
ประวิตรพอใจผลงาน1ปีก.กลาโหม
ประวิตร พอใจผลงาน 1 ปีก.กลาโหม "ย้ำ"ปีหน้าจะเพิ่มประสิทธิภาพของกำลังพล และยุทโธปกรณ์ เพื่อรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดน ลั่นกองทัพจะยังเป็นที่พึ่งของประชาชน และกลไกของรัฐบาล วอนสื่อเสนอข่าวให้เกิดความสงบ ขอร้องทุกฝ่ายลดทิฐิเพื่อเกิดความสมานฉันท์ของบ้านเมือง
(24ธ.ค.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงผลงานการทำงานในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาว่า ผลงานที่ผ่านมามีการตั้งหน่วยงานสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ซึ่งกระทรวงกลาโหมสามารถดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงการปรับโครงสร้างของกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะในสวนของกำลังสำรองที่กองทัพบกกำลังดำเนินการอยู่ และสามารถเรียกคนได้ทันเวลา รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับแนวชายแดน ภาพรวมทั้งหมดของความมั่นคง ได้จัดตั้งกองกำลังเข้าไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสนับสนุนงานพิเศษต่าง ๆ กระทรวงกลาโหมจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์ของประชาชน รวมถึงดูแลรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดนได้อย่างเรียบร้อยในห้วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา
กระทรวงกลาโหมพยายามเพิ่มประสิทธิภาพของกำลังพลในเรื่องของการฝึกมากขึ้น และ ผบ.เหล่าทัพก็เร่งดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อให้เกิดความพร้อม ซึ่งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาทาง ผบ.เหล่าทัพก็พยายามดำเนินการให้เกิดทันสมัย และสามารถป้องกันรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดนได้ ส่วนที่มีการข้อติติงจากรัฐบาลว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้ยังไม่ประสบความสำเร็จนั้น เป็นเรื่องของทางด้านการเมือง เพราะเราไม่ได้ใช้ทางด้านยุทธวิธีดังนั้นจะต้องเข้าใจ เพราะเราไม่ได้เอากำลังพลเข้าไปประหัดประหาร การลงพื้นที่ของกำลังพลเพื่อชี้แจงกับประชาชนให้เกิดความเข้าใจ ทั้งเรื่องกาปกป้อง และการดูแลเพื่อให้เกิดความเสมอภาคยุติธรรม กอ.รมน.จะเป็นผู้ให้นโยบายในการทำงาน และกองทัพในการจัดกำลังเข้าไป ผมจึงไม่ห่วงใยอะไร เพราะเราไม่ได้กำลังเข้าไปปราบปราม
ผู้สื่อข่าวถามว่าการสร้างความสมานฉันท์ถือเป็นปัญหาใหญ่ของชาติหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ภาพรวมที่ทางรัฐบาลทำอยู่ และทุกฝ่ายก็จะต้องร่วมมือกัน การสมานฉันท์ไม่ใช่นักข่าว แต่จะต้องทำกันทำทั้งประเทศ ซึ่งถือเป็นโยบายของรัฐบาล
เมื่อถามว่า พอใจกับผลงานการทำงานในช่วงที่ผ่านมาอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนคิดว่าพยายามทำให้ดีที่สุด ตนประเมินค่าตัวเองไม่ได้ ต้องให้ประชาชน และสื่อมวลชนดูว่าตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาเราทำอะไรลงไปบ้าง ซึ่งตนและ ผบ.เหล่าทัพ รวมไปถึงระดับพลทหาร ก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ
ส่วนที่ปีหน้าปัญหาความมั่นคงจะหนักขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ภาพรวมของกระทรวงกลาโหมก็จะต้องดูแลประเทศชาติให้เกิดความสงบอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดน และการรักษาความมั่นคงภายในเพื่อให้ประชาชนได้อยู่ดีกินดี เพื่อให้ปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน แต่ในเรื่องของกระทรวงกลาโหมก็มีภาระหน้าที่จำกัดเพราะได้มีการแบ่งแยกการทำงานอย่างชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์การเมืองภายในประเทศจะมีการปะทะกันของกลุ่มประชาชนหรือกลุ่มอื่น ๆ หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่อยากให้เกิดขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องของการแบ่งแยกการต่างความคิดจะต้องมาคุยกัน ประเทศเป็นของทุกคนที่จะต้องดูแลและร่วมมือกัน ทั้งนี้ถ้าร่วมมือกันได้ความสมานฉันท์ก็จะเกิดขึ้นได้ ความคิดเห็นแตกต่างกันได้แต่ต้องอยู่ร่วมกันได้ ส่วนเรื่องแนวทางการเจรจานั้นไม่ใช่เรื่องของตน
ถามว่า ปีใหม่แล้วอยากให้ทุกคนหันหน้ามารอมชอมเริ่มต้นกันใหม่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ดีอยากจะให้มันดี จะต้องหาหนทางทุกฝ่ายจะต้องพยายามลดทิฐิ เพราะทุกคนรักประเทศอยากให้เกิดความสงบ อยากให้ประเทศก้าวหน้า ขณะนี้ทางรัฐบาลพยายามทำในเรื่องเศรษฐกิจ และทำมาได้พอสมควรแล้ว
เมื่อถามว่า การเมืองในปีหน้าจะถึงจุดเดือดหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ตนประเมินสถานการณ์ไม่ได้ต่างคนต่างความคิด แต่กองทัพก็ยังเป็นกองทัพของประชาชน และเป็นกลไกลของรัฐบาลในการที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความเรียบร้อย และปลอดภัย รวมถึงพยายามรักษาให้เป็นสถาบันหลักและเป็นที่พึ่งของประชาชน อย่างไรก็ตามภาพรวมประชาชนจะต้องช่วยกันในการดูแลความเรียบร้อย ไม่ใช่เรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรงถ้าช่วยกันทุกอย่างก็จะดีขึ้น สิ่งสำคัญคือสื่อมวลชนจะช่วยได้มาก เพราะความสงบขึ้นอยู่กับพวกสื่อมวลชน
ถามว่า ถึงเวลาหรือยังที่กลุ่มพลังเงียบจะออกมาแสดงพลัง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า กลุ่มพลังเงียบทั้งหมดเขาก็รู้ว่าจะต้องทำอะไรคงไม่ต้องไปชี้นำว่าเวลาไหนจะต้องทำอะไร เพราะทุกคนไม่อยากให้เกิด



