กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดรับว่า ตนเองนั่งร่วมโต๊ะอยู่กับกลุ่มสื่อมวลชน ซึ่งก็มีพี่สื่อมวลชนพูดขึ้นมาว่าปีใหม่แล้วจะไม่มีอะไรให้บ้างเลยหรือ ซึ่งตนเองก็ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เห็นว่าสื่อมวลชนทำงานมาตลอดปี น่าจะมีอะไรตอบแทนบ้าง จึงได้เอาหมวกออกมาแล้วตนก็ใส่เงินไปก่อน จากนั้นก็เดินเรี่ยไรจาก ส.ส.พรรคเพื่อไทยคนอื่น ก็มีหลายคนที่ให้คนละพันสองพันบางคนก็สามพัน แต่ตนไม่ได้บอกว่าเอาเงินดังกล่าวไปทำอะไร ซึ่งตนเองปกติก็เคยขอเงินกับพี่ๆส.ส.ในพรรคอยู่แล้ว ซึ่งเขาก็ควักเงินให้โดยไม่ได้ถามอะไร ซึ่งครั้งนี้ก็ได้มาจำนวนหนึ่งและมอบให้สื่อสายโทรทัศน์ช่องหนึ่งไป แต่ไม่ได้คิดอะไรหรือมีเจตนาเป็นอื่น
“ขอยืนยันว่าตนเองคุยกันในกลุ่มเพื่อทำสิ่งที่ดีๆซึ่งมันไม่มีอะไร ยืนยันได้ว่าไม่ได้มีการมอบเงินให้กับสื่อทีวีบางช่องแต่อย่างไร เงินที่รวบรวมก็ยังอยู่ครบไม่ได้มอบให้ใคร”นายการุณ ย้ำ
เมื่อถามว่าแต่ข่าวที่ออกมาบอกว่าให้สื่อฯช่องหนึ่ง นายการุณ กล่าวว่าในกระแสข่าวออกมาอย่างนั้น แต่ไม่ได้ออกมาจากปากตน
เมื่อถามต่อว่านายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุเอาเงินให้นักข่าวไปอาบน้ำ นายการุณ กล่าวว่า น่าจะเป็นอีกมุมหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าโฆษกฯเคยบอกว่าจะพานักข่าวไปเที่ยวน้ำตก หรือทะเล อย่างไรก็ตามขอยืนยันได้ว่าตนคิดดีไม่ทำให้ใครเสียหายและเงินที่ได้ตอนนี้มีจำนวน 7-8 หมื่นบาท ก็ยังไม่ได้ใช้อะไร หากไม่ได้ใช้ก็จะนำไปทำกิจกรรมของพรรค
เมื่อถามว่าเป็นไปได้ว่านายพร้อมพงศ์พูดไปเพราะสนุกปาก นายการุณ กล่าวว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวได้ตอบโต้กับนายการุญ โดยแย้งว่า ตามจรรยาบรรณไม่สามารถรับเงินได้ และผู้สื่อข่าวส่วนใหญ่ก็ไม่รู้เรื่องนี้ นายการุณ จึงยกมือไหว้ และกล่าวขอโทษ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้คิดอะไร หรือมีเจตนาอื่นแอบแฝง
ผู้สื่อข่าวก็แย้งว่า แต่จำนวนเงินครั้งนี้เยอะ อาจทำให้ ส.ส.คนอื่นมองผู้สื่อข่าวไม่ดี นายการุณ จึงกล่าวว่า ถ้าเป็นแบบนี้แล้วผู้สื่อข่าวไม่สบายใจ ต่อไปจะไม่ทำอย่างนี้อีก
นอกจากนี้ นอ.อนุดิษฐ ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวร่วมกับ นายการุณ ว่า เหตุที่ตนเอาเงินให้นายการุณในการเรี่ยไรก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะปกติที่ผ่านมานายการุณ ก็เคยขอเงิน สส.ของพวกตน ทุกคนรู้กันดีว่าชอบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไปไหนมาไหนก็จะซื้อของติดไม้ติดมือมาฝาก และเห็นว่า นายการุณไม่มีเจตนาเสื่อมเสียอะไร ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ชี้แจงกับ น.อ.อนุดิษฐ ต้องเข้าใจทำหน้าที่ของสื่อมวลชนด้วย ถ้าทำอย่างนี้อีกจะทำให้ สส.หลายคนมองสื่อไม่ดี ซึ่ง นอ.อนุดิษฐก็น้อมรับ
พท.เรียก“การุณ”แจงเรี่ยไรเงิน ส.ส.พาสื่ออาบน้ำ
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงสายวันที่ 24 ธ.ค. ผู้ใหญ่ในพรรคก็ได้เรียก นายการุณ มาชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งนายการุณ ก็ได้บอกเล่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อที่ประชุมว่าทำไปโดยเจตนาดี ไม่ได้คิดอะไร พร้อมบอกว่ารู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากและจะไม่ทำอย่างนี้อีก
“ความจริงแล้วไม่มีอะไร เป็นเพียงนายการุณ พรรคเพื่อไทยอยากให้ของขวัญปีใหม่นักข่าว จึงเสนอขอรับบริจาคจากคนที่มาร่วมงาน แต่ไม่ได้บังคับ ตนก็ได้ถามนายการุณว่าเอาไปทำอะไร นายการุณตอบว่าให้นักข่าวเป็นค่าขนม ผมก็ควักไป 1 พันบาทโดยไม่ได้ติดใจอะไร ทั้งนี้นายการุณยังได้บอกว่ารอบแรกให้ไปแล้ว 4 หมื่นบาท ส่วนนี้เป็นรอบที่สอง ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่ามอบให้ใครไปก็คงมอบให้ตัวแทน จากนั้นผมก็ไปคุยกับน้องๆ โต๊ะอื่นๆ ว่า รู้หรือไม่ว่านายการุณทอดผ่าป่า เพื่อให้เป็นค่าขนมขนม ก็พูดกันแค่นี้แต่สื่อก็เอาไปขยายความต่อ ทั้งนี้การที่ไปพูดกับนักข่าว เพราะไม่ต้องการให้เกิดการงุบงิบที่คนใดคนหนึ่งเท่านั้น เพราะเราไม่ได้ให้คนใดคนหนึ่ง แต่มอบให้ในนามนักข่าวทั้งหมด" น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าสื่อส่วนใหญ่ไม่สบายใจ เพราะทำงานตามหน้าที่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ถ้าไม่รับก็บอกไม่รับ ใครไม่รับก็คืน แต่สื่อก็เอาไปเล่นเป็นข่าว เขียนขยายความว่าให้เงินให้ทอง และส.