ข่าว

ดาวโจนส์ปิดบวก 690.7 จุด

ดาวโจนส์ปิดบวก 690.7 จุด
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ดาวโจนส์ปิดบวก 690.7 จุด

             ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์(30มี.ค.)ในแดนบวก หลังจากสหรัฐมีมาตรการสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโควิด-19 

 

          ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 690.7 จุด หรือ 3.19% ปิดที่ 22,327.48 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 85.18 จุด หรือ 3.35% ปิดที่ 2,626.65 จุดและดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 271.77 จุด หรือ 3.62% ปิดที่ 7,774.15 จุด

         ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ขณะนี้สหรัฐมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวน 142,793 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2,490 ราย โดยรัฐนิวยอร์ก เป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดเกือบ 60,000 ราย ตามมาด้วยนิวเจอร์ซีย์ แคลิฟอร์เนีย และมิชิแกน และสหรัฐ เป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 สูงสุดในโลก รองลงมาคืออิตาลี สเปน จีน และเยอรมนี

           ส่วนอิตาลีเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในโลก ตามมาด้วยสเปน จีน อิหร่าน ฝรั่งเศส และสหรัฐ

           ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายช่วงเวลาในการแนะนำให้ประชาชนเว้นระยะห่างทางสังคมออกไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย. โดยมีเป้าหมายที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยข้อปฏิบัติดังกล่าว รวมถึงการแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการชุมนุมเกิน 10 คน หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการซื้อของนอกบ้าน และให้เด็กเรียนหนังสือจากที่บ้าน

           นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังลงนามในมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 วงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมาย 


          ดัชนีดาวโจนส์ ยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (เจแอนด์เจ) แถลงว่า บริษัทจะทดลองวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ในมนุษย์ในเดือนก.ย. โดยเจแอนด์เจ เตรียมลงทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาและวิจัยยาชีวภาพขั้นก้าวหน้าของสหรัฐ (BARDA) ซึ่งขึ้นกับกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐ ร่วมกันวิจัยวัคซีนดังกล่าว

    

      ผู้เข้ารับการทดลองวัคซีนของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (เจแอนด์เจ จะเข้าสู่การทดลองทางคลินิกภายในเดือนก.ย.ปีนี้ และคาดว่าจะมีข้อมูลด้านคลินิกเกี่ยวกับสรรพคุณของวัคซีนก่อนสิ้นปีนี้ และหากวัคซีนดังกล่าวแสดงผลเป็นที่น่าพอใจ ทางบริษัทก็จะทำการผลิตอย่างเพียงพอสำหรับการใช้ฉุกเฉินในต้นปีหน้า

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง