ข่าว

ครม.ใจป้ำขยาย9ล้านคนรับ5,000บาท

ครม.ใจป้ำขยาย9ล้านคนรับ5,000บาท
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ครม.ขยายจ่ายเงินคนละ 5,000 บาทจาก 3 ล้านคนเป็น 9 ล้านคนหลังประชาชนลงทะเบียนพุ่งกว่า 20 ล้าน ด้านกองทัพเรือโต้ปมกลาโหมขอถอนงบ 6.1 พันล้านบาทจัดหาเรืออเนกประสงค์ยกพลขึ้นบกออกจากครม.หลังเจอวิจารณ์ฟุ่มเฟือย

 

 

 

 

               เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ 2 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมาตรการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบหรือผู้ได้รับผลกระทบอื่นๆ ของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา จากการเปิดให้ผู้ได้รับผลกระทบลงทะเบียนตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 ถึงวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2563 เวลา 07.00 น. พบว่าผู้ลงทะเบียนที่ยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบสิทธิจำนวนทั้งสิ้น 18.8 ล้านคน จึงมีการประเมินว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจะมีเพิ่มกว่าที่ได้ประมาณการไว้ อีกทั้งตามมาตรา 54 แห่งกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม กำหนดให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 มาตรา 40 ซึ่งมีจำนวนประมาณ 5 ล้านคน ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานตามร่างกฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบไว้ จึงจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกันตนกลุ่มนี้ที่ได้รับผลกระทบ

 

จ่าย5,000บาทเป็น9ล้านคน

              นอกจากนี้ยังรวมทั้งช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกันตนตามมาตรา 33 บางส่วนที่ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคมแต่เป็นลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) จำนวน 70,676 คน อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ประกันตนตามมาตรา 33 กลุ่มอื่นๆ นั้น กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป

              “กระทรวงการคลังพิจารณาแล้วเห็นสมควรเสนอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการชดเชยรายได้เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง โดยขยายกลุ่มเป้าหมายผู้ได้รับสิทธิของมาตรการชดเชยรายได้ให้ครอบคลุมทั่วถึงผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) จากเดิมจำนวน 3 ล้านคน เป็นจำนวน 9 ล้านคน และเพื่อให้สามารถชดเชยรายได้ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างทั่วถึงและทันท่วงที กระทรวงการคลังขอนำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวนไม่เกิน 45,000 ล้านบาท ที่ได้รับจัดสรรตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 มาใช้ในการชดเชยรายได้ครั้งแรก ในเดือนเมษายน 2563 ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบที่ได้รับสิทธิตามมาตรการชดเชยรายได้ไปพลางก่อน สำหรับในเดือนต่อๆ ไป กระทรวงการคลังจะได้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดหาแหล่งเงินที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง” นางนฤมล กล่าว

ผู้ประกันตนว่างงานเฮ2เด้ง

              วันเดียวกัน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เรื่อง ขอทบทวนมติเกี่ยวกับประกันสังคม โดยมีรายละเอียดว่าเพื่อบรรเทาภาระผู้ประกันตนในการนำส่งเงินสมทบ จึงขอทบทวนขอลดอัตราเงินสมทบที่จัดเก็บสำหรับผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบเอง โดยไม่มีนายจ้างตามมาตรา 39 โดยลดจากอัตราเดือนละ 221 บาท เหลือในอัตราเดือนละ 86 บาท

              นอกจากนี้ที่ประชุม ครม. ยังเห็นชอบให้เพิ่มอัตราและปรับระยะเวลาการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีผู้ประกันตนที่ว่างงานอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัยบางรายได้รับเงินชดเชยในอัตราที่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อเดือน จึงขอทบทวนเพิ่มอัตราและปรับระยะเวลาการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน เพื่อให้ผู้ประกันตนที่ว่างงานอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัยได้รับสิทธิประโยชน์ในอัตราไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน

ทร.โต้ปมร้อนเรือยกพลขึ้นบก

              รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวว่าในการประชุมครม.มีวาระเพื่อพิจารณา โดย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เตรียมขออนุมัติให้กองทัพเรือดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโครงการจัดหาเรืออเนกประสงค์ยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่สนับสนุนการปฏิบัติการเรือดำน้ำระยะที่ 1 จำนวน 1 ลำ โดยในสัญญาการต่อเรือแอลพีดี ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบก 1 ลำ คาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 6,100 ล้านบาทนั้น แต่ปรากฏว่า พล.อ.ชัยชาญ ขอถอนเรื่องดังกล่าวออกจากวาระการพิจารณา ซึ่งคาดว่าเรื่องดังกล่าวถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์เนื่องจากในช่วงนี้กำลังเผชิญการระบาดของโควิด-19 ซึ่งยังต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนมากในการแก้ปัญหา

              พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ โฆษก ทร. กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการขออนุมัติต่อเรือยกพลขึ้นบก เพราะโครงการนี้ผ่านการอนุมัติและมีการทำสัญญาไปตั้งแต่ พฤศจิกายน 2562 แล้ว แต่เรื่องที่เข้าครม. วันนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเรือ เช่น การส่งคณะกรรมการไปตรวจแบบเรือ การเตรียมส่งทหารไปฝึกเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย

 

 

 

 

ห้ามเว้นค่าทางด่วนสงกรานต์

              น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 31 มีนาคม 2563 มีมติเห็นชอบให้ไม่มีการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษหมายเลข 7 และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของปี 2563 สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ครม.เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 ให้เลื่อนวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ของปี 2563 จากวันที่ 13 ถึงวันที่ 15 เมษายน ออกไปก่อน โดยไม่เป็นวันหยุดราชการและวันหยุดเอกชน จึงไม่มีความจำเป็นและไม่มีความเหมาะสมในการยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบนทางหลวงพิเศษ ซึ่งถือว่าช่วยให้ประชาชนลดการเดินทางข้ามจังหวัดลงในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19

ให้จังหวัดละ 50 ล้านทดลองจ่าย

              วันเดียวกัน นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่เกิดสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แพร่ระบาด ส่งผลกระทบต่อชีวิต ร่างกายของประชาชนเป็นอย่างมาก และแนวโน้มของสถานการณ์อาจส่งผลกระทบต่อวงเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอต่อการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้แก่ประชาชนได้ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง จึงอนุมัติให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและจังหวัดปฏิบัตินอกเหนือระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 ข้อ 18 กรณีขยายวงเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจำนวน 50 ล้านบาท ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่จังหวัดทั้ง 76 จังหวัดเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเฉพาะสถานการณ์ในครั้งนี้ได้เป็นกรณีพิเศษ

บินไทยยกเลิกทุกเที่ยวบิน 2 เดือน

              เพจเฟซบุ๊กการบินไทยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Thai Airways ความว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นและมีการยกระดับมาตรการจำกัดการเดินทางทั่วโลกเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด การบินไทยมีความจำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวบินทั้งเส้นทางภายในประเทศ และเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทางเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน–31 พฤษภาคม โดยให้สายการบินไทยสมายล์ทำการบินเส้นทางภายในประเทศแทน

logoline