
กกต.ไม่สนม็อบถ้าตร.รับไม่ไหวขอทหารช่วย
กกต.ไม่หวั่นม็อบ หากชุมนุมโดยสงบ อนาคตเตรียมขอทหารช่วย หากตำรวจรับมือไม่ไหว ระบุ ต้องทำความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
(24ธ.ค.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต.กล่าวกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุมที่สำนักงาน กกต.เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมา ว่า สำนักงานได้ประสานงานกับทางตำรวจในการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้การชุมนุมโดยสงบสามารถทำได้ไม่มีปัญหาหากชุมนุมโดยสงบตามสิทธิและเสรีภาพของรัฐธรรมนูญ แต่ก็เป็นห่วงความรุนแรงที่เกิดขึ้น เพราะที่สำนักงาน กกต.เป็นอาคารของศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ซึ่งมีหน่วยราชการอื่นอยู่มาก ดังนั้น หากเกิดความรุนแรงก็จะไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย ทางตำรวจก็จำเป็นที่ต้องดูแลความปลอดภัย และในอนาคตหากเหตุการณ์รุนแรงอีกทางศูนย์ราชการฯก็ยังมีทหารจากกองทัพไทย ที่จะขอความร่วมมือไปได้ หากตำรวจรับมือไม่ไหว
นายสุทธิพล กล่าวว่า ส่วนการรักษาความปลอดภัยของบ้านนายอภิชาต สุขัคคานนท์ประธานกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองและกกต.อีก 4 ท่าน ก็ได้ประสานกับทางตำรวจแล้วเพื่อให้รักษาความปลอดภัยแก่ 5 กกต. โดยจะให้ช่วยรักษาความปลอดภัยในช่วงนี้ที่ทางกลุ่มคนเสื้อแดงขู่ว่าจะบุกไปเผาบ้าน กกต. ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง และมีเรื่องที่จะเข้าข่ายละเมิดกฎหมายหรือไม่ โดยสำนักงาน กกต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะหลังจากมีการสลายการชุมนุมทางสำนักงานก็ได้มีการประเมินสถานการณ์กับทางตำรวจ ได้ข้อสรุปว่าจะมีการดำเนินการเตรียมการต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า สำนักงาน กกต.จะแจ้งความดำเนินคดีกับทางกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ นายสุทธิพล กล่าวว่า ขณะนี้ทางตำรวจได้รับทราบเรื่องแล้ว และได้บันทึกภาพและเสียง รวมทั้งวันเดียวกันนี้ตนจะนำเรื่องกราบเรียนทาง ประธาน กกต.และกกต. เพื่อทราบ ทั้งนี้หากได้ข้อเท็จจริงจะฟ้องร้องดำเนินคดีหรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องตรวจสอบก่อน ถ้าหากมีประเด็นออกไปทางที่ฝ่าฝืนกฎหมายแล้วมีผลเสียหายต่างๆก็ต้องว่าดำเนินการกันไป ดังนั้นเรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับกลุ่มคนเสื้อแดง และ กกต.ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประธาน กกต.มีความกดดันต่อเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายสุทธิพล กล่าวว่า กกต.ทุกท่านก็ไม่สบายใจ ที่มีการชุมนุมมาเผาโลงศพ ปัสสาวะรด ทางสำนักงาน กกต.ก็ไม่สบายใจ แต่สำนักงาน กกต.ก็ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนที่ยังคลาดเคลื่อน จึงอยากทำความเข้าใจให้กระจ่าง ทาง กกต.ก็จะพิจารณาไปตามพยานหลักฐานให้รอบคอบ ตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย เพราะมติของ กกต.ไม่มีการช่วยกลุ่มการเมืองใดเป็นพิเศษ ไม่ว่าฝ่ายค้าน หรือ รัฐบาลก็มีผลออกไปทั้งสองแนวทาง และต้องขอให้โอกาสการทำงานกับประธาน กกต.และ กกต.ด้วย ทั้งนี้ ที่มีการนำกลับมาพิจารณาของนายทะเบียนพรรคการเมืองนั้น ก็เป็นเรื่องที่ดีทีจะต้องศึกษาให้ละเอียดรอบคอบ เพราะเป็นเรื่องของความเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุว่าเรื่องนี้มีข้อเท็จจริง ที่จะยุบพรรคประชาธิปัตย์ได้ นายสุทธิพล กล่าวว่า คงต้องให้ความเป็นธรรม กกต.ด้วย หากมองว่า กกต.นั่งอยู่ตรงกลาง ทุกฝ่ายก็ต่างมั่นใจในพยานหลักฐาน ดังนั้น การที่ กกต.จะไม่ฟังฝ่ายที่ร้องก็คงไม่ได้ และฝ่ายถูกร้องเราบอกไม่ฟังก็ไม่ได้ เมื่อพูดมา กกต.ก็ต้องรับฟัง ซึ่งเหมือนคดีความของศาล แม้ตอนนี้ กกต.จะไม่ใช่ศาล แต่ กกต.ก็คือ ผู้ทำหน้าที่วินิจฉัยด้วยความระมัดระวังและทำหน้าที่ให้ดีที่สุด