ส.ก็ถูกมองในทางที่เสียหาย เมื่อผู้สื่อข่าวแย้งได้เขียนตามความจริงและการเสนอข่าวนี้สื่อก็ไม่ได้รับประโยชน์ ซึ่ง น.พ.ชลน่าน กล่าวว่า แต่ข่าวที่ออกไป ส.ส.ถูกมองเสียหายมากกว่า ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นสินน้ำใจ ส่วนผลกระทบที่ตามมาจะเป็นอย่างไรก็คงแล้วแต่มุมมองแต่ละคน
ส.นักข่าวฯชี้นักข่าวรับเงินผิด-ส.ส.พท.ติดสินบน
ต่อมานายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยผลการประชุมกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อ 24 ธันวาคม 2552 ว่าได้มีการรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคเพื่อไทย ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค เมื่อ 23 ธันวาคม 2552 หลังการประชุมได้มีงานเลี้ยงสังสรรค์ ส.ส. ที่ไปร่วมประชุม และมีการเรี่ยไรเงินจาก ส.ส. พรรคเพื่อไทยในงาน โดยอ้างว่าเป็นการทอดผ้าป่าไปให้สื่อมวลชน และยังมีนักการเมืองผู้หนึ่งกล่าวติดตลกอีกว่า เรี่ยไรเงินพานักข่าวไปอาบน้ำ (อาบ อบ นวด)
โดยที่ประชุมกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวฯ พิจารณาแล้ว เห็นว่า
1. นักข่าวที่เรียกร้องและรับเงิน ถือเป็นการกระทำที่ผิดข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ข้อ 22 ที่ว่า ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ต้องละเว้นการรับอามิสสินจ้างอันมีค่า หรือผลประโยชน์ใด ๆ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการใด อันจะขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องรอบด้าน นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นการนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพและดูแคลนวิชาชีพตัวเอง ตามข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ข้อ 20 อีกด้วย ส่วนนักการเมืองที่ให้อามิสสินจ้างอันมีค่าหรือผลประโยชน์ใด ๆ ยังถือว่าเป็นการให้สินบน และเป็นการดูแคลนวิชาชีพสื่อมวลชนอีกด้วย
2. ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ยังมีมติให้แจ้งต่อคณะกรรมการควบคุมจริยธรรม เพื่อขอให้ทำหนังสือถึงบรรณาธิการสื่อมวลชนทุกประเภท ให้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงว่า มีผู้สื่อข่าวหรือช่างภาพในสังกัดคนใดได้รับเงินด้วยหรือไม่ เนื่องจาก การสอบถามข้อเท็จจริงเบื้องต้นจากผู้สื่อข่าวในงานเลี้ยง มี ส.ส. อ้างว่า ได้นำเงินประมาณ 80,000 บาท ให้ช่างภาพสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เพื่อแจกจ่ายแก่ช่างภาพช่องอื่น ๆ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจน และไม่ให้มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวิชาชีพสื่อมวลชนโดยรวม จึงขอให้ผู้บริหารองค์กรสื่อฯ สอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎระเบียบของแต่ละองค์กร โดยเร็วที่สุด และสมาคมฯ ขอทราบผล เพื่อจะได้แถลงต่อสาธารณชนได้ทราบต่อไป
3. ประสานงานกับองค์กรวิชาชีพด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ถึงการดำเนินการในเรื่องนี้
อนึ่ง ที่ประชุมกรรมการบริหารสมาคมฯ ได้มีการปรึกษาหารือถึงเหตุการณ์ช่วงก่อนปีใหม่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของนักข่าว ต้องมีการตรวจสอบและไตร่ตรองข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการรายงานข่าว ที่อาจเกิดผลกระทบต่อแหล่งข่าวและสร้างความสับสนต่อสังคมในข้อเท็จจริงต่างๆ และให้นักข่าวพึงตระหนักว่าการทำข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้งมีความอ่อนไหว และมีผลกระทบต่อส่วนรวมสูง หากการทำข่าวขาดการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ขอให้นักข่าวทุกคนยึดมั่นในการทำหน้าที่เพื่อประโยชนของส่วนร่วมและยึดหลักจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
24 ธันวาคม 2552



